FAQ
ความเข้าใจผิดทางบัญชีและภาษีที่พบบ่อย
ความเสียหายทางภาษีส่วนใหญ่ที่เราเข้าไปแก้ให้ลูกค้า ไม่ได้เกิดจากเจตนาเลี่ยงภาษี แต่เกิดจากความเชื่อผิด ๆ ที่ฟังต่อกันมาแล้วทำตามอยู่หลายปีจนกลายเป็นยอดประเมินก้อนใหญ่ คลัสเตอร์นี้รวบรวมความเข้าใจผิดที่เจอซ้ำที่สุดในหน้างานจริง อธิบายว่าข้อเท็จจริงตามกฎหมายคืออะไร ผลกระทบเป็นตัวเงินประมาณเท่าไร และควรแก้ย้อนหลังอย่างไรให้เสียหายน้อยที่สุด ถ้าอ่านแล้วพบว่ากิจการของคุณเข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่ง ทีมที่ปรึกษาของเราตรวจย้อนหลังและวางทางลงให้ได้
ไม่ใช่ หน้าที่ยื่นแบบผูกกับสถานะนิติบุคคล ไม่ได้ผูกกับผลกำไร นิติบุคคลที่ยังไม่ถูกขีดชื่อออกจากทะเบียนต้องยื่น ภ.ง.ด.51 กลางปีและ ภ.ง.ด.50 ปลายปีทุกปี พร้อมงบการเงินที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและนำส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แม้ตัวเลขทุกช่องจะเป็นศูนย์ก็ตาม การไม่ยื่นมีค่าปรับอาญาต่อแบบและค่าปรับนำส่งงบล่าช้าซ้อนกัน อีกผลที่หลายคนมองข้ามคือผลขาดทุนสะสมจะยกไปหักกำไรปีหน้าได้เฉพาะเมื่อมีการยื่นแบบต่อเนื่องครบถ้วน ปีที่ไม่ยื่นจึงเท่ากับทิ้งสิทธิหักขาดทุนห้าปีของปีนั้นไปเลย
ไม่เสมอไป และจุดคุ้มทุนอยู่สูงกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด บริษัท SME เสียภาษีนิติบุคคลแบบขั้นบันได กำไรสุทธิสามแสนแรกได้รับยกเว้น ส่วนที่เกินถึงสามล้านเสียร้อยละสิบห้า และส่วนที่เกินสามล้านเสียร้อยละยี่สิบ แต่ต้องนับภาษีชั้นที่สองด้วยคือตอนดึงเงินออกมาใช้ส่วนตัว ถ้าจ่ายเป็นเงินปันผลจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายอีกร้อยละสิบ ขณะที่บุคคลธรรมดาที่ใช้การหักค่าใช้จ่ายเหมาในบางประเภทเงินได้อาจเสียรวมน้อยกว่า สิ่งที่ต้องบวกเพิ่มฝั่งบริษัทคือค่าทำบัญชี ค่าสอบบัญชี และภาระเอกสารรายเดือน โดยทั่วไปการจดบริษัทเริ่มคุ้มเมื่อกำไรก่อนภาษีต่อปีเข้าหลักล้านขึ้นไป หรือเมื่อคู่ค้าต้องการใบกำกับภาษีและงบการเงิน เราคำนวณเปรียบเทียบสองทางเลือกจากตัวเลขจริงของคุณให้ก่อนตัดสินใจได้
แยกสองเรื่องออกจากกัน เรื่องแรกคือรายจ่ายทางภาษีเงินได้นิติบุคคล กฎหมายต้องการหลักฐานว่ารายจ่ายนั้นเกิดขึ้นจริงและเกี่ยวกับกิจการ บิลเงินสดที่ไม่มีชื่อผู้ซื้อยังใช้ได้ถ้าแนบใบสำคัญจ่ายที่ระบุผู้รับเงิน วัตถุประสงค์ และผู้อนุมัติ พร้อมหลักฐานการจ่ายเงิน เรื่องที่สองคือภาษีซื้อ อันนี้เข้มกว่ามาก ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปต้องมีชื่อและที่อยู่ของผู้ซื้อถูกต้องตามที่จดทะเบียน ถ้าไม่มีก็ขอคืนหรือเครดิตภาษีซื้อไม่ได้เลย วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือทำสติ๊กเกอร์ชื่อที่อยู่และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีติดกระเป๋าสตางค์พนักงานที่ต้องซื้อของ แล้วให้ยื่นทุกครั้งที่ขอใบกำกับ
ไม่จริงอีกต่อไป ธนาคารและผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ต้องส่งข้อมูลบัญชีที่รับโอนเข้าตั้งแต่สี่ร้อยครั้งต่อปีขึ้นไป หรือสองร้อยครั้งขึ้นไปที่มียอดรวมเกินสองล้านบาทต่อปี ให้กรมสรรพากรเป็นรายปี ข้อมูลนี้ถูกนำไปจับคู่กับแบบที่ยื่น ถ้ายอดเข้าบัญชีสูงกว่ารายได้ที่แจ้งอย่างมีนัยสำคัญก็จะเข้าเงื่อนไขให้เจ้าหน้าที่เรียกชี้แจง ผลที่ตามมามักหนักกว่าภาษีที่ประหยัดได้ เพราะเงินที่เข้าบัญชีส่วนตัวถูกตีเป็นเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราก้าวหน้า บวกเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม และยังทำให้งบการเงินของบริษัทแสดงรายได้ต่ำกว่าจริงซึ่งกระทบการขอสินเชื่อด้วย ทางออกคือแยกบัญชีให้ชัด และถ้ามีประวัติปนกันมาแล้ว ควรทำเอกสารกระทบยอดย้อนหลังก่อนถูกเรียก
ไม่ควรอย่างยิ่ง เมื่อรายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการที่อยู่ในข่ายเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกินหนึ่งล้านแปดแสนบาทต่อปี ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่รายได้ถึงเกณฑ์ ถ้าไม่จดแล้วถูกตรวจพบภายหลัง เจ้าหน้าที่จะประเมินภาษีขายย้อนหลังจากยอดขายทั้งหมดในช่วงที่ควรจด โดยที่คุณไม่มีสิทธิเครดิตภาษีซื้อในช่วงเดียวกันเพราะยังไม่ได้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน บวกเบี้ยปรับสองเท่าและเงินเพิ่มร้อยละหนึ่งจุดห้าต่อเดือน กรณีแบบนี้ยอดประเมินมักสูงกว่ากำไรทั้งปีของกิจการ ถ้าเพิ่งรู้ตัวว่าเลยเกณฑ์มาแล้ว ยิ่งเข้าไปจดเร็วยิ่งลดเงินเพิ่ม เรารับตรวจยอดย้อนหลังและดำเนินการจดพร้อมเตรียมคำชี้แจงให้
เข้าใจผิดที่อันตรายมาก ผู้สอบบัญชีให้ความเห็นว่างบการเงินแสดงฐานะและผลการดำเนินงานโดยถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ไม่ได้รับรองว่าการคำนวณภาษีถูกต้อง และไม่ได้รับผิดชอบแทนกรรมการ ความรับผิดในความถูกต้องของบัญชีและภาษียังอยู่ที่กรรมการและผู้ทำบัญชีเสมอ กำไรทางบัญชีกับกำไรทางภาษีเป็นคนละตัว ต้องมีการปรับปรุงรายการบวกกลับ เช่น รายจ่ายต้องห้าม ค่ารับรองส่วนเกิน ค่าเสื่อมที่เกินอัตรา ในแบบ ภ.ง.ด.50 งบที่สะอาดจึงยังถูกประเมินภาษีเพิ่มได้ สิ่งที่ควรทำคือให้ผู้ทำบัญชีจัดทำกระดาษทำการกระทบกำไรบัญชีกับกำไรภาษีทุกปีและเก็บไว้กับแฟ้มภาษี
ไม่ใช่ ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นการชำระภาษีล่วงหน้า ไม่ใช่ภาษีคนละก้อน ผู้จ่ายเงินหักไว้แล้วนำส่งกรมสรรพากรในนามของคุณ พร้อมออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ ตอนคำนวณภาษีสิ้นปีคุณนำยอดที่ถูกหักทั้งหมดมาเครดิตกับภาษีที่ต้องเสีย ถ้าหักไว้เกินก็ขอคืนได้ ปัญหาจริงจึงไม่ใช่การถูกหัก แต่คือการเก็บหนังสือรับรองไม่ครบ ทำให้เครดิตไม่ได้และกลายเป็นต้นทุนจมจริง ๆ กิจการบริการที่ถูกหักร้อยละสามทุกใบควรมีทะเบียนคุมหนังสือรับรองรายเดือน แล้วกระทบยอดกับรายได้ที่บันทึกไว้ทุกสิ้นเดือน จะได้ทวงใบที่ขาดทันเวลาก่อนปิดปี
นิติบุคคลต้องใช้เกณฑ์คงค้าง คือรับรู้รายได้เมื่อส่งมอบสินค้าหรือให้บริการเสร็จ และรับรู้ค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดภาระ ไม่ใช่ตอนเงินเข้าออก การใช้เกณฑ์เงินสดทำให้รายได้ตกข้ามปีและเป็นประเด็นที่ถูกปรับปรุงบ่อยมากเวลาตรวจ เพราะเจ้าหน้าที่จะเทียบใบกำกับภาษีขายในแบบ ภ.พ.30 กับรายได้ในงบกำไรขาดทุน ถ้าไม่ตรงต้องอธิบายได้ทุกบาท ข้อยกเว้นที่มักสับสนคือจุดความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของธุรกิจบริการซึ่งเกิดเมื่อได้รับชำระเงิน ทำให้ VAT กับรายได้ทางบัญชีไม่ตรงกันได้โดยชอบ แต่ต้องมีกระดาษกระทบยอดอธิบายผลต่างไว้เสมอ
มีผลแน่นอน บัญชีเงินให้กู้ยืมแก่กรรมการเป็นรายการที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบดูเป็นอันดับต้น ๆ กฎหมายกำหนดว่าการให้กู้ยืมต้องคิดดอกเบี้ยในอัตราตลาด ถ้าไม่คิดหรือคิดต่ำกว่าที่ควร เจ้าหน้าที่มีอำนาจประเมินดอกเบี้ยรับเข้าเป็นรายได้ของบริษัทและเก็บภาษีจากยอดนั้น พร้อมประเด็นภาษีมูลค่าเพิ่มในบางกรณี ยิ่งยอดคงค้างสูงและไม่มีการคืนติดต่อกันหลายปี ยิ่งมีความเสี่ยงถูกตีความว่าเป็นการจ่ายผลประโยชน์ให้กรรมการซึ่งต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นเงินได้ วิธีจัดการที่ถูกคือจัดทำหนังสือสัญญาเงินกู้ให้ชัดเจน ระบุดอกเบี้ยและตารางคืนเงิน บันทึกดอกเบี้ยรับทุกงวด และทยอยล้างยอดจริง
ไม่จริง กิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะยังต้องจัดทำงบการเงินตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ ผู้สอบบัญชีจึงจะแสดงความเห็นอย่างไม่มีเงื่อนไขได้ การทำบัญชีแบบเอาพอผ่านมีต้นทุนแฝงสูงกว่าที่คิด เพราะเมื่อถึงวันที่ต้องขอสินเชื่อ ขายกิจการ รับนักลงทุน หรือเข้าร่วมประมูลงานราชการ ผู้ตรวจจะย้อนดูงบสามถึงห้าปี งบที่ไม่มีการตั้งค่าเผื่อ ไม่มีทะเบียนทรัพย์สิน หรือไม่เคยตรวจนับสต๊อก จะถูกลดความน่าเชื่อถือทันทีและมักทำให้วงเงินสินเชื่อหายไปหลายเท่าของค่าทำบัญชีที่ประหยัดได้ เราจึงวางระบบให้งบการเงินใช้ตัดสินใจทางธุรกิจได้จริง มากกว่าทำเพียงเพื่อยื่นให้ครบตามกำหนด
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- บริษัทขาดทุน ไม่มีรายได้ ไม่ต้องยื่นแบบใช่ไหม
- จดบริษัทแล้วเสียภาษีถูกกว่าบุคคลธรรมดาเสมอจริงไหม
- ใบเสร็จที่ไม่มีชื่อบริษัท ใช้เป็นรายจ่ายได้หรือไม่
- รับเงินลูกค้าเข้าบัญชีส่วนตัว สรรพากรมองไม่เห็นจริงหรือ
- รายได้เกินเกณฑ์แล้วแต่ยังไม่จด VAT ปล่อยไว้ก่อนได้ไหม
- มีผู้สอบบัญชีเซ็นงบแล้ว แปลว่าบัญชีถูกต้องปลอดภัยแล้วใช่ไหม
- ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายคือเสียภาษีเพิ่มใช่หรือไม่
- บันทึกบัญชีตอนได้รับเงินจริงก็พอ ไม่ต้องบันทึกตอนออกใบแจ้งหนี้ใช่ไหม
- กรรมการยืมเงินบริษัทไปใช้ก่อนแล้วค่อยคืน ไม่มีผลทางภาษีใช่ไหม
- บริษัทเล็กไม่ต้องสนใจมาตรฐานการบัญชี ทำพอผ่านสรรพากรก็พอจริงไหม
หัวข้ออื่น