FAQ
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายผ่านระบบธนาคาร (e-Withholding Tax)
เมื่อบริษัทเลือกจ่ายเงินผ่านช่องทาง e-Withholding Tax ธนาคารจะทำหน้าที่นำส่งภาษีแทน ทำให้ขั้นตอนออกหนังสือรับรองและการยื่นแบบเปลี่ยนไปจากวิธีเดิม คลัสเตอร์นี้อธิบายว่าอะไรหายไปจากงานประจำเดือน อะไรยังต้องทำเหมือนเดิม และจุดที่ทีมบัญชีมักตกหล่นในช่วงเปลี่ยนผ่าน

ผู้จ่ายเงินสั่งโอนผ่านบริการของธนาคารพร้อมระบุยอดเงินได้ ประเภทเงินได้ และจำนวนภาษีที่ต้องหัก ธนาคารจะแยกยอดภาษีออกจากเงินที่โอนให้คู่ค้า แล้วนำส่งกรมสรรพากรพร้อมข้อมูลรายการภายในกรอบเวลาที่กำหนด ผู้รับเงินได้รับยอดสุทธิเข้าบัญชี ส่วนข้อมูลการหักถูกส่งเข้าระบบโดยตรง ไม่ต้องรอกระดาษเดินทางระหว่างสองบริษัท จุดสำคัญคือความถูกต้องเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนกรอกคำสั่งโอน ถ้าระบุประเภทเงินได้ผิด การแก้ไขภายหลังยุ่งกว่าการทบทวนก่อนกดยืนยันมาก
เมื่อใช้ช่องทางนี้ ผู้จ่ายไม่ต้องออกหนังสือรับรองกระดาษให้คู่ค้าอีก เพราะข้อมูลการหักถูกบันทึกในระบบของกรมสรรพากรแล้ว และผู้รับเงินตรวจดูยอดสะสมของตนได้จากระบบออนไลน์ อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัติคู่ค้าหลายรายยังขอเอกสารยืนยันเพื่อกระทบยอดภายในของเขาเอง เราจึงแนะนำให้ส่งรายงานสรุปการโอนจากธนาคารเป็นไฟล์แนบไปพร้อมอีเมลแจ้งชำระเงิน วิธีนี้ลดสายโทรทวงเอกสารได้มาก โดยไม่ทำให้ต้องกลับไปพิมพ์เอกสารชุดเดิม
สำหรับรายการที่จ่ายผ่านช่องทางนี้ ธนาคารนำส่งภาษีและข้อมูลให้แล้ว จึงไม่ต้องนำไปรวมยื่นแบบรายเดือนซ้ำอีก แต่บริษัทส่วนใหญ่ไม่ได้จ่ายทุกบิลผ่านช่องทางเดียวกัน ยังมีการจ่ายเงินสดย่อย เช็ค หรือโอนแบบปกติปะปนอยู่ ส่วนที่เหลือนั้นยังต้องยื่นแบบตามปกติ ความผิดพลาดที่เจอบ่อยที่สุดคือทีมบัญชีนึกว่าเปลี่ยนระบบแล้วจบ แล้วปล่อยรายการจ่ายนอกช่องทางค้างไว้จนเลยกำหนด วิธีคุมคือแยกรหัสวิธีจ่ายในระบบบัญชีตั้งแต่ต้น แล้วดึงรายงานสองชุดทุกสิ้นเดือน
รัฐเคยกำหนดอัตราหักที่ต่ำกว่าปกติสำหรับเงินได้บางประเภทที่จ่ายผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อจูงใจให้เปลี่ยนวิธีชำระ อัตราลักษณะนี้ออกเป็นกฎกระทรวงที่มีช่วงเวลาบังคับใช้ชัดเจนและมีการต่ออายุเป็นระยะ จึงต้องยืนยันช่วงเวลาที่ใช้บังคับ ณ วันที่จ่ายจริงทุกครั้ง ไม่ควรตั้งอัตราค้างไว้ในระบบตั้งแต่ปีก่อน เพราะถ้าช่วงสิทธิสิ้นสุดลงแล้วยังหักในอัตราต่ำ ส่วนต่างจะกลายเป็นภาระของผู้จ่ายพร้อมเงินเพิ่ม
ไม่ใช่คู่ค้าทุกรายจะพร้อมรับเงินผ่านช่องทางนี้ โดยเฉพาะร้านค้ารายย่อยหรือผู้รับเหมาที่ใช้บัญชีบุคคลธรรมดา กรณีนี้ให้กลับไปใช้วิธีจ่ายเดิมและออกหนังสือรับรองตามปกติ ไม่ใช่พยายามดันทุกรายเข้าช่องทางเดียว สิ่งที่ควรทำคือจัดกลุ่มคู่ค้าตั้งแต่ตอนเปิดบัญชีเจ้าหนี้ ระบุไว้ในแฟ้มข้อมูลหลักว่ารายใดจ่ายผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ แล้วให้ระบบเลือกเส้นทางให้อัตโนมัติ จะลดการตัดสินใจซ้ำ ๆ ของพนักงานจ่ายเงินทุกรอบ
ให้ถือว่ายอดที่ปรากฏในระบบของกรมสรรพากรคือความจริงที่ต้องกระทบให้ตรง ไม่ใช่ยอดในสมุดบัญชีของเราเพียงลำพัง ทุกสิ้นเดือนควรดาวน์โหลดรายการนำส่งจากธนาคาร เทียบกับบัญชีภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างจ่ายในสมุด และตรวจว่ายอดคงเหลือเป็นศูนย์หรืออธิบายได้ทุกบาท ถ้าพบผลต่างมักมาจากรายการที่ยกเลิกกลางทางหรือโอนไม่สำเร็จแล้วทำใหม่ ซึ่งอาจถูกบันทึกสองครั้งในสมุด การจับผลต่างทุกเดือนใช้เวลาน้อยกว่าการไล่ย้อนตอนปิดปีมาก
แก้ได้ แต่ไม่ใช่การกดแก้ในระบบธนาคารย้อนหลัง เพราะข้อมูลถูกนำส่งไปแล้ว การแก้ไขต้องทำผ่านช่องทางปรับปรุงรายการกับกรมสรรพากรและอาจต้องยื่นเอกสารประกอบชี้แจง ความเสียหายจริงมักไม่ใช่ตัวเงิน แต่เป็นเวลาที่ต้องใช้ติดตามและอธิบาย เราจึงตั้งกติกาให้ลูกค้าว่าการจ่ายเงินก้อนใหญ่หรือประเภทเงินได้ที่ไม่คุ้นเคยต้องผ่านการทวนสอบสองชั้นก่อนยืนยันคำสั่งโอนเสมอ
เดิมภาษีที่หักไว้จะค้างอยู่ในบัญชีบริษัทจนถึงวันนำส่งในเดือนถัดไป ทำให้มีเงินหมุนช่วงสั้น ๆ พอเปลี่ยนมาใช้ช่องทางนี้ ภาษีถูกตัดออกจากบัญชีพร้อมกับการจ่ายเงินให้คู่ค้าทันที ช่วงเวลาที่เคยถือเงินไว้จึงหายไป ผลกระทบไม่มากสำหรับกิจการที่มีสภาพคล่องดี แต่กิจการที่วางแผนเงินสดตึงมือควรปรับประมาณการล่วงหน้าก่อนเปลี่ยนระบบ ไม่ใช่ค้นพบตอนสิ้นเดือนแรกว่ายอดเงินคงเหลือต่ำกว่าที่คาดไว้
เก็บคำสั่งโอนพร้อมรายละเอียดการหัก รายงานนำส่งจากธนาคาร และหลักฐานการเชื่อมโยงกับใบแจ้งหนี้ของคู่ค้า ทั้งสามชิ้นควรอยู่ในโฟลเดอร์เดียวกันตามรอบเดือน ไม่กระจายอยู่ในกล่องอีเมลของพนักงานคนใดคนหนึ่ง ระยะเวลาเก็บให้ยึดตามข้อกำหนดของเอกสารทางบัญชีทั่วไป และควรมีสำเนาสำรองที่กู้คืนได้แม้เปลี่ยนผู้ให้บริการธนาคาร เพราะสิทธิเข้าถึงระบบเดิมอาจหมดไปเมื่อปิดบัญชี
กิจการที่จ่ายเงินให้คู่ค้ารายย่อยจำนวนมากด้วยยอดเล็ก ๆ และยังไม่มีแฟ้มข้อมูลเจ้าหนี้ที่สะอาด มักได้ประโยชน์น้อยกว่าที่คิด เพราะเวลาที่ประหยัดจากการไม่ต้องออกเอกสารถูกกินไปกับการไล่แก้ข้อมูลบัญชีธนาคารของคู่ค้า ทางที่ได้ผลกว่าคือจัดระเบียบข้อมูลหลักให้เรียบร้อยก่อนหนึ่งรอบปิดงบ แล้วค่อยเปลี่ยนเฉพาะกลุ่มคู่ค้าที่จ่ายประจำและมียอดสูงก่อน ที่เหลือทยอยตามภายหลัง เราประเมินความพร้อมนี้ให้ในขั้นตอนเสนอราคาโดยดูจากปริมาณรายการจริง
เขียนโดย
หัวหน้าฝ่ายลูกค้าต่างชาติ
ผู้เชี่ยวชาญ BOI ใบอนุญาตประกอบธุรกิจคนต่างด้าว และใบอนุญาตทำงาน
ประสานงานกับ BOI กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองให้นักลงทุนต่างชาติกว่า 200 ราย ตั้งแต่ขั้นออกแบบโครงสร้างผู้ถือหุ้นจนถึงต่ออายุวีซ่า
ตรวจทานโดย
หุ้นส่วนผู้จัดการ
ทนายความอาวุโส สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์
ตรวจความถูกต้องของข้อกฎหมายและตัวเลขก่อนเผยแพร่ · เผยแพร่ 2026-08-29 · แก้ไขล่าสุด 2026-08-29
ดูคุณวุฒิผู้ตรวจทานแหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบได้
ทุกข้อความในหน้านี้อิงตัวบทและเอกสารของหน่วยงานที่ออกกฎเอง ลิงก์ด้านล่างเปิดไปยังเว็บไซต์ต้นทางโดยตรง หากตัวบทมีการแก้ไข ให้ยึดฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นสำคัญ
1. ประมวลกฎหมาย
ประมวลรัษฎากรกรมสรรพากร
ตัวบทหลักของภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ พร้อมกฎกระทรวงและคำสั่งที่ออกตามความในประมวล
2. ระบบ/แบบฟอร์มราชการ
ระบบยื่นแบบผ่านอินเทอร์เน็ตของกรมสรรพากรกรมสรรพากร
ช่องทางยื่นแบบและชำระภาษีออนไลน์ พร้อมกำหนดเวลาขยายเพิ่มสำหรับการยื่นทางอิเล็กทรอนิกส์
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- ระบบหักภาษี ณ ที่จ่ายผ่านธนาคารทำงานอย่างไร
- ยังต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้คู่ค้าอยู่หรือไม่
- ยังต้องยื่นแบบรายเดือนหรือธนาคารยื่นแทนทั้งหมด
- อัตราภาษีที่ลดลงสำหรับการจ่ายผ่านช่องทางนี้ยังใช้ได้หรือไม่
- ถ้าคู่ค้าไม่มีบัญชีธนาคารที่รองรับต้องทำอย่างไร
- จะกระทบยอดภาษีที่ธนาคารนำส่งกับบัญชีของเราอย่างไร
- ระบุประเภทเงินได้ผิดตอนสั่งโอนแก้ไขได้ไหม
- ช่องทางนี้กระทบกระแสเงินสดของบริษัทอย่างไร
- ต้องเก็บหลักฐานอะไรไว้บ้างเมื่อไม่มีเอกสารกระดาษ
- กิจการแบบไหนที่ยังไม่ควรเปลี่ยนมาใช้ช่องทางนี้
บริการที่ดูแลคำถามหมวดนี้
หัวข้ออื่น