FAQ
สวัสดิการรูปแบบใหม่และภาษีงานบุคคล
สวัสดิการยุคนี้ไม่ได้จบแค่เบี้ยขยันกับค่าน้ำมัน แต่ขยายไปถึงงบสุขภาพใจ ค่าอินเทอร์เน็ตที่บ้าน อุปกรณ์ทำงานที่พนักงานเลือกเอง และสิทธิซื้อหุ้น คำถามที่ฝ่ายบุคคลเจอซ้ำ ๆ คือรายการไหนถือเป็นเงินได้ของพนักงาน รายการไหนบริษัทลงเป็นรายจ่ายได้เต็ม และต้องบันทึกอย่างไรให้ผ่านการตรวจ คลัสเตอร์นี้ตอบทีละรายการพร้อมวิธีวางเอกสารรองรับ
หลักที่ใช้ตัดสินคือพนักงานได้รับประโยชน์ส่วนตัวที่ตีมูลค่าเป็นเงินได้หรือไม่ ถ้าของหรือบริการนั้นพนักงานเอาไปใช้ส่วนตัวได้ เลือกผู้ให้บริการเอง หรือได้รับเป็นเงินสดโดยไม่ต้องคืนส่วนที่เหลือ แนวโน้มคือต้องรวมเป็นเงินได้ ตรงกันข้าม ถ้าเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการทำงานโดยตรง ใช้ร่วมกันทั้งองค์กร และคืนบริษัทเมื่อพ้นสภาพพนักงาน มักถือเป็นเครื่องมือทำงานไม่ใช่ประโยชน์ส่วนตน วิธีที่เราแนะนำคือทำตารางสวัสดิการหนึ่งหน้าไว้ล่วงหน้า ระบุทุกรายการพร้อมเหตุผลและหลักฐานที่ใช้อ้าง แล้วให้ฝ่ายบัญชีกับฝ่ายบุคคลเซ็นรับรองร่วมกันปีละครั้ง เพราะข้อพิพาทส่วนใหญ่เกิดจากไม่มีใครเคยเขียนเหตุผลไว้ตั้งแต่แรก
ถ้าจ่ายเป็นเงินก้อนเท่ากันทุกเดือนโดยไม่ดูค่าใช้จ่ายจริง ลักษณะจะใกล้เคียงเงินเพิ่มจากการจ้างงานและควรรวมคำนวณหักภาษี ณ ที่จ่ายไปกับเงินเดือน แต่ถ้าออกแบบเป็นการเบิกคืนตามจริง โดยพนักงานส่งบิลค่าบริการและบริษัทจ่ายคืนตามสัดส่วนการใช้งานเพื่อทำงาน ลักษณะจะเป็นรายจ่ายของบริษัทมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว จุดที่ต้องระวังคือสัดส่วนต้องอธิบายได้ เช่น อ้างอิงชั่วโมงทำงานต่อสัปดาห์หรือจำนวนวันที่กำหนดให้ทำงานนอกสำนักงานตามนโยบายลายลักษณ์อักษร หากไม่มีนโยบายรองรับ การเบิกคืนจะกลายเป็นรายจ่ายต้องห้ามได้ง่ายเมื่อถูกสอบถาม
ลงเป็นรายจ่ายของบริษัทได้หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นสวัสดิการที่ให้แก่พนักงานทุกคนตามระเบียบเดียวกัน ไม่ใช่ให้เฉพาะผู้บริหารหรือคนใกล้ชิดเจ้าของ เงื่อนไขสำคัญคือมีระเบียบสวัสดิการที่ประกาศไว้ ระบุวงเงินต่อคนต่อปี ขอบเขตบริการที่เบิกได้ และวิธีขออนุมัติ ส่วนฝั่งพนักงาน เมื่อเป็นเงินที่จ่ายให้ตามที่แต่ละคนเลือกใช้บริการเอง โดยทั่วไปถือเป็นประโยชน์ที่คำนวณเป็นเงินได้ ทางปฏิบัติที่นิยมคือกำหนดวงเงินชัดเจน แจ้งพนักงานล่วงหน้าว่าส่วนนี้จะถูกนำไปรวมคำนวณภาษี และตั้งค่าในระบบเงินเดือนเป็นรายการแยกเพื่อให้ยอดสะสมตรงกับหนังสือรับรองการหักภาษีปลายปี
ถ้ากรรมสิทธิ์ยังเป็นของบริษัทและมีทะเบียนคุมว่าใครถือครองชิ้นไหน ให้บันทึกเป็นทรัพย์สินแล้วคิดค่าเสื่อมตามอายุการใช้งาน ควบคู่กับใบยืมอุปกรณ์ที่พนักงานเซ็นและเงื่อนไขคืนเมื่อลาออก แนวทางนี้ปลอดภัยที่สุดเพราะอธิบายได้ว่าไม่ใช่การให้ของแก่พนักงาน แต่ถ้าตั้งใจยกให้เป็นของพนักงานตั้งแต่วันแรก มูลค่านั้นถือเป็นประโยชน์ที่ต้องรวมเป็นเงินได้ และบริษัทลงเป็นรายจ่ายสวัสดิการแทนการตัดค่าเสื่อม ปัญหาที่พบบ่อยคือซื้อแล้วไม่ทำทะเบียน พอตรวจนับทรัพย์สินปลายปีหาของไม่เจอ ทำให้ต้องตัดจำหน่ายและอธิบายเพิ่มโดยไม่จำเป็น
เงินสมทบส่วนของนายจ้างเป็นรายจ่ายของบริษัทได้ตามอัตราที่กำหนดในข้อบังคับกองทุนที่จดทะเบียนถูกต้อง ส่วนพนักงานได้สิทธิลดหย่อนจากเงินสะสมของตนตามเพดานที่กฎหมายกำหนด และผลประโยชน์ที่ได้รับเมื่อออกจากงานจะได้รับการปฏิบัติทางภาษีต่างกันตามอายุงานและอายุตัว จึงควรอธิบายให้พนักงานทราบตั้งแต่วันสมัคร สิ่งที่ต้องเตรียมคือข้อบังคับกองทุน มติแต่งตั้งคณะกรรมการกองทุน และการนำส่งเงินตรงงวดทุกเดือน เพราะการนำส่งล่าช้าเป็นประเด็นที่ตรวจพบง่ายและกระทบสิทธิลดหย่อนของพนักงานโดยตรง
ค่าที่พักที่บริษัทออกให้ประจำถือเป็นประโยชน์ที่ตีเป็นเงินได้ของพนักงานตามมูลค่าที่บริษัทจ่ายจริงหรือค่าเช่าตลาด แล้วแต่ข้อเท็จจริงในสัญญา ส่วนค่าเดินทางแรกเข้าและเดินทางกลับเมื่อสิ้นสุดสัญญาที่ระบุไว้ในสัญญาจ้างอย่างชัดเจน มักถูกจัดเป็นค่าใช้จ่ายในการโยกย้ายเพื่อการทำงานมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว หากไม่ได้ระบุในสัญญาแล้วจ่ายให้ตามความสะดวก จะอธิบายยากขึ้นมาก จุดสำคัญคือร่างสัญญาจ้างให้ครอบคลุมทุกรายการตั้งแต่ต้น พร้อมกำหนดจำนวนครั้งต่อปีและวงเงิน เพื่อให้ทั้งการหักภาษีและการลงรายจ่ายมีฐานอ้างอิงเดียวกัน
หลักการคือรับรู้รายจ่ายในรอบที่ภาระผูกพันเกิดขึ้นและประมาณการได้อย่างน่าเชื่อถือ ถ้าคณะกรรมการมีมติอนุมัติหลักเกณฑ์และวงเงินโบนัสก่อนสิ้นรอบบัญชี บริษัทตั้งค้างจ่ายในรอบนั้นได้แม้จะจ่ายจริงต้นปีถัดไป แต่ต้องมีมติ ตารางคำนวณรายบุคคล และการจ่ายจริงที่สอดคล้องกับที่ตั้งไว้ หากตั้งค้างจ่ายไว้สูงกว่าที่จ่ายจริงมากโดยไม่มีคำอธิบาย ส่วนต่างนั้นมักถูกปรับปรุงเป็นรายได้ในการคำนวณภาษี ฝั่งพนักงานให้ถือเป็นเงินได้ของปีที่ได้รับเงินจริงและหักภาษี ณ ที่จ่ายในงวดที่จ่าย
ความเสี่ยงหลักคือถูกตีความว่าความสัมพันธ์จริงเป็นการจ้างแรงงาน แม้ชื่อสัญญาจะเขียนว่าจ้างทำของหรือที่ปรึกษา ตัวชี้วัดที่มักถูกหยิบมาใช้คือมีการกำหนดเวลาเข้างาน อยู่ใต้บังคับบัญชาโดยตรง ใช้อุปกรณ์และสถานที่ของบริษัท และได้ค่าตอบแทนคงที่ทุกเดือนโดยไม่ผูกกับผลงาน ผลที่ตามมาคือประกันสังคมย้อนหลัง อัตราหักภาษี ณ ที่จ่ายที่ใช้ผิดประเภท และสิทธิตามกฎหมายแรงงานที่ตามมาทีหลัง ทางแก้ที่ได้ผลคือทบทวนสัญญาที่มีอยู่ทั้งหมดปีละครั้ง แยกให้ชัดว่าคนกลุ่มไหนเป็นงานโครงการมีขอบเขตส่งมอบ และกลุ่มไหนควรย้ายเข้าระบบเงินเดือนให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น
จัดเป็นแฟ้มเดียวต่อปีบัญชี เริ่มด้วยระเบียบสวัสดิการฉบับใช้บังคับและวันที่ประกาศ ตามด้วยมติอนุมัติของผู้มีอำนาจ ตารางสรุปรายการสวัสดิการพร้อมสถานะทางภาษีของแต่ละรายการ รายงานยอดจากระบบเงินเดือนแยกตามประเภท และตัวอย่างเอกสารประกอบการเบิกอย่างน้อยห้าชุดต่อรายการ ปิดท้ายด้วยการกระทบยอดระหว่างค่าใช้จ่ายในงบการเงินกับยอดที่นำไปรวมคำนวณหักภาษีของพนักงาน จุดที่เจ้าหน้าที่มักถามก่อนคือรายการที่มีมูลค่าสูงแต่มีผู้รับน้อยราย ดังนั้นให้เตรียมคำอธิบายของรายการเหล่านั้นไว้ล่วงหน้าเป็นบันทึกสั้น ๆ แนบในแฟ้ม
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- จะรู้ได้อย่างไรว่าสวัสดิการรายการไหนต้องรวมเป็นเงินได้ของพนักงาน
- จ่ายค่าอินเทอร์เน็ตและค่าไฟให้พนักงานที่ทำงานจากบ้าน ต้องหักภาษีไหม
- งบสุขภาพใจหรือค่าฟิตเนสที่ให้พนักงานเลือกใช้เอง ลงรายจ่ายได้เต็มหรือไม่
- ซื้อโน้ตบุ๊กหรือโต๊ะทำงานให้พนักงานใช้ที่บ้าน ควรบันทึกเป็นทรัพย์สินหรือรายจ่าย
- ตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้พนักงานมีผลต่อภาษีทั้งสองฝ่ายอย่างไร
- ให้สิทธิซื้อหุ้นแก่พนักงาน ต้องคิดภาษีตอนไหนและใครมีหน้าที่หัก
- จ้างพนักงานต่างชาติแล้วออกค่าที่พักและค่าตั๋วเครื่องบินให้ ต้องรวมเป็นเงินได้ไหม
- โบนัสประจำปีควรบันทึกในรอบบัญชีไหน และมีผลต่อภาษีนิติบุคคลอย่างไร
- จ้างเป็นที่ปรึกษารายเดือนแทนพนักงานประจำ มีความเสี่ยงอะไรบ้าง
- ควรเตรียมแฟ้มเอกสารสวัสดิการอย่างไรให้พร้อมถูกตรวจ
หัวข้ออื่น