FAQ
เงินเดือนและภาษีของพนักงานต่างชาติ
หลักปฏิบัติเรื่องเงินเดือน ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ประกันสังคม และสวัสดิการของพนักงานต่างชาติในไทย รวมถึงจุดที่มักขัดกับเงื่อนไขใบอนุญาตทำงาน
หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองและกรมการจัดหางานใช้เกณฑ์เงินเดือนขั้นต่ำที่ต่างกันตามสัญชาติของลูกจ้าง และเกณฑ์นั้นผูกกับการพิจารณาต่อวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน สิ่งที่มักพลาดคือจ่ายจริงต่ำกว่าที่ระบุในเอกสารยื่นขอ ทำให้ยอดในแบบยื่นภาษีไม่ตรงกับเอกสารวีซ่า ควรตรวจว่ายอดในสัญญาจ้าง สลิปเงินเดือน แบบยื่นภาษี และเอกสารยื่นต่ออายุ เป็นตัวเลขเดียวกันทุกฉบับ
วิธีคำนวณเหมือนกัน คือประมาณการเงินได้ทั้งปีแล้วเฉลี่ยหักเป็นรายเดือน แต่ตัวแปรมักต่างกัน เพราะพนักงานต่างชาติอาจเริ่มงานกลางปี มีค่าที่พัก ค่าเล่าเรียนบุตร หรือค่าเดินทางกลับประเทศที่นายจ้างออกให้ ซึ่งส่วนใหญ่ถือเป็นเงินได้ที่ต้องรวมคำนวณ การลืมรวมสวัสดิการเหล่านี้ทำให้หักไว้น้อยเกินและเกิดภาษีต้องชำระเพิ่มก้อนใหญ่ตอนยื่นแบบประจำปี
การนับอิงจำนวนวันที่อยู่ในประเทศไทยรวมกันในปีภาษีเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่อง สถานะนี้กระทบเรื่องการนำเงินได้จากต่างประเทศเข้ามาพิจารณาและสิทธิตามอนุสัญญาภาษีซ้อน นายจ้างจึงควรเก็บบันทึกวันเข้าออกของพนักงานไว้เป็นหลักฐาน ไม่ใช่ให้พนักงานนึกเอาตอนยื่นแบบ เพราะข้อมูลนี้ตรวจสอบย้อนได้จากตราประทับหนังสือเดินทาง
โดยทั่วไปถือเป็นประโยชน์เพิ่มที่ต้องรวมเป็นเงินได้ของพนักงาน และต้องนำมารวมคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายรายเดือน สิ่งที่ต้องตัดสินให้ชัดคือใครเป็นคู่สัญญา หากบริษัทเช่าในนามบริษัทและจัดให้พนักงานอยู่ กับพนักงานเช่าเองแล้วเบิกคืน ผลทางภาษีและเอกสารประกอบต่างกัน ควรกำหนดรูปแบบไว้ในสัญญาจ้างตั้งแต่ต้นเพื่อให้บันทึกบัญชีสอดคล้องกันตลอดปี
ทำได้ในทางปฏิบัติ แต่เงินได้จากการทำงานในประเทศไทยยังอยู่ในข่ายต้องเสียภาษีในไทยไม่ว่าจ่ายจากที่ใด การจ่ายแยกสองทางจึงต้องรวมยอดทั้งหมดเพื่อคำนวณภาษี และต้องมีเอกสารแสดงส่วนแบ่งค่าจ้างที่ชัดเจน โครงสร้างแบบนี้ยังกระทบเงื่อนไขใบอนุญาตทำงานที่ดูยอดเงินเดือนในไทย จึงควรตรวจทั้งด้านภาษีและด้านใบอนุญาตพร้อมกันก่อนตกลง
ลำดับที่ควรทำคือคำนวณเงินได้สะสมถึงวันสุดท้ายและหักภาษีให้ครบ แจ้งออกจากระบบประกันสังคมภายในกำหนด ยกเลิกใบอนุญาตทำงานตามขั้นตอน และออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้พนักงานเก็บไว้ยื่นแบบประจำปี ส่วนที่มักถูกลืมคือเงินได้ก้อนสุดท้ายที่จ่ายหลังพ้นสภาพ เช่น โบนัสค้างจ่าย ซึ่งยังต้องนำส่งภาษีตามงวดที่จ่ายจริง
เงื่อนไขจำนวนลูกจ้างไทยต่อชาวต่างชาติหนึ่งคนถูกตรวจจากหลักฐานการจ้างจริง ซึ่งคือแบบนำส่งภาษีเงินเดือนและรายชื่อผู้ประกันตนรายเดือน ไม่ใช่รายชื่อในทะเบียนพนักงานเฉย ๆ กิจการที่จ้างลูกจ้างไทยแบบไม่ผ่านระบบเงินเดือนจึงมักพิสูจน์สัดส่วนไม่ได้ตอนต่ออายุ การเดินเงินเดือนผ่านระบบให้ครบทุกคนจึงเป็นทั้งเรื่องบัญชีและเรื่องใบอนุญาต
ชุดที่ควรมีครบต่อคนคือ สัญญาจ้างที่ลงนามทั้งสองฝ่าย สำเนาหนังสือเดินทางและหน้าตรวจลงตรา สำเนาใบอนุญาตทำงาน ทะเบียนการจ่ายเงินเดือนรายเดือน หลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีพนักงาน สำเนาแบบนำส่งภาษีเงินเดือนพร้อมใบเสร็จ และเอกสารประกันสังคม เก็บเป็นแฟ้มรายบุคคลจะตอบคำถามได้เร็วกว่าเก็บแยกตามประเภทเอกสาร
ไม่ใช่หน้าที่ตามกฎหมายของนายจ้าง แต่เป็นเรื่องที่ควรทำเพราะช่วยลดข้อพิพาทภายหลัง พนักงานที่ไม่คุ้นระบบมักไม่ทราบว่าต้องยื่นแบบเองแม้ถูกหักภาษีครบแล้ว และอาจพลาดสิทธิลดหย่อนหรือสิทธิตามอนุสัญญา แนวทางที่ได้ผลคือส่งหนังสือรับรองการหักภาษีให้เร็ว พร้อมสรุปสั้น ๆ ว่าต้องยื่นเมื่อใดและใช้เอกสารใด แล้วแนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญกรณีมีเงินได้จากต่างประเทศ
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- เงินเดือนพนักงานต่างชาติต้องไม่ต่ำกว่าเท่าไร
- คำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายของพนักงานต่างชาติต่างจากคนไทยไหม
- นับวันพำนักเท่าไรจึงเข้าเกณฑ์ถิ่นที่อยู่ทางภาษีของไทย
- พนักงานต่างชาติต้องเข้าประกันสังคมหรือไม่
- ค่าที่พักและค่าเล่าเรียนบุตรที่บริษัทออกให้ถือเป็นเงินได้ไหม
- จ่ายเงินเดือนบางส่วนจากบริษัทแม่ต่างประเทศได้ไหม
- พนักงานต่างชาติลาออกและจะกลับประเทศต้องจัดการอะไร
- สัดส่วนลูกจ้างไทยต่อชาวต่างชาติเกี่ยวกับงานบัญชีอย่างไร
- ต้องเก็บเอกสารเงินเดือนพนักงานต่างชาติอะไรบ้าง
- บริษัทควรช่วยพนักงานต่างชาติยื่นแบบประจำปีหรือไม่
หัวข้ออื่น
ลูกจ้างต่างชาติที่ทำงานในกิจการซึ่งอยู่ในข่ายบังคับ และมีใบอนุญาตทำงานถูกต้อง โดยหลักต้องขึ้นทะเบียนเช่นเดียวกับลูกจ้างไทย นายจ้างมีหน้าที่นำส่งเงินสมทบทั้งสองฝ่ายภายในกำหนดรายเดือน ข้อยกเว้นมีเฉพาะบางสถานะการจ้างเท่านั้น การเลือกไม่ขึ้นทะเบียนเพราะพนักงานมีประกันสุขภาพเอกชนอยู่แล้วไม่ใช่เหตุยกเว้นตามกฎหมาย