FAQ
ร้านอาหารและธุรกิจบริการ (เจาะลึก)
ร้านอาหาร คาเฟ่ และธุรกิจบริการมีโจทย์บัญชีเฉพาะตัว ทั้งของสดที่เน่าเสีย เงินสดหน้าร้าน ค่าคอมมิชชันแอปเดลิเวอรี เซอร์วิสชาร์จ และทิปพนักงาน คลัสเตอร์นี้ลงรายละเอียดวิธีบันทึก จุดที่สรรพากรมักตรวจ และเอกสารที่ต้องเก็บ
ทางบัญชีปิดต้นทุนรายเดือนก็พอ แต่ทางบริหารควรมีตัวเลขรายวันหรือรายสัปดาห์จากสูตรง่าย ๆ คือ ของคงเหลือต้นงวด บวกซื้อระหว่างงวด ลบของคงเหลือปลายงวด เท่ากับต้นทุนที่ใช้ไปจริง ถ้าตัวเลขนี้แกว่งเกินสองถึงสามจุดเปอร์เซ็นต์จากสูตรมาตรฐานของเมนู มักแปลว่ามีของหาย ตักเกินสูตร หรือรับของไม่ครบตามบิล
หักเป็นรายจ่ายได้ถ้าพิสูจน์ได้ว่าเสียหายจริงและทำลายจริง แนวปฏิบัติที่ปลอดภัยคือมีรายงานของเสียประจำวันที่ระบุรายการ ปริมาณ เหตุผล ลงชื่อหัวหน้าครัวและผู้จัดการร่วมกัน พร้อมภาพถ่าย ของสดมูลค่าน้อยที่ทิ้งประจำวันใช้รายงานภายในได้ แต่ของมูลค่าสูงหรือทำลายเป็นล็อตควรทำเป็นบันทึกการทำลายให้ชัด มิฉะนั้นเสี่ยงถูกมองว่าเป็นสินค้าขาดจากบัญชีและถูกประเมินเป็นการขาย
บันทึกรายได้เต็มจำนวนที่ลูกค้าจ่าย แล้วบันทึกค่าคอมมิชชันเป็นค่าใช้จ่ายแยกบรรทัด ไม่ใช่บันทึกเฉพาะยอดสุทธิที่แอปโอนเข้าบัญชี เพราะยอดสุทธิทำให้รายได้ต่ำกว่าความจริงและชนกับข้อมูลที่แพลตฟอร์มนำส่ง ถ้าเป็นผู้ประกอบการ VAT ต้องออกใบกำกับภาษีจากยอดขายเต็ม และเก็บใบกำกับค่าคอมจากแพลตฟอร์มไว้ใช้เป็นภาษีซื้อและหลักฐานรายจ่าย
เซอร์วิสชาร์จที่ร้านเรียกเก็บบังคับตามบิลถือเป็นรายได้ของกิจการ ต้องรวมคำนวณ VAT และรายได้เพื่อเสียภาษี ส่วนที่จ่ายต่อให้พนักงานเป็นค่าใช้จ่ายพนักงานและเป็นเงินได้ของพนักงานที่ต้องรวมในฐานหักภาษี ณ ที่จ่ายและประกันสังคม ขณะที่ทิปที่ลูกค้าให้พนักงานโดยตรงและร้านไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว ไม่ใช่รายได้ของร้าน แต่ยังเป็นเงินได้ของพนักงานตามกฎหมาย
หัวใจคือความสอดคล้องของสามชุดข้อมูล ยอดปิดเครื่อง POS ประจำวัน ยอดเงินสดที่นับจริง และยอดที่นำฝากธนาคาร ควรนำฝากทุกวันทำการหรือมีตารางฝากที่แน่นอน ผลต่างเกินจำนวนเล็กน้อยต้องมีบันทึกอธิบาย ห้ามใช้เงินสดหน้าร้านจ่ายซื้อของโดยไม่ผ่านระบบ เพราะทำให้ทั้งรายได้และรายจ่ายหายจากบัญชีพร้อมกันและเป็นสิ่งที่ผู้ตรวจจับได้ทันทีจากสัดส่วนเงินฝากเทียบยอดขาย
ค่าแรกเข้าที่จ่ายครั้งเดียวเพื่อสิทธิใช้แบรนด์ตลอดอายุสัญญาเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ต้องทยอยตัดจำหน่ายตามอายุสัญญา ไม่ใช่ลงเป็นรายจ่ายทั้งก้อนในปีที่จ่าย ส่วนค่าสิทธิรายเดือนที่คิดตามยอดขายเป็นรายจ่ายประจำงวด ทั้งสองรายการถ้าจ่ายให้ผู้รับสิทธิในต่างประเทศต้องพิจารณาภาษีหัก ณ ที่จ่ายและ VAT นำส่งแทนด้วย
เครื่องครัว เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ทั่วไปมักตัดตามอายุการใช้งานที่ประมาณไว้ห้าปีตามแนวปฏิบัติที่กรมสรรพากรยอมรับ ส่วนงานตกแต่งในพื้นที่เช่าควรตัดตามอายุสัญญาเช่าที่เหลือถ้าสั้นกว่าอายุการใช้งาน สิ่งที่พลาดบ่อยคือรวมค่าตกแต่งทั้งโครงการเป็นก้อนเดียว ควรแยกเป็นงานระบบ งานเฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ เพราะอายุตัดต่างกันและตอนรีโนเวตจะตัดจำหน่ายส่วนที่รื้อทิ้งได้ถูกต้อง
งบการเงินรวมทั้งบริษัทเป็นตัวเลขเดียว แต่ระบบต้องแยกสต๊อกและต้นทุนรายสาขาเพื่อควบคุม ถ้าไม่แยกจะไม่รู้ว่าสาขาไหนของหาย และเวลาโอนของระหว่างสาขาต้องมีใบโอนภายในเป็นหลักฐาน สำหรับ VAT ถ้าจดทะเบียนสาขาต้องออกใบกำกับภาษีตามรหัสสาขาที่ถูกต้อง การใช้รหัสสาขาผิดในใบกำกับเป็นข้อผิดพลาดที่ถูกทักบ่อยเวลาตรวจ
ส่วนลดที่ลดให้ทันทีในใบกำกับภาษีให้คำนวณ VAT จากราคาหลังหักส่วนลด โดยต้องแสดงส่วนลดในใบกำกับให้เห็นชัด ส่วนของแถมที่ให้พร้อมการขายและระบุในใบกำกับว่าเป็นของแถม โดยทั่วไปไม่ต้องคำนวณ VAT ซ้ำอีกชิ้น แต่ถ้าแจกของโดยไม่มีการขายควบคู่ อาจถือเป็นการขายและต้องเสีย VAT จากมูลค่าตลาด จึงควรออกแบบโปรโมชันให้เอกสารสะท้อนความจริงเสมอ
แม้เป็นรายวันก็ยังเป็นลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน ต้องมีทะเบียนลูกจ้าง บันทึกเวลาทำงาน หลักฐานการจ่ายค่าจ้างที่ลูกจ้างลงชื่อรับหรือโอนผ่านธนาคาร และขึ้นทะเบียนประกันสังคมภายในกำหนดนับจากวันเริ่มงาน ด้านภาษีต้องคำนวณหัก ณ ที่จ่ายตามเกณฑ์เงินได้และยื่นแบบรายเดือน การจ่ายเงินสดโดยไม่มีลายเซ็นรับเป็นสาเหตุอันดับต้นที่ค่าแรงถูกตัดเป็นรายจ่ายต้องห้าม
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- ต้นทุนอาหารควรคำนวณรายวันหรือรายเดือน
- ของสดเน่าเสียทิ้ง ถือเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ไหม
- ยอดจากแอปเดลิเวอรีบันทึกรายได้เท่าไหร่ ก่อนหรือหลังหักค่าคอม
- เซอร์วิสชาร์จกับทิปต่างกันยังไงในทางภาษี
- ร้านรับเงินสดเยอะ จะทำให้บัญชีน่าเชื่อถือได้อย่างไร
- ค่าแรกเข้าแฟรนไชส์กับค่าสิทธิรายเดือน บันทึกต่างกันไหม
- อุปกรณ์ครัวและตกแต่งร้านตัดค่าเสื่อมกี่ปี
- เปิดหลายสาขา ควรทำบัญชีสต๊อกรวมหรือแยกสาขา
- โปรลดราคา ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง คิด VAT จากยอดไหน
- จ้างพนักงานรายวันช่วงไฮซีซัน ต้องทำเอกสารอะไรบ้าง
หัวข้ออื่น