FAQ
ประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน: ขึ้นทะเบียน นำส่ง และใช้สิทธิให้ครบ
นายจ้างจำนวนมากมองงานประกันสังคมเป็นแค่การกรอกยอดส่งทุกเดือน จนพลาดเรื่องที่มีต้นทุนจริง ทั้งการขึ้นทะเบียนช้า ฐานค่าจ้างที่คำนวณผิด และสิทธิประโยชน์ที่ลูกจ้างควรได้แต่ไม่มีใครยื่น คลัสเตอร์นี้เก็บครบตั้งแต่วันแรกที่มีลูกจ้างคนแรก จนถึงการรับมือเมื่อเกิดอุบัติเหตุระหว่างทำงาน
กฎหมายให้ยื่นขึ้นทะเบียนนายจ้างและขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีลูกจ้างตั้งแต่หนึ่งคนขึ้นไป โดยยื่นที่สำนักงานประกันสังคมในเขตที่สถานประกอบการตั้งอยู่ หรือยื่นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เอกสารหลักคือแบบขึ้นทะเบียนนายจ้าง หนังสือรับรองนิติบุคคลที่ออกไม่เกินหกเดือน สำเนาบัตรประจำตัวของกรรมการผู้มีอำนาจ ทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มถ้ามี แผนที่ตั้งสถานประกอบการ และแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนของลูกจ้างแต่ละคนพร้อมสำเนาบัตรประชาชน กรณีลูกจ้างต่างชาติใช้สำเนาหนังสือเดินทางและใบอนุญาตทำงานแทน จุดที่พลาดกันบ่อยคือบริษัทที่จ่ายเฉพาะกรรมการแล้วเข้าใจว่าไม่มีลูกจ้าง ทั้งที่กรรมการซึ่งรับเงินเดือนประจำและอยู่ใต้บังคับบัญชาของบริษัทเข้าข่ายลูกจ้างตามกฎหมายนี้ ควรให้ผู้ทำบัญชีประเมินสถานะให้ชัดก่อน เพราะการขึ้นทะเบียนย้อนหลังมีทั้งเงินเพิ่มและเงินสมทบย้อนหลังที่ต้องจ่ายพร้อมกัน
ฐานที่ใช้คือค่าจ้างตามความหมายของกฎหมายประกันสังคม คือเงินที่นายจ้างจ่ายตอบแทนการทำงานในเวลาทำงานปกติของวันทำงาน ไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไรก็ตาม ดังนั้นเงินเดือน ค่าจ้างรายวัน ค่าครองชีพที่จ่ายประจำและจำนวนแน่นอน และค่าตำแหน่งที่จ่ายทุกเดือน ล้วนนับรวมเป็นฐาน ส่วนที่ไม่นับคือค่าล่วงเวลา เพราะเป็นค่าตอบแทนนอกเวลาทำงานปกติ โบนัสประจำปี เบี้ยขยันที่มีเงื่อนไขไม่แน่นอน ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางตามที่จ่ายจริง และเงินช่วยเหลือที่ไม่ใช่การตอบแทนการทำงาน เช่น ค่าคลอดบุตรที่นายจ้างช่วย จุดสำคัญคือฐานเงินสมทบมีเพดานขั้นต่ำและขั้นสูงตามที่กฎกระทรวงกำหนด ต่อให้ลูกจ้างมีเงินเดือนสูงกว่าเพดานมาก เงินสมทบก็คิดที่เพดานเท่านั้น การตั้งค่าระบบเงินเดือนจึงต้องแยกรหัสรายได้ที่เข้าฐานกับที่ไม่เข้าฐานให้ชัดตั้งแต่แรก มิฉะนั้นทุกเดือนจะต้องมานั่งปรับมือ ซึ่งเป็นแหล่งความผิดพลาดที่พบมากที่สุดในงานเงินเดือน
นายจ้างต้องนำส่งเงินสมทบส่วนของตนพร้อมส่วนที่หักจากลูกจ้าง ภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดจากเดือนที่จ่ายค่าจ้าง ยื่นด้วยแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบพร้อมรายชื่อผู้ประกันตน ช่องทางที่ใช้ได้คือยื่นที่สำนักงานประกันสังคมพื้นที่ ยื่นผ่านระบบ e-Service ของสำนักงานประกันสังคม หรือชำระผ่านธนาคารที่รับชำระ กรณียื่นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์จะได้รับการขยายเวลาชำระตามประกาศที่ใช้บังคับในขณะนั้น หากนำส่งล่าช้าหรือส่งไม่ครบ ต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละสองต่อเดือนของจำนวนที่ขาด นับตั้งแต่วันถัดจากวันครบกำหนด ข้อควรระวังคือเงินเพิ่มนี้คำนวณจากยอดที่ขาดจริง จึงเกิดได้แม้ยื่นแบบทันเวลาแต่คำนวณฐานผิดจนส่งขาด อีกเรื่องคือการแจ้งลูกจ้างเข้าและออกต้องทำภายในกำหนดของแต่ละแบบ การแจ้งออกช้าทำให้ยอดเรียกเก็บเดือนถัดไปยังมีชื่อคนที่ลาออกไปแล้ว ซึ่งขอคืนได้แต่ต้องยื่นคำร้องและใช้เวลา
กองทุนประกันสังคมให้ความคุ้มครองเจ็ดกรณี ได้แก่ เจ็บป่วยหรือประสบอันตรายที่ไม่เนื่องจากการทำงาน คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และว่างงาน ข้อที่ผู้ประกันตนเข้าใจผิดบ่อยที่สุดคือคิดว่าอุบัติเหตุระหว่างทำงานก็เบิกจากกองทุนนี้ ทั้งที่กรณีเนื่องจากการทำงานต้องเบิกจากกองทุนเงินทดแทนซึ่งเป็นคนละกองทุนและนายจ้างจ่ายฝ่ายเดียว สิทธิแต่ละกรณีมีเงื่อนไขจำนวนเดือนที่ต้องส่งเงินสมทบมาก่อนไม่เท่ากัน เช่น กรณีคลอดบุตรและกรณีทุพพลภาพต้องมีการส่งเงินสมทบมาแล้วตามจำนวนเดือนขั้นต่ำภายในระยะเวลาที่กำหนดก่อนวันที่ใช้สิทธิ ส่วนกรณีชราภาพจะได้เป็นบำเหน็จหรือบำนาญขึ้นอยู่กับจำนวนเดือนสะสมทั้งหมด หน้าที่ที่นายจ้างช่วยได้มากคือแจ้งพนักงานเรื่องระยะเวลายื่นคำขอ เพราะสิทธิหลายกรณีมีอายุความในการยื่น ถ้าปล่อยเลยกำหนดจะเสียสิทธิทั้งที่ส่งเงินสมทบมาตลอด ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2569 ควรตรวจสอบเงื่อนไขปัจจุบันกับสำนักงานประกันสังคมก่อนยื่นทุกครั้ง
มาตรา 39 คือการสมัครเป็นผู้ประกันตนโดยสมัครใจสำหรับคนที่เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 มาก่อน โดยต้องเคยส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบสองเดือน และต้องยื่นสมัครภายในหกเดือนนับแต่วันที่ออกจากงาน ผู้ประกันตนกลุ่มนี้จ่ายเงินสมทบเองทั้งหมดจากฐานที่กฎหมายกำหนดไว้คงที่ และได้ความคุ้มครองหกกรณี คือขาดกรณีว่างงานไป ส่วนมาตรา 40 เป็นทางเลือกสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ไม่เคยอยู่ในระบบลูกจ้าง เช่น พ่อค้าแม่ค้า คนขับรถรับจ้าง เกษตรกร มีหลายทางเลือกให้เลือกจ่ายตามชุดสิทธิประโยชน์ที่ต่างกัน โดยรัฐร่วมจ่ายสมทบบางส่วน ความคุ้มครองแคบกว่ามาตรา 39 มาก โดยเฉพาะเรื่องการรักษาพยาบาลซึ่งผู้ประกันตนมาตรา 40 ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติแทน คำแนะนำที่เราให้ลูกค้าคือถ้าเคยอยู่มาตรา 33 และยังอยู่ในกรอบหกเดือน ควรเลือกมาตรา 39 ก่อน เพราะเดือนสะสมเดิมจะถูกนับต่อเนื่องเพื่อสิทธิชราภาพ ซึ่งเป็นมูลค่าที่คนมักมองข้าม
กองทุนเงินทดแทนคุ้มครองลูกจ้างที่ประสบอันตราย เจ็บป่วย สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิตเนื่องจากการทำงานให้นายจ้าง รวมถึงการเจ็บป่วยด้วยโรคที่เกิดจากลักษณะงาน เงินสมทบกองทุนนี้นายจ้างจ่ายฝ่ายเดียว ลูกจ้างไม่ต้องร่วมจ่าย โดยจ่ายเป็นรายปีล่วงหน้าภายในเดือนมกราคมของทุกปี คำนวณจากค่าจ้างรวมทั้งปีที่ประมาณการไว้คูณด้วยอัตราเงินสมทบตามประเภทกิจการ ซึ่งกิจการที่มีความเสี่ยงสูงเช่นก่อสร้างจะมีอัตราสูงกว่ากิจการสำนักงาน เมื่อสิ้นปีถ้าค่าจ้างจริงต่างจากที่ประมาณการไว้ ต้องยื่นแบบแจ้งค่าจ้างจริงภายในเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป แล้วจ่ายเพิ่มหรือขอคืนตามผลต่าง นอกจากนี้ยังมีระบบอัตราส่วนการสูญเสียที่จะปรับอัตราของสถานประกอบการขึ้นหรือลงตามประวัติการเกิดอุบัติเหตุในรอบหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งหมายความว่าการลงทุนด้านความปลอดภัยส่งผลลดต้นทุนที่วัดเป็นตัวเงินได้จริงในระยะยาว
ลำดับที่ควรทำคือ หนึ่ง นำส่งสถานพยาบาลทันทีและแจ้งว่าเป็นกรณีเนื่องจากการทำงาน เพื่อให้โรงพยาบาลตั้งเรื่องเบิกจากกองทุนเงินทดแทนแทนการเรียกเก็บจากผู้ป่วย สอง แจ้งการประสบอันตรายต่อสำนักงานประกันสังคมภายในกำหนดนับแต่วันที่ทราบ โดยใช้แบบแจ้งการประสบอันตรายของนายจ้าง สาม รวบรวมพยานหลักฐานทันทีขณะที่ยังสด ทั้งภาพถ่ายจุดเกิดเหตุ บันทึกคำให้การของผู้เห็นเหตุการณ์ บันทึกเวลาเข้าออกงาน และใบสั่งงานที่แสดงว่าลูกจ้างกำลังปฏิบัติหน้าที่ สี่ ติดตามการวินิจฉัยของแพทย์เรื่องระยะเวลาหยุดงาน เพราะค่าทดแทนการขาดรายได้คำนวณจากจำนวนวันที่แพทย์ให้หยุด ห้า บันทึกบัญชีให้ถูกต้อง คือค่ารักษาที่กองทุนรับผิดชอบไม่ใช่ค่าใช้จ่ายของบริษัท ส่วนเงินที่นายจ้างจ่ายเพิ่มเติมนอกเหนือสิทธิถือเป็นสวัสดิการที่ต้องพิจารณาภาระภาษีของลูกจ้างด้วย ข้อผิดพลาดที่ทำให้เรื่องยืดเยื้อที่สุดคือการแจ้งช้าเกินกำหนด เพราะเจ้าหน้าที่จะต้องสอบข้อเท็จจริงเพิ่ม และลูกจ้างจะได้รับเงินช้าออกไปอีกหลายสัปดาห์
ตามกฎหมายเงินทดแทน ผู้ว่าจ้างที่เป็นเจ้าของงานอาจต้องร่วมรับผิดในฐานะนายจ้างลำดับถัดไป หากผู้รับเหมาช่วงซึ่งเป็นนายจ้างโดยตรงไม่ได้ขึ้นทะเบียนหรือไม่จ่ายเงินสมทบไว้ นั่นหมายความว่าการที่คู่สัญญาบอกว่าดูแลลูกน้องเองไม่ได้คุ้มครองผู้ว่าจ้างโดยอัตโนมัติ มาตรการที่ควรทำก่อนให้เข้าพื้นที่มีสี่ข้อ หนึ่ง ขอสำเนาหนังสือสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียนนายจ้างและใบเสร็จเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนปีปัจจุบันของผู้รับเหมา สอง ขอรายชื่อคนงานที่จะเข้าพื้นที่พร้อมหลักฐานว่าอยู่ในระบบประกันสังคม สาม กำหนดในสัญญาให้ผู้รับเหมามีประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอกและระบุให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้เอาประกันร่วม สี่ ตั้งเงื่อนไขว่าการจ่ายงวดงานผูกกับการส่งหลักฐานการนำส่งเงินสมทบของเดือนก่อนหน้า มาตรการเหล่านี้ต้นทุนต่ำแต่ตัดความเสี่ยงที่แพงที่สุดออกไปได้ และในทางบัญชีควรเก็บเอกสารชุดนี้ไว้ในแฟ้มคู่ค้าเพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้
เจ้าหน้าที่มักเริ่มจากการเทียบสามชุดข้อมูลเข้าหากัน คือทะเบียนลูกจ้างที่แจ้งไว้ รายงานเงินเดือนของบริษัท และแบบภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายสำหรับเงินเดือนที่ยื่นต่อกรมสรรพากร ถ้าจำนวนคนหรือยอดค่าจ้างในสามชุดไม่ตรงกัน จะถูกขอคำอธิบายเป็นรายคน จุดที่ถูกตั้งคำถามบ่อยคือ ลูกจ้างรายวันหรือลูกจ้างชั่วคราวที่ไม่ได้แจ้งขึ้นทะเบียน เงินได้ที่จ่ายเป็นค่าคอมมิชชันประจำแต่ไม่ได้นำเข้าฐานเงินสมทบ การจ่ายผ่านบัญชีบุคคลอื่นเพื่อเลี่ยงฐาน และผู้รับเหมารายบุคคลที่ทำงานประจำในลักษณะเดียวกับลูกจ้างแต่จ่ายเป็นค่าจ้างทำของ การเตรียมตัวที่ดีคือจัดแฟ้มพร้อมสามอย่าง หนึ่ง ตารางกระทบยอดค่าจ้างระหว่างระบบเงินเดือนกับแบบที่ยื่นทั้งปี สอง สัญญาจ้างและใบสมัครงานของลูกจ้างทุกคนเรียงตามเลขพนักงาน สาม บันทึกเหตุผลของรายได้ที่ไม่นำเข้าฐาน เช่น ระเบียบบริษัทว่าด้วยเบี้ยขยันที่ระบุเงื่อนไขไม่แน่นอนไว้ชัด หากเตรียมสามอย่างนี้ไว้ การตรวจมักจบภายในวันเดียวโดยไม่มีประเด็นค้าง
ต้องดูข้อตกลงเป็นราย ๆ เพราะขอบเขตในตลาดต่างกันมาก ขอบเขตพื้นฐานที่ควรได้เป็นอย่างน้อยคือ คำนวณเงินสมทบทั้งสองฝ่าย จัดทำและยื่นแบบรายเดือน แจ้งเข้าออกลูกจ้าง และจัดทำรายงานกระทบยอดให้ลูกค้าตรวจก่อนนำส่ง ขอบเขตที่มักคิดเพิ่มคือการยื่นเรื่องใช้สิทธิประโยชน์แทนลูกจ้างเป็นรายกรณี การจัดทำแบบค่าจ้างจริงประจำปีของกองทุนเงินทดแทน การเป็นตัวแทนเข้าชี้แจงเมื่อมีการตรวจสถานประกอบการ และการวางระบบรหัสรายได้ใหม่เมื่อบริษัทเปลี่ยนโครงสร้างค่าตอบแทน สิ่งที่ควรระบุให้ชัดในสัญญาคือใครรับผิดชอบเงินเพิ่มหากยื่นล่าช้า และภายในกี่วันทำการที่ลูกค้าต้องส่งข้อมูลเวลาทำงานให้ เพราะข้อพิพาทเรื่องนี้เกือบทั้งหมดเกิดจากข้อมูลเข้ามาช้าแล้วไปเถียงกันตอนโดนเงินเพิ่ม บริการของเราวางกรอบไว้ว่าลูกค้าส่งข้อมูลภายในวันที่กำหนด เราส่งร่างให้อนุมัติภายในสองวันทำการ และรับผิดชอบเงินเพิ่มเต็มจำนวนหากความล่าช้าเกิดจากฝั่งเรา
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- มีลูกจ้างคนแรกแล้ว ต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างภายในกี่วัน
- เงินสมทบคำนวณจากฐานอะไร โบนัสกับค่าล่วงเวลานับรวมด้วยไหม
- นำส่งเงินสมทบภายในวันไหน และยื่นช่องทางใดได้บ้าง
- ผู้ประกันตนมาตรา 33 ได้สิทธิประโยชน์อะไรบ้าง
- ลูกจ้างลาออกแล้วอยากรักษาสิทธิต่อ มาตรา 39 กับมาตรา 40 ต่างกันอย่างไร
- กองทุนเงินทดแทนคืออะไร นายจ้างต้องจ่ายเท่าไรและจ่ายเมื่อไร
- ลูกจ้างประสบอุบัติเหตุระหว่างทำงาน นายจ้างต้องทำอะไรบ้างตามลำดับ
- จ้างผู้รับเหมาช่วงเข้ามาทำงานในโรงงาน ถ้าคนของเขาบาดเจ็บ เราต้องรับผิดชอบไหม
- สำนักงานประกันสังคมมาตรวจสถานประกอบการ เขาดูอะไรบ้าง
- ถ้าจ้างสำนักงานบัญชีทำเงินเดือน งานประกันสังคมรวมอยู่ในขอบเขตด้วยหรือไม่
หัวข้ออื่น