FAQ
ข้อกำหนดทางแพ่งและพาณิชย์ที่เปลี่ยนวิธีลงบัญชี
หลายเรื่องที่ผู้ประกอบการคิดว่าเป็นงานทะเบียนล้วน ๆ กลับย้อนกลับมาเปลี่ยนตัวเลขในงบ เช่น ทุนที่เรียกชำระไม่ครบ การเปลี่ยนกรรมการผู้มีอำนาจ หรือมติที่ประชุมเรื่องเงินปันผล หน้านี้อธิบายเฉพาะมุมบัญชีและภาษีของรายการทะเบียนเหล่านั้น ว่าต้องบันทึกอย่างไร ใช้เอกสารอะไรประกอบ และจุดใดที่ผู้สอบบัญชีมักตั้งคำถาม

ยอดที่จดไว้กับยอดที่รับเงินจริงต้องแยกกันในงบ ส่วนที่เรียกแล้วแต่ยังไม่ได้รับให้ตั้งเป็นลูกหนี้ค่าหุ้นไว้ฝั่งสินทรัพย์ ส่วนที่ยังไม่ได้เรียกจะไม่ปรากฏเป็นสินทรัพย์เลย เพราะบริษัทยังไม่มีสิทธิ์เรียกร้อง จุดที่มักผิดคือบันทึกเต็มจำนวนที่จดทะเบียนแล้วให้ยอดค้างลอยอยู่หลายปี ซึ่งผู้สอบบัญชีจะขอหลักฐานการเรียกชำระและหนังสือแจ้งผู้ถือหุ้น หากตั้งใจจะไม่เรียกเพิ่ม ทางที่สะอาดกว่าคือดำเนินการลดทุนให้ตรงกับเงินที่ลงจริง แล้วปรับงบให้สอดคล้องกันในงวดเดียวกัน
ลำดับที่ถูกต้องคือมติที่ประชุมมาก่อน แล้วรับเงิน แล้วจึงยื่นจดทะเบียน การบันทึกจะแยกเป็นสองส่วนคือมูลค่าที่ตราไว้เข้าบัญชีทุนหุ้นสามัญ และส่วนที่จ่ายเกินกว่ามูลค่าที่ตราไว้เข้าบัญชีส่วนเกินมูลค่าหุ้น ค่าธรรมเนียมและค่าที่ปรึกษาที่เกิดจากการเพิ่มทุนโดยตรงมีทางเลือกในการนำไปหักจากส่วนของผู้ถือหุ้นหรือรับรู้เป็นรายจ่าย ควรเลือกวิธีเดียวและใช้ให้เหมือนกันทุกครั้ง เอกสารที่ต้องเก็บคู่กันคือสำเนามติ ใบสำคัญรับเงินจากผู้ถือหุ้นแต่ละราย และหลักฐานการโอนเข้าบัญชีบริษัท
ต้องมีกำไรสะสมเพียงพอหลังหักสำรองตามกฎหมายแล้ว และต้องมีงบการเงินที่ผ่านการอนุมัติเป็นฐานในการคำนวณ ถ้าจ่ายจากยอดที่ยังไม่ผ่านการอนุมัติหรือจ่ายเกินกำไรสะสม รายการนั้นอาจถูกตีความว่าเป็นเงินให้กรรมการหรือผู้ถือหุ้นกู้ยืมแทน ซึ่งเปลี่ยนภาระภาษีทั้งก้อน เมื่อจ่ายจริงต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราของเงินปันผล ออกหนังสือรับรองการหักให้ผู้ถือหุ้น และนำส่งภายในกำหนดของเดือนถัดไป พร้อมเก็บสำเนามติและทะเบียนผู้ถือหุ้น ณ วันกำหนดสิทธิ์ไว้ด้วยกัน
ตัวการแก้วัตถุประสงค์เองไม่ได้เปลี่ยนสถานะผู้ประกอบการ แต่ธุรกิจใหม่ที่ตามมามักเปลี่ยน เช่น เดิมขายสินค้าอย่างเดียวแล้วเพิ่มบริการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นกิจการที่ได้รับยกเว้น ทำให้ต้องเริ่มเฉลี่ยภาษีซื้อระหว่างกิจการที่ต้องเสียและที่ได้รับยกเว้น อีกกรณีคือเพิ่มการนำเข้าส่งออก ซึ่งต้องลงทะเบียนผู้นำเข้าและวางระบบเก็บใบขนสินค้าให้ตรงกับใบกำกับ จึงควรแจ้งฝ่ายบัญชีก่อนยื่นแก้ไข ไม่ใช่แจ้งหลังจากออกใบแรกไปแล้ว
ในทางกฎหมายบริษัทเป็นนิติบุคคลเดียว งบการเงินจึงรวมทุกสาขาเป็นชุดเดียว แต่ในทางปฏิบัติควรแยกรหัสศูนย์ต้นทุนต่อสาขา เพราะภาษีมูลค่าเพิ่มต้องระบุสาขาที่ออกเอกสาร และการยื่นแบบบางประเภทดูตามสถานประกอบการ ถ้ามีสินค้าคงคลังอยู่ที่สาขา ต้องนับสต็อกแยกและกระทบยอดกับส่วนกลางทุกงวด ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือใช้เลขสาขาเดิมบนใบกำกับของสาขาใหม่ ซึ่งทำให้ลูกค้าใช้ภาษีซื้อไม่ได้และต้องออกใบใหม่ทั้งชุด
ทางบัญชีสิ่งที่ต้องพิสูจน์คือรายการเกิดขึ้นจริง มูลค่าเท่าใด และเกี่ยวข้องกับกิจการ ดังนั้นแม้ไม่มีสัญญาฉบับเต็ม ก็ยังใช้ใบเสนอราคาที่ตอบรับทางอีเมล ใบส่งของที่มีผู้รับลงชื่อ และหลักฐานการชำระเงินประกอบกันได้ แต่รายการที่มูลค่าสูง มีระยะเวลายาว หรือมีเงื่อนไขรับประกัน ควรมีเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรเสมอ เพราะเวลาตรวจสอบสิ่งที่ถูกถามคือขอบเขตงานและงวดที่รับรู้รายได้ ซึ่งอ่านจากอีเมลกระจัดกระจายได้ยากและมักทำให้ต้องปรับปรุงงวดย้อนหลัง
ทางบัญชีตั้งค่าเผื่อได้ทันทีที่ประเมินว่าเก็บไม่ได้ แต่การจะถือเป็นรายจ่ายทางภาษีต้องผ่านหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ซึ่งแบ่งตามขนาดของหนี้ ยอดเล็กใช้หลักฐานการติดตามทวงถามที่สมเหตุสมผล ยอดกลางและใหญ่ต้องมีขั้นตอนเพิ่ม เช่น การดำเนินการทางกฎหมายและผลของการบังคับคดี เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องทำตั้งแต่วันแรกคือเก็บหลักฐานการทวงถามทุกครั้งพร้อมวันที่ ไม่ใช่รอจนใกล้ปิดงบแล้วค่อยรวบรวม เพราะเอกสารที่สร้างย้อนหลังมักถูกปฏิเสธ
ไม่ได้จบวันที่จดเลิก แต่จบเมื่อชำระบัญชีเสร็จและจดเสร็จการชำระบัญชีแล้ว ระหว่างนั้นยังต้องปิดงบ ณ วันเลิก ยื่นแบบภาษีสำหรับรอบสุดท้าย เก็บหนี้สิน ขายทรัพย์สินที่เหลือ และคืนส่วนที่เหลือให้ผู้ถือหุ้น ทรัพย์สินที่แจกคืนเป็นสิ่งของแทนเงินสดต้องตีมูลค่าตามราคาตลาดและอาจมีภาษีมูลค่าเพิ่มเข้ามาเกี่ยว หลังจดเสร็จแล้วยังต้องเก็บสมุดบัญชีและเอกสารประกอบตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยระบุผู้รับผิดชอบเก็บไว้ให้ชัด เพราะการเรียกดูย้อนหลังยังเกิดขึ้นได้
เขียนโดย
หัวหน้าฝ่ายภาษี
ที่ปรึกษาภาษีอากรและผู้ตรวจสอบภาษี (TA)
รับผิดชอบงานวางแผนภาษีนิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม และการชี้แจงต่อเจ้าพนักงานประเมิน รวมถึงคดีอุทธรณ์ภาษีกับกรมสรรพากรมากกว่า 10 ปี
ตรวจทานโดย
หัวหน้าฝ่ายบัญชี (CPA)
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ขึ้นทะเบียนสภาวิชาชีพบัญชี
ตรวจความถูกต้องของข้อกฎหมายและตัวเลขก่อนเผยแพร่ · เผยแพร่ 2026-08-29 · แก้ไขล่าสุด 2026-08-29
ดูคุณวุฒิผู้ตรวจทานลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- ทุนจดทะเบียนที่ผู้ถือหุ้นยังชำระไม่ครบ ลงบัญชีอย่างไร
- เพิ่มทุนแล้วต้องบันทึกรายการอะไรบ้าง
- เปลี่ยนกรรมการผู้มีอำนาจแล้วงานบัญชีต้องปรับอะไร
- มติจ่ายเงินปันผลต้องมีอะไรรองรับก่อนโอนเงิน
- แก้ไขวัตถุประสงค์ของบริษัทกระทบภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่
- เปิดสาขาใหม่ต้องแยกสมุดบัญชีหรือรวมกับสำนักงานใหญ่
- เงินที่ผู้ถือหุ้นให้บริษัทกู้ ต้องคิดดอกเบี้ยหรือไม่
- สัญญาที่ไม่ได้ทำเป็นหนังสือ ใช้เป็นหลักฐานทางบัญชีได้หรือไม่
- หนี้ที่ขาดอายุความแล้วตัดเป็นหนี้สูญได้ทันทีหรือไม่
- เลิกบริษัทแล้วงานบัญชีจบเมื่อไหร่
หัวข้ออื่น