FAQ
มาตรฐานรายงานทางการเงินสำหรับกิจการ NPAEs
กรอบการจัดทำงบการเงินที่กิจการซึ่งไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะใช้จริง ต่างจากมาตรฐานเต็มรูปตรงไหน และประเด็นที่ผู้สอบบัญชีตั้งข้อสังเกตบ่อยที่สุด
โดยหลักคือกิจการที่ไม่ได้ระดมทุนจากสาธารณะ ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ไม่ได้อยู่ระหว่างยื่นขอเสนอขายหลักทรัพย์ และไม่ใช่สถาบันการเงินหรือกิจการที่มีกฎหมายเฉพาะกำหนดให้ใช้มาตรฐานเต็มรูป บริษัทจำกัดทั่วไปในไทยส่วนใหญ่จึงอยู่ในกลุ่มนี้ หากสถานะเปลี่ยน เช่น เตรียมเข้าตลาด ต้องวางแผนเปลี่ยนกรอบล่วงหน้าหลายรอบบัญชี ไม่ใช่เปลี่ยนในปีที่ยื่น
จุดที่เห็นผลชัดคือการวัดมูลค่า กรอบนี้เน้นราคาทุนเป็นหลัก จึงไม่ต้องตีราคาสินทรัพย์ใหม่ตามมูลค่ายุติธรรมในหลายกรณี ไม่ต้องคำนวณภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี และการรับรู้รายการที่ซับซ้อนอย่างสัญญาเช่าถูกทำให้ง่ายขึ้น ผลคืองบดูเรียบกว่าและต้นทุนการจัดทำต่ำกว่า แต่การเปรียบเทียบกับบริษัทที่ใช้มาตรฐานเต็มรูปต้องระวังว่าฐานการวัดต่างกัน
ควรกำหนดจากลักษณะการใช้งานจริงของสินทรัพย์ในกิจการ แล้วเขียนเป็นนโยบายบัญชีที่ใช้สม่ำเสมอทุกปี ปัญหาที่พบบ่อยคือใช้ตัวเลขอายุการใช้งานตามเกณฑ์ภาษีทั้งหมดโดยไม่พิจารณาการใช้งานจริง ทำให้งบไม่สะท้อนสภาพสินทรัพย์ หากมีความแตกต่างระหว่างเกณฑ์บัญชีกับเกณฑ์ภาษี ให้ปรับปรุงในการคำนวณภาษีแทนการบิดตัวเลขในงบ
หลักคือรับรู้เมื่อโอนความเสี่ยงและผลตอบแทนให้ลูกค้าแล้ว หรือเมื่อให้บริการไปตามสัดส่วนที่วัดได้อย่างน่าเชื่อถือ สำหรับงานที่ส่งมอบเป็นงวดควรมีหลักฐานยืนยันความคืบหน้า เช่น ใบส่งมอบงานที่ลูกค้าลงนาม การออกใบแจ้งหนี้เพียงอย่างเดียวไม่ใช่เกณฑ์รับรู้รายได้ และการรับเงินล่วงหน้าทั้งก้อนต้องบันทึกเป็นหนี้สินจนกว่าจะส่งมอบตามสัญญา
ตั้งเมื่อมีภาระผูกพันในปัจจุบันจากเหตุการณ์ในอดีต มีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ว่าต้องจ่าย และประมาณจำนวนได้อย่างสมเหตุสมผล ตัวอย่างที่พบในกิจการทั่วไปคือภาระผลประโยชน์พนักงานเมื่อเกษียณตามกฎหมายแรงงาน การรับประกันสินค้า และคดีที่มีแนวโน้มแพ้ หากยังไม่เข้าเงื่อนไขครบสามข้อให้เปิดเผยเป็นหนี้สินที่อาจเกิดขึ้นในหมายเหตุแทนการบันทึกในงบ
ควรทบทวนทุกรอบบัญชี เพราะยอดขึ้นกับจำนวนพนักงาน อายุงาน และฐานเงินเดือนที่เปลี่ยนไป กิจการขนาดเล็กอาจใช้วิธีคำนวณอย่างง่ายตามที่กรอบอนุญาต แต่ต้องใช้สม่ำเสมอและอธิบายสมมติฐานได้ ประเด็นที่ผู้สอบบัญชีถามบ่อยคือกิจการที่มีพนักงานอายุงานยาวแต่ไม่เคยตั้งภาระนี้เลย ซึ่งทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นสูงเกินจริง
ต้องประเมินความสามารถในการดำเนินงานต่อเนื่องและเปิดเผยไว้ในหมายเหตุ พร้อมระบุแผนรองรับ เช่น หนังสือสนับสนุนทางการเงินจากผู้ถือหุ้น การเพิ่มทุน หรือการปรับโครงสร้างหนี้ ผู้สอบบัญชีมักเพิ่มวรรคเน้นข้อมูลในรายงาน ซึ่งไม่ได้แปลว่างบไม่ถูกต้อง แต่เป็นการเตือนผู้ใช้งบ การมีแผนเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนวันปิดงบช่วยให้ประเด็นนี้จัดการได้ราบรื่นกว่ามาก
หมายเหตุที่ใช้ได้จริงต้องอธิบายนโยบายบัญชีที่กิจการเลือกใช้จริง ไม่ใช่คัดลอกข้อความมาตรฐานมาทั้งชุด และต้องแตกรายละเอียดของรายการที่มีสาระสำคัญ เช่น องค์ประกอบของสินทรัพย์ถาวร ลูกหนี้แยกตามอายุหนี้ และเงินกู้ยืมพร้อมเงื่อนไข ผู้ให้สินเชื่อและคู่ค้าอ่านหมายเหตุมากกว่าที่เจ้าของกิจการคิด งบที่หมายเหตุบางจึงมักถูกขอเอกสารเพิ่มเสมอ
เปลี่ยนได้เมื่อสถานะกิจการเปลี่ยนหรือมีเหตุผลที่เหมาะสม แต่ต้องปรับปรุงข้อมูลเปรียบเทียบของงวดก่อนให้อยู่บนฐานเดียวกันและเปิดเผยผลกระทบให้ชัด งานนี้ใช้เวลาเพราะต้องย้อนวัดมูลค่ารายการบางประเภทใหม่ทั้งหมด จึงควรเริ่มวางแผนอย่างน้อยหนึ่งรอบบัญชีก่อนปีที่ต้องการใช้กรอบใหม่ ไม่ใช่ตัดสินใจตอนใกล้ปิดงบ
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- กิจการแบบไหนใช้กรอบ NPAEs
- ต่างจากมาตรฐานเต็มรูปในเรื่องใดที่กระทบตัวเลขมากที่สุด
- อายุการใช้งานและวิธีคิดค่าเสื่อมควรกำหนดอย่างไร
- รับรู้รายได้เมื่อใดในงานที่ส่งมอบเป็นงวด
- ประมาณการหนี้สินต้องตั้งเมื่อไร
- ภาระผลประโยชน์พนักงานต้องคำนวณทุกปีไหม
- รายการกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกันต้องเปิดเผยแค่ไหน
- ขาดทุนสะสมจนส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบต้องทำอย่างไร
- หมายเหตุประกอบงบที่ดีควรมีอะไร
- เปลี่ยนกรอบมาตรฐานกลางทางได้ไหม
หัวข้ออื่น