FAQ
แนวปฏิบัติด้านแรงงานสำหรับนายจ้าง (มุมงานบัญชีเงินเดือน)
รวมคำถามที่นายจ้างถามบ่อยเวลาต้องลงตัวเลขจริงในระบบเงินเดือน ตั้งแต่ทดลองงาน ค่าล่วงเวลา วันหยุด การเลิกจ้าง ไปจนถึงเอกสารที่ต้องเก็บไว้เมื่อมีการตรวจสอบย้อนหลัง

คำว่าทดลองงานไม่ได้ทำให้คนคนนั้นอยู่นอกกฎเกณฑ์ปกติ สิ่งที่ยังต้องดูแลคือค่าจ้างถึงวันสุดท้ายที่ทำงานจริง และการบอกกล่าวล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งงวดการจ่ายค่าจ้าง หากไม่บอกล่วงหน้าก็ต้องจ่ายแทนการบอกกล่าวเป็นเงิน ส่วนเงินชดเชยตามอายุงานจะยังไม่เข้าเงื่อนไขหากทำงานไม่ถึงหนึ่งร้อยยี่สิบวัน ในทางบัญชีให้แยกยอดสามก้อนนี้ในสลิปให้ชัด เพราะการหักภาษีและฐานประกันสังคมของแต่ละก้อนไม่เหมือนกัน และเวลามีการทวงถามภายหลังจะชี้แจงได้ทันที
หลักคิดคือดูว่าเงินที่จ่ายเป็นประจำก้อนนั้นเป็นค่าตอบแทนการทำงานปกติหรือเป็นการชดเชยค่าใช้จ่าย เงินที่จ่ายทุกเดือนเป็นจำนวนแน่นอนโดยไม่ผูกกับการเดินทางหรือใบเสร็จ มักถือเป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้างและต้องนำมารวมในฐานคำนวณ ส่วนเงินที่จ่ายตามระยะทางจริงหรือคืนตามใบเสร็จมักไม่รวม ปัญหาที่พบคือบริษัทตั้งชื่อรายการว่าเบี้ยเลี้ยงแต่จ่ายเท่ากันทุกเดือนให้ทุกคน ซึ่งเมื่อมีข้อพิพาทมักถูกตีความเป็นค่าจ้าง จึงควรทบทวนโครงสร้างรายการจ่ายให้ชื่อกับเนื้อหาตรงกัน
ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เขียนไว้ในข้อบังคับการทำงานเป็นหลัก หากข้อบังคับให้สะสมไปปีถัดไปได้ก็ทำตามนั้น หากกำหนดให้ใช้ให้หมดภายในปี นายจ้างมีหน้าที่จัดให้ลูกจ้างได้ใช้สิทธิจริง ไม่ใช่ปล่อยให้หมดอายุเพราะงานยุ่ง เมื่อสัญญาจ้างสิ้นสุดลง วันที่ยังไม่ได้ใช้ในปีที่เลิกจ้างต้องคิดเป็นเงินตามสัดส่วน ในระบบบัญชีควรตั้งประมาณการภาระวันลาค้างไว้ทุกสิ้นงวด เพื่อไม่ให้กำไรของปีบิดเบือนแล้วมาเจอค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ตอนคนลาออกพร้อมกัน
ตัวคูณคืออัตราค่าจ้างงวดสุดท้ายของลูกจ้าง ส่วนจำนวนงวดที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นตามช่วงอายุงาน เริ่มจากช่วงหนึ่งร้อยยี่สิบวันขึ้นไป แล้วไล่ขึ้นเป็นชั้นเมื่อครบหนึ่งปี สามปี หกปี สิบปี และยี่สิบปี ควรตรวจอายุงานถึงวันสุดท้ายให้แม่นก่อนคำนวณ เพราะการอยู่ก่อนหรือหลังเส้นแบ่งเพียงไม่กี่วันเปลี่ยนยอดได้มาก จุดที่มักลืมคือกรณีเลิกจ้างเพราะย้ายสถานประกอบกิจการหรือปรับปรุงเครื่องจักร ซึ่งมีเงื่อนไขเพิ่มเติมแยกต่างหากจากค่าชดเชยปกติ
ต้องแยกก่อนว่าลูกจ้างได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือนหรือรายวัน เพราะคนรายเดือนได้รับค่าจ้างของวันหยุดนั้นอยู่แล้วในเงินเดือน จึงจ่ายเพิ่มสำหรับชั่วโมงที่มาทำงานตามอัตราวันหยุด ส่วนคนรายวันจะได้ทั้งค่าจ้างของวันหยุดและค่าทำงานในวันหยุด หากทำเกินเวลาทำงานปกติในวันนั้นยังมีอัตราสำหรับล่วงเวลาในวันหยุดซ้อนอีกชั้น ระบบเงินเดือนควรตั้งรหัสรายการแยกสามแบบไว้ล่วงหน้า มิฉะนั้นเวลาย้อนดูรายงานจะแยกไม่ออกว่าชั่วโมงไหนคิดอัตราใด
เมื่อจำนวนลูกจ้างถึงสิบคน นายจ้างต้องจัดทำข้อบังคับการทำงานเป็นภาษาไทย ปิดประกาศให้ลูกจ้างเห็นได้ทั่วกัน และเก็บไว้ ณ สถานประกอบกิจการเพื่อให้ตรวจสอบได้ เนื้อหาต้องครอบคลุมวันทำงาน เวลาพัก วันหยุด หลักเกณฑ์การลา การจ่ายค่าจ้าง วินัยและการร้องทุกข์ ในทางปฏิบัติควรทบทวนทุกครั้งที่เปลี่ยนโครงสร้างค่าตอบแทน เพราะเอกสารฉบับนี้คือสิ่งที่ถูกหยิบมาอ่านเป็นอันดับแรกเมื่อมีข้อพิพาท และหากขัดกับสิ่งที่จ่ายจริงจะกลายเป็นหลักฐานที่ไม่เป็นผลดีกับนายจ้างเอง
หากความสัมพันธ์เข้าลักษณะลูกจ้าง คือมีการกำหนดเวลาทำงาน สั่งงาน และควบคุมวิธีทำงาน ก็อยู่ในข่ายที่ต้องขึ้นทะเบียนแม้จ้างเพียงไม่กี่วัน ระยะเวลาสั้นไม่ใช่ข้อยกเว้นในตัวเอง สิ่งที่ทำให้ต่างออกไปคือการเป็นผู้รับจ้างทำของที่รับผิดชอบผลงานเอง ใช้เครื่องมือของตน และไม่อยู่ใต้ตารางเวลาของบริษัท กรณีหลังนี้จะเป็นเรื่องของการหักภาษี ณ ที่จ่ายแทน จึงควรทำเอกสารการจ้างให้สะท้อนข้อเท็จจริง ไม่ใช่เลือกรูปแบบเอกสารตามความสะดวกในการลดยอดนำส่ง
การหักค่าจ้างทำได้เฉพาะกรณีที่กฎหมายเปิดช่องไว้ เช่น ภาษีที่ต้องนำส่ง เงินสมทบตามกฎหมาย หนี้สหกรณ์ หรือกรณีที่ลูกจ้างยินยอมเป็นหนังสือโดยชัดแจ้ง การหักเพื่อชดใช้ของเสียหายโดยฝ่ายเดียวหรือด้วยการประกาศในไลน์กลุ่มไม่ถือว่าใช้ได้ และยอดรวมที่หักในแต่ละงวดยังถูกจำกัดไม่ให้กระทบการดำรงชีพจนเกินสมควร แนวทางที่ปลอดภัยกว่าคือทำข้อตกลงผ่อนชำระเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุยอดรวม จำนวนงวด และวันที่หัก แล้วให้ลูกจ้างลงนามรับทราบก่อนงวดแรก
ชุดพื้นฐานคือหนังสือลาออกที่ลูกจ้างลงนามเองหรือหนังสือบอกเลิกจ้างที่ระบุเหตุและวันที่มีผล ใบคำนวณเงินงวดสุดท้ายที่แจกแจงค่าจ้าง วันลาคงเหลือ และเงินอื่น หลักฐานการจ่ายผ่านธนาคาร แบบแจ้งออกที่ยื่นต่อสำนักงานประกันสังคม และหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายสำหรับรายได้ทั้งปี ควรเก็บไฟล์ทั้งชุดรวมไว้ในโฟลเดอร์เดียวต่อพนักงานหนึ่งคน เพราะเมื่อมีการสอบถามหลังผ่านไปหลายปี การรื้อหาเอกสารจากหลายระบบมักใช้เวลานานกว่าตัวเนื้อหาที่ต้องชี้แจงเสียอีก
สิ่งที่ถูกขอดูบ่อยที่สุดคือทะเบียนลูกจ้าง เอกสารการจ่ายค่าจ้างย้อนหลัง บันทึกเวลาทำงานและเวลาล่วงเวลา ข้อบังคับการทำงานฉบับที่ใช้อยู่จริง และหลักฐานการนำส่งเงินสมทบ ควรจัดชุดนี้ให้ดึงออกมาได้ภายในวันเดียวโดยไม่ต้องรอผู้บริหารคนใดคนหนึ่ง หากพบว่าตัวเลขในบันทึกเวลากับยอดที่จ่ายจริงไม่ตรงกัน ให้แก้ก่อนที่จะมีใครมาถาม พร้อมบันทึกเหตุผลของส่วนต่างไว้ การเตรียมล่วงหน้าแบบนี้ช่วยให้การเข้าตรวจจบเร็วและลดโอกาสถูกออกคำสั่งให้แก้ไขตามมา
เขียนโดย
หัวหน้าฝ่ายลูกค้าต่างชาติ
ผู้เชี่ยวชาญ BOI ใบอนุญาตประกอบธุรกิจคนต่างด้าว และใบอนุญาตทำงาน
ประสานงานกับ BOI กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองให้นักลงทุนต่างชาติกว่า 200 ราย ตั้งแต่ขั้นออกแบบโครงสร้างผู้ถือหุ้นจนถึงต่ออายุวีซ่า
ตรวจทานโดย
หัวหน้าฝ่ายบัญชี (CPA)
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ขึ้นทะเบียนสภาวิชาชีพบัญชี
ตรวจความถูกต้องของข้อกฎหมายและตัวเลขก่อนเผยแพร่ · เผยแพร่ 2026-08-29 · แก้ไขล่าสุด 2026-08-29
ดูคุณวุฒิผู้ตรวจทานลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- ให้พนักงานทดลองงานออกก่อนครบกำหนด ต้องจ่ายอะไรบ้าง
- ฐานคำนวณค่าล่วงเวลาควรใช้เงินเดือนอย่างเดียวหรือรวมเบี้ยเลี้ยงด้วย
- วันลาพักร้อนที่เหลือปลายปี ต้องจ่ายเป็นเงินไหม
- ค่าชดเชยเลิกจ้างคำนวณจากอะไร และมีขั้นบันไดอย่างไร
- ให้พนักงานมาทำงานในวันหยุดตามประเพณี ต้องจ่ายเพิ่มเท่าไร
- บริษัทมีพนักงานกี่คนถึงต้องมีข้อบังคับการทำงานเป็นลายลักษณ์อักษร
- จ้างคนงานรายวันช่วงสั้น ๆ ต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคมหรือไม่
- หักเงินเดือนพนักงานเพื่อชดใช้ความเสียหายได้แค่ไหน
- เอกสารชุดใดควรเก็บไว้เมื่อพนักงานลาออกหรือถูกเลิกจ้าง
- เจ้าหน้าที่ตรวจแรงงานเข้าตรวจ ควรเตรียมอะไรไว้ล่วงหน้า
หัวข้ออื่น