FAQ
ESG และรายงานความยั่งยืนสำหรับ SME
SME ไทยจำนวนมากเจอคำถามเรื่องความยั่งยืนครั้งแรกจากลูกค้ารายใหญ่หรือคู่ค้าต่างประเทศ ไม่ใช่จากหน่วยงานกำกับ คลัสเตอร์นี้อธิบายว่าข้อมูลที่ถูกขอมักเป็นข้อมูลอะไร ต้องดึงจากระบบบัญชีตรงไหน และควรเริ่มเก็บอย่างไรโดยไม่สร้างงานเอกสารเกินตัว

เพราะบริษัทขนาดใหญ่ที่ต้องรายงานความยั่งยืนต้องรวมข้อมูลจากห่วงโซ่อุปทานของตนเข้าไปด้วย เมื่อคุณเป็นผู้ขายให้เขา ข้อมูลของคุณจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของรายงานเขา แรงกดดันจึงไหลลงมาตามสายการค้าไม่ใช่ตามกฎหมาย อีกช่องทางหนึ่งคือสถาบันการเงินที่เริ่มถามข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมประกอบการพิจารณาสินเชื่อบางประเภท ผลในทางปฏิบัติคือ SME ที่ตอบคำถามชุดนี้ได้เร็วมักรักษาคำสั่งซื้อไว้ได้ ส่วนรายที่ตอบไม่ได้จะถูกแทนที่โดยคู่แข่งที่เตรียมข้อมูลไว้แล้ว
ชุดที่พบบ่อยที่สุดคือปริมาณไฟฟ้าที่ใช้ต่อปี ปริมาณเชื้อเพลิงของยานพาหนะที่กิจการเป็นเจ้าของ ปริมาณของเสียและวิธีกำจัด จำนวนพนักงานแยกตามประเภทการจ้าง สถิติอุบัติเหตุจากการทำงาน และนโยบายพื้นฐานเช่นเรื่องการไม่ใช้แรงงานเด็กและการปฏิบัติต่อคู่ค้า จะเห็นว่าสามรายการแรกมาจากใบแจ้งหนี้ที่ฝ่ายบัญชีบันทึกอยู่แล้ว ส่วนรายการที่เหลือมาจากงานบุคคล จึงไม่ใช่การเริ่มจากศูนย์ แต่เป็นการจัดระเบียบข้อมูลที่มีอยู่ให้ออกมาเป็นตัวเลขต่อปีที่อ้างอิงได้
วิธีที่เบาแรงที่สุดคือเพิ่มมิติการบันทึกไว้ตั้งแต่ต้น แทนที่จะบันทึกค่าไฟรวมเป็นก้อนเดียว ให้แยกบัญชีย่อยตามสถานที่และบันทึกหน่วยที่ใช้จากใบแจ้งหนี้ควบคู่กับจำนวนเงิน เช่นเดียวกับค่าน้ำมันที่ควรเก็บจำนวนลิตรไม่ใช่แค่ยอดเงิน เพราะเมื่อถูกถามในปีถัดไป การย้อนไปเปิดใบแจ้งหนี้ทีละใบเป็นงานที่กินเวลามาก การเก็บหน่วยควบคู่กับเงินตั้งแต่แรกทำให้รายงานประจำปีกลายเป็นการดึงรายงานหนึ่งครั้ง และยังช่วยงานบริหารต้นทุน เพราะเห็นได้ทันทีว่าค่าไฟที่เพิ่มมาจากราคาหรือจากปริมาณการใช้
โดยทั่วไปแบ่งเป็นสามขอบเขต ขอบเขตแรกคือการปล่อยโดยตรงจากแหล่งที่กิจการควบคุมเอง เช่น หม้อไอน้ำและรถของบริษัท ขอบเขตที่สองคือการปล่อยทางอ้อมจากพลังงานที่ซื้อมาใช้ ซึ่งสำหรับ SME ไทยส่วนใหญ่คือไฟฟ้า และขอบเขตที่สามคือการปล่อยอื่นตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่วัตถุดิบที่ซื้อ การขนส่งโดยผู้ให้บริการภายนอก ไปจนถึงการเดินทางของพนักงาน ในทางปฏิบัติผู้ซื้อส่วนใหญ่จะเริ่มขอสองขอบเขตแรกก่อนเพราะคำนวณจากบิลได้ตรงไปตรงมา ส่วนขอบเขตที่สามมักขอเฉพาะรายการที่มีนัยสำคัญ
รอบแรกส่วนใหญ่ใช้เวลามากกว่าใช้เงิน งานหลักคือรวบรวมบิลย้อนหลังหนึ่งปี จัดเป็นตารางเดียว แล้วแปลงหน่วยด้วยค่าสัมประสิทธิ์ที่เผยแพร่เป็นสาธารณะ สิ่งที่ทำให้ค่าใช้จ่ายพุ่งคือการจ้างที่ปรึกษาให้ทำรายงานเต็มรูปแบบตั้งแต่ปีแรก ทั้งที่ผู้ซื้อยังขอเพียงตารางข้อมูลพื้นฐาน คำแนะนำคือเริ่มจากสิ่งที่ผู้ซื้อขอจริงในแบบสอบถามของเขา แล้วค่อยขยายเมื่อมีความต้องการชัดเจน เช่น เมื่อจะขอสินเชื่อประเภทที่ต้องใช้ข้อมูลรับรอง หรือเมื่อจะเข้าประมูลงานที่กำหนดเงื่อนไขด้านสิ่งแวดล้อม
สำหรับ SME ที่ใช้มาตรฐานรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ ข้อมูลด้านความยั่งยืนไม่ได้เป็นส่วนบังคับของงบการเงิน จึงมักนำเสนอเป็นเอกสารแยกต่างหากที่ให้แก่คู่ค้าหรือสถาบันการเงิน อย่างไรก็ตามมีจุดเชื่อมที่ควรระวัง หากกิจการมีภาระผูกพันที่จะต้องฟื้นฟูสภาพแวดล้อม มีคดีหรือค่าปรับด้านสิ่งแวดล้อม หรือมีสินทรัพย์ที่มูลค่าลดลงเพราะข้อกำหนดใหม่ เรื่องเหล่านี้เป็นรายการที่ต้องพิจารณาตั้งประมาณการหรือเปิดเผยในหมายเหตุประกอบงบตามปกติ
ช่วยได้ในกรณีที่สินเชื่อนั้นออกแบบมาสำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่น การเปลี่ยนเครื่องจักรที่ประหยัดพลังงาน การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ หรือการปรับปรุงกระบวนการที่ลดของเสีย โดยผู้ให้กู้จะขอหลักฐานว่าเงินถูกใช้ตามวัตถุประสงค์และเกิดผลตามที่อ้าง ในกรณีสินเชื่อทั่วไป ข้อมูลชุดนี้ไม่ได้ทำให้อัตราดอกเบี้ยเปลี่ยนโดยอัตโนมัติ แต่ช่วยในทางอ้อมเพราะกิจการที่วัดการใช้พลังงานได้มักแสดงการควบคุมต้นทุนที่ดีกว่า ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้วิเคราะห์สินเชื่อให้น้ำหนักอยู่แล้ว
ความเสี่ยงหลักคือข้อความที่พิสูจน์ไม่ได้กลายเป็นภาระเมื่อคู่ค้าขอหลักฐาน หรือเมื่อมีผู้ร้องเรียนว่าโฆษณาเกินจริง กิจการที่ประกาศว่าลดการปล่อยได้ตามสัดส่วนหนึ่งควรมีตัวเลขฐานปีที่ชัดเจน มีขอบเขตที่ระบุว่านับอะไรบ้าง และมีวิธีคำนวณที่คงเส้นคงวาทุกปี ถ้ายังไม่มีสิ่งเหล่านี้ ควรสื่อสารเป็นการดำเนินการที่ทำจริง เช่น เปลี่ยนหลอดไฟทั้งอาคารแล้ว หรือแยกขยะรีไซเคิลได้กี่กิโลกรัมต่อเดือน ซึ่งตรวจสอบได้และยังสร้างความน่าเชื่อถือได้เท่ากัน
แผนที่ทำได้จริงในปีเดียวมีสี่ก้าว ก้าวแรกคือขอแบบสอบถามฉบับจริงจากลูกค้ารายใหญ่ที่สุดหนึ่งราย เพื่อรู้ขอบเขตที่ต้องตอบแทนการเดาเอง ก้าวที่สองคือกำหนดปีฐานและรวบรวมบิลค่าไฟ ค่าน้ำมัน และข้อมูลของเสียย้อนหลังสิบสองเดือน ก้าวที่สามคือปรับผังบัญชีและแบบฟอร์มบันทึกให้เก็บหน่วยควบคู่จำนวนเงินตั้งแต่เดือนถัดไป ก้าวที่สี่คือมอบหมายผู้รับผิดชอบหนึ่งคนพร้อมกำหนดวันสรุปรายไตรมาส เพียงเท่านี้ปีถัดไปการตอบแบบสอบถามจะใช้เวลาเป็นชั่วโมงแทนที่จะเป็นสัปดาห์
เขียนโดย
หัวหน้าฝ่ายภาษี
ที่ปรึกษาภาษีอากรและผู้ตรวจสอบภาษี (TA)
รับผิดชอบงานวางแผนภาษีนิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม และการชี้แจงต่อเจ้าพนักงานประเมิน รวมถึงคดีอุทธรณ์ภาษีกับกรมสรรพากรมากกว่า 10 ปี
ตรวจทานโดย
หัวหน้าฝ่ายบัญชี (CPA)
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ขึ้นทะเบียนสภาวิชาชีพบัญชี
ตรวจความถูกต้องของข้อกฎหมายและตัวเลขก่อนเผยแพร่ · เผยแพร่ 2026-08-29 · แก้ไขล่าสุด 2026-08-29
ดูคุณวุฒิผู้ตรวจทานลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- ทำไม SME ที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ถึงถูกถามเรื่อง ESG
- ข้อมูลที่คู่ค้ามักขอมีอะไรบ้าง
- ดึงข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมจากระบบบัญชีได้อย่างไร
- การปล่อยก๊าซเรือนกระจกแบ่งเป็นขอบเขตอะไรบ้าง
- เริ่มทำข้อมูล ESG ต้องลงทุนมากไหม
- ข้อมูลความยั่งยืนต้องอยู่ในงบการเงินหรือไม่
- ข้อมูลด้านความยั่งยืนช่วยเรื่องการขอสินเชื่อได้จริงหรือ
- ประกาศเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมโดยยังไม่มีข้อมูลรองรับ เสี่ยงอย่างไร
- ด้านสังคมและธรรมาภิบาลที่ SME ควรเริ่มมีอะไรบ้าง
- ปีแรกควรทำอะไรบ้างให้พอตอบคู่ค้าได้
บริการที่ดูแลคำถามหมวดนี้
หัวข้ออื่น
ด้านสังคมเริ่มจากสิ่งที่กฎหมายแรงงานกำหนดอยู่แล้วให้ครบและมีหลักฐาน ได้แก่ สัญญาจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร การนำส่งเงินสมทบตรงเวลา การบันทึกเวลาทำงานและค่าล่วงเวลาที่ตรวจสอบได้ และช่องทางร้องเรียนที่พนักงานใช้ได้จริง ด้านธรรมาภิบาลเริ่มจากการแยกเงินส่วนตัวออกจากเงินกิจการอย่างเด็ดขาด มีอำนาจอนุมัติจ่ายเป็นลายลักษณ์อักษร และมีการประชุมกรรมการที่มีบันทึกจริง สามข้อหลังนี้เป็นสิ่งที่ผู้ตรวจสอบและผู้ให้กู้ดูก่อนเสมอ และเป็นพื้นฐานเดียวกับการควบคุมภายในที่ดี