FAQ
ร้านทอง อัญมณี และของมีค่า
ธุรกิจทองและอัญมณีมีลักษณะเฉพาะที่ทำให้บัญชีทั่วไปใช้ไม่ได้ตรง ๆ ทั้งการขายทองรูปพรรณที่คิดภาษีมูลค่าเพิ่มเฉพาะส่วนค่ากำเหน็จ การรับซื้อคืนจากลูกค้ารายย่อยที่ไม่มีใบกำกับภาษี สต๊อกที่มูลค่าขึ้นลงตามราคาตลาดทุกวัน และหน้าที่รายงานธุรกรรมเงินสดมูลค่าสูง คลัสเตอร์นี้สรุปวิธีวางระบบให้ถูกทั้งภาษีและการควบคุมภายใน พร้อมชี้จุดที่สรรพากรตรวจบ่อยที่สุด และถ้าไม่อยากวางระบบเอง เรารับออกแบบผังบัญชีและคุมสต๊อกให้ตั้งแต่ต้น
สำหรับผู้ประกอบการที่ขายทองรูปพรรณให้ผู้บริโภค ฐานภาษีมูลค่าเพิ่มคือผลต่างระหว่างราคาขายกับราคารับซื้อคืนตามที่สมาคมค้าทองคำประกาศ ซึ่งในทางปฏิบัติก็คือค่ากำเหน็จนั่นเอง ไม่ใช่ยอดเต็มทั้งเส้น เงื่อนไขสำคัญคือใบกำกับภาษีต้องแสดงราคาทองและค่ากำเหน็จแยกบรรทัดกันชัดเจน และร้านต้องเก็บประกาศราคารับซื้อคืนของวันนั้นไว้เป็นหลักฐาน หากออกใบกำกับรวมยอดเดียวโดยไม่แยก เจ้าหน้าที่มีสิทธิประเมินภาษีขายจากยอดเต็ม ซึ่งเป็นความเสียหายที่พบบ่อยที่สุดในกลุ่มนี้
ใช้ใบสำคัญจ่ายที่ร้านจัดทำเองเป็นหลักฐานการซื้อ โดยต้องมีรายละเอียดครบคือ วันที่ ชื่อ ที่อยู่และเลขบัตรประชาชนของผู้ขาย น้ำหนักและลักษณะทอง ราคาที่จ่าย และลายมือชื่อผู้ขายพร้อมสำเนาบัตรที่รับรองสำเนา ควรถ่ายภาพชิ้นงานแนบไว้ด้วยเพราะช่วยได้มากเวลาถูกสอบยัน หลักฐานชุดนี้ทำให้ต้นทุนซื้อเป็นรายจ่ายที่หักได้ ส่วนภาษีซื้อไม่มีเพราะผู้ขายเป็นบุคคลธรรมดา ข้อควรระวังคือการจ่ายเงินสดก้อนใหญ่โดยไม่มีสำเนาบัตร เพราะจะถูกตัดเป็นรายจ่ายต้องห้ามทันที
ทางภาษี สินค้าคงเหลือให้ตีราคาตามราคาทุนหรือราคาตลาดแล้วแต่อย่างใดจะต่ำกว่า และเมื่อเลือกวิธีใดแล้วต้องใช้ต่อเนื่อง ดังนั้นเมื่อราคาทองตกต่ำกว่าทุน สามารถรับรู้ผลขาดทุนจากการตีราคาลดได้ แต่เมื่อราคาขึ้นสูงกว่าทุนจะยังไม่รับรู้กำไรจนกว่าจะขายจริง สิ่งที่ต้องมีคือรายงานสินค้าคงเหลือแยกตามประเภทและน้ำหนัก พร้อมราคาอ้างอิงของวันที่ตีราคา การใช้ยอดรวมก้อนเดียวโดยไม่มีรายละเอียดน้ำหนักคือสาเหตุที่ผู้สอบบัญชีมักตั้งข้อสังเกต
ร้านค้าอัญมณีและทองคำเป็นผู้มีหน้าที่รายงานตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน จึงต้องแสดงตนและตรวจสอบตัวตนลูกค้าเมื่อทำธุรกรรมเงินสดถึงเกณฑ์ที่กำหนด และรายงานธุรกรรมนั้นต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบภายในกำหนด สิ่งที่ต้องวางไว้คือแบบฟอร์มแสดงตน สมุดทะเบียนธุรกรรมที่เข้าเกณฑ์ และผู้รับผิดชอบที่ระบุชื่อชัดเจน ควรตั้งค่าในระบบขายให้เตือนอัตโนมัติเมื่อยอดเงินสดใกล้เกณฑ์ เพราะการลืมรายงานมีโทษปรับที่สูงกว่ากำไรของธุรกรรมนั้นมาก
การส่งของไปฝากขายยังไม่ถือเป็นการขาย เพราะกรรมสิทธิ์ยังไม่โอน สินค้าจึงยังอยู่ในสต๊อกของผู้ฝากและรับรู้รายได้เมื่อผู้รับฝากขายให้ลูกค้าปลายทางแล้ว ในทางภาษีมูลค่าเพิ่มจุดความรับผิดเกิดเมื่อผู้รับฝากขายได้ ผู้ฝากจึงออกใบกำกับภาษีตามรายงานการขายที่ได้รับ สิ่งที่ต้องมีคือสัญญาฝากขายเป็นลายลักษณ์อักษร ใบส่งของที่ระบุว่าเป็นการฝากขาย และรายงานยอดขายรายเดือนจากผู้รับฝาก ถ้าไม่มีสัญญาชัดเจน เจ้าหน้าที่มักตีความว่าเป็นการขายตั้งแต่วันส่งของ ทำให้ภาษีขายเกิดเร็วกว่าที่คาด
การรับจำนำไม่ใช่การขาย แต่เป็นการให้กู้โดยมีทรัพย์เป็นประกัน จึงบันทึกเงินที่จ่ายเป็นลูกหนี้เงินให้กู้ ไม่ใช่ต้นทุนสินค้า และรายได้คือดอกเบี้ยที่รับรู้ตามงวดเวลา ส่วนการผ่อนทองคือการขายผ่อนชำระ ซึ่งรับรู้รายได้เมื่อส่งมอบสินค้าและกรรมสิทธิ์โอน โดยส่วนต่างที่เก็บเพิ่มจากการผ่อนถือเป็นดอกผลที่ทยอยรับรู้ ข้อควรระวังคือถ้าเก็บเงินก่อนแต่ยังไม่ส่งมอบทอง ยอดที่รับมาคือเงินรับล่วงหน้า ไม่ใช่รายได้ และการบันทึกผิดจุดนี้ทำให้กำไรในงบสูงเกินจริงและเสียภาษีเกินไปโดยไม่จำเป็น
ต้องมีรายงานการตรวจนับที่ลงชื่อโดยผู้ตรวจนับและผู้ควบคุม ระบุน้ำหนักตามบัญชี น้ำหนักที่นับได้ และผลต่าง จากนั้นสอบสวนหาสาเหตุ ถ้าเป็นการสูญหายจากการทุจริตควรมีบันทึกประจำวันของตำรวจประกอบ เพราะเป็นหลักฐานสำคัญในการตัดจำหน่ายเป็นรายจ่าย ถ้าเป็นน้ำหนักที่หายไปจากการหลอมหรือขัดแต่งตามปกติ ควรกำหนดอัตราสูญเสียมาตรฐานไว้ล่วงหน้าและเทียบผลจริงกับอัตรานั้นทุกเดือน การตัดผลต่างออกโดยไม่มีเอกสารรองรับจะถูกถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามและอาจถูกมองว่าเป็นการขายที่ไม่ลงบัญชี
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นเครื่องมือทางการเงินที่แยกต่างหากจากสินค้าคงเหลือ กำไรขาดทุนจากการปรับมูลค่าและจากการปิดสถานะจึงรับรู้เข้างบกำไรขาดทุนตามงวดที่เกิด ไม่นำไปหักกลบกับต้นทุนสินค้าโดยตรง เว้นแต่กิจการใช้การบัญชีป้องกันความเสี่ยงอย่างเป็นทางการซึ่งมีเงื่อนไขเอกสารเข้มงวด สำหรับกิจการขนาดกลางที่ใช้มาตรฐานสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ วิธีที่เรียบง่ายและตรวจสอบได้คือรับรู้ตามผลที่เกิดจริง พร้อมเปิดเผยนโยบายและยอดคงค้างในหมายเหตุประกอบงบ
จุดแรกคือความสัมพันธ์ระหว่างน้ำหนักทองที่ซื้อเข้ากับที่ขายออกในปีเดียวกัน ถ้าซื้อเข้ามากแต่ขายออกน้อยและสต๊อกปลายปีไม่สอดคล้อง จะถูกสันนิษฐานว่ามีการขายที่ไม่ลงบัญชี จุดที่สองคือใบกำกับภาษีที่ไม่แยกค่ากำเหน็จ จุดที่สามคือใบสำคัญจ่ายรับซื้อคืนที่ไม่มีสำเนาบัตรประชาชน จุดที่สี่คือเงินสดในมือตามบัญชีที่สูงผิดปกติเมื่อเทียบกับยอดฝากธนาคาร การเตรียมตัวที่ดีที่สุดคือทำรายงานกระทบยอดน้ำหนักทองรายเดือนไว้ล่วงหน้า เพราะเป็นเอกสารชิ้นเดียวที่ตอบคำถามส่วนใหญ่ได้ในคราวเดียว
เราเริ่มจากสำรวจหน้าร้านและวิธีขายจริง แล้ววางผังบัญชีที่แยกรายได้ค่ากำเหน็จออกจากมูลค่าทอง ออกแบบแบบฟอร์มใบกำกับภาษีที่แยกบรรทัดถูกต้องตามกฎหมาย ทำแบบฟอร์มใบสำคัญจ่ายรับซื้อคืนพร้อมช่องเก็บข้อมูลตามเกณฑ์ฟอกเงิน ตั้งรายงานกระทบยอดน้ำหนักรายเดือน กำหนดอัตราสูญเสียมาตรฐาน และฝึกพนักงานหน้าร้านให้ใช้ระบบได้จริงภายในหนึ่งรอบเดือน หลังจากนั้นเราดูแลบัญชีและภาษีรายเดือนต่อเนื่อง พร้อมเป็นที่ปรึกษาเวลาต้องตัดสินใจเรื่องราคาหรือรับงานลูกค้ารายใหญ่ ไม่ใช่แค่รับเอกสารมาคีย์เท่านั้น
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- ขายทองรูปพรรณคิดภาษีมูลค่าเพิ่มจากยอดเต็มหรือเฉพาะค่ากำเหน็จ
- รับซื้อทองคืนจากลูกค้าที่ไม่มีใบกำกับภาษี ลงบัญชีอย่างไรให้ปลอดภัย
- สต๊อกทองต้องตีราคาตามราคาตลาดทุกสิ้นเดือนหรือไม่
- ร้านทองต้องรายงานธุรกรรมเงินสดมูลค่าสูงหรือไม่
- ฝากขายอัญมณีให้ร้านอื่น รับรู้รายได้เมื่อใด
- ให้ลูกค้าจำนำทองหรือผ่อนทอง บันทึกบัญชีต่างกันอย่างไร
- ทองหายหรือน้ำหนักขาด ต้องทำอย่างไรทางบัญชีและภาษี
- ร้านที่ป้องกันความเสี่ยงราคาทองด้วยสัญญาล่วงหน้า ลงบัญชีอย่างไร
- สรรพากรตรวจร้านทองโดยดูจุดใดเป็นหลัก
- อยากให้ทีมของคุณเข้ามาวางระบบร้านทองให้ ทำอะไรให้บ้าง
หัวข้ออื่น