FAQ
สตาร์ทอัพ การระดมทุน และภาษีนักลงทุน
สตาร์ทอัพที่เตรียมระดมทุนต้องมีบัญชีที่นักลงทุนตรวจแล้วผ่าน ตั้งแต่โครงสร้างผู้ถือหุ้น การออกหุ้นเพิ่มทุน สัญญา SAFE และ convertible note ไปจนถึง ESOP และสิทธิประโยชน์ภาษีของ Venture Capital คลัสเตอร์นี้อธิบายผลทางบัญชีและภาษีของแต่ละเครื่องมือ พร้อมอ้างอิงประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ประมวลรัษฎากร และพระราชกฤษฎีกาที่ให้สิทธิประโยชน์แก่ธุรกิจเงินร่วมลงทุน
ต้องดูเงื่อนไขในสัญญาเป็นหลัก convertible note ที่มีกำหนดชำระคืนและมีดอกเบี้ย มีลักษณะเป็นเครื่องมือทางการเงินที่เป็นหนี้สิน จึงบันทึกเป็นเงินกู้ยืมพร้อมตั้งดอกเบี้ยค้างจ่ายตามอัตราในสัญญา และเมื่อแปลงสภาพจึงโอนยอดคงเหลือไปเป็นทุนและส่วนเกินมูลค่าหุ้น ส่วน SAFE ที่ไม่มีกำหนดชำระคืน ไม่มีดอกเบี้ย และผู้ลงทุนไม่มีสิทธิเรียกเงินคืน มีลักษณะใกล้เคียงกับเงินรับล่วงหน้าค่าหุ้น กิจการที่ใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะมักแสดงเป็นรายการแยกต่างหากในส่วนของผู้ถือหุ้นหรือหนี้สินไม่หมุนเวียนพร้อมเปิดเผยเงื่อนไขการแปลงสภาพในหมายเหตุประกอบงบ ประเด็นภาษีที่ต้องระวังคือดอกเบี้ยจ่ายให้ผู้ให้กู้ในประเทศต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 1 สำหรับนิติบุคคล และหากจ่ายให้ผู้ให้กู้ต่างประเทศต้องหักร้อยละ 15 ตามมาตรา 70 เว้นแต่อนุสัญญาภาษีซ้อนกำหนดอัตราต่ำกว่า ในทางปฏิบัติควรให้ที่ปรึกษาบัญชีอ่านสัญญาก่อนลงนาม เพราะการจัดประเภทผิดจะทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนผิดและกระทบการขอสินเชื่อ
ฝั่งพนักงาน ประโยชน์ที่ได้รับจากการได้หุ้นในราคาต่ำกว่ามูลค่าตลาดถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) เพราะเกิดจากการจ้างแรงงาน โดยคำนวณจากผลต่างระหว่างมูลค่าตลาดของหุ้น ณ วันที่ใช้สิทธิกับราคาที่จ่ายจริง และบริษัทมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายพร้อมนำส่ง ภ.ง.ด.1 ในเดือนนั้น จุดที่ทำให้พนักงานเดือดร้อนคือได้หุ้นที่ยังขายไม่ได้แต่ต้องจ่ายภาษีเป็นเงินสด จึงควรออกแบบให้ใช้สิทธิในจังหวะที่มีสภาพคล่อง เช่น พร้อมรอบระดมทุนที่มี secondary sale ฝั่งบริษัท ต้นทุนโครงการ ESOP ที่บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชีตามมาตรฐานอาจไม่ถือเป็นรายจ่ายทางภาษีทั้งจำนวน หากไม่ได้มีการจ่ายเงินออกไปจริงและพิสูจน์ผู้รับไม่ได้ตามมาตรา 65 ตรี (9) จึงต้องปรับปรุงในแบบ ภ.ง.ด.50 สำหรับบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ การกำหนดมูลค่าตลาดควรอ้างอิงราคาที่นักลงทุนภายนอกเข้าล่าสุดหรือรายงานประเมินมูลค่าที่จัดทำโดยผู้ประเมินอิสระ เพื่อให้มีฐานที่โต้แย้งได้เมื่อถูกตรวจสอบ
รัฐให้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับกำไรจากการขายหุ้นในบริษัทเป้าหมายที่ประกอบอุตสาหกรรมเป้าหมายตามที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ทั้งกรณีลงทุนโดยตรง ลงทุนผ่านกิจการเงินร่วมลงทุน venture capital ที่จดแจ้งกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และลงทุนผ่านทรัสต์เพื่อกิจการเงินร่วมลงทุน โดยมีเงื่อนไขหลักคือบริษัทเป้าหมายต้องมีรายได้จากอุตสาหกรรมเป้าหมายไม่น้อยกว่าร้อยละแปดสิบของรายได้รวมในรอบบัญชี ต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่กำหนด และผู้ลงทุนต้องถือหุ้นครบระยะเวลาขั้นต่ำที่พระราชกฤษฎีกากำหนด สิทธิประโยชน์นี้มีการต่ออายุและปรับเงื่อนไขเป็นระยะ จึงต้องตรวจฉบับที่ใช้บังคับ ณ วันลงทุน สิ่งที่สตาร์ทอัพต้องเตรียมเพื่อให้นักลงทุนใช้สิทธิได้คือ งบการเงินที่แยกรายได้ตามประเภทกิจกรรมได้ชัดเจน หนังสือรับรองการประกอบอุตสาหกรรมเป้าหมาย และสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นที่บันทึกวันได้มาซึ่งหุ้นอย่างถูกต้อง เพราะการนับระยะเวลาถือครองใช้ข้อมูลชุดนี้เป็นหลักฐาน
แนวปฏิบัติคือแยกระยะวิจัยออกจากระยะพัฒนา ค่าใช้จ่ายในระยะวิจัยหรือช่วงทดลองแนวคิดที่ยังไม่แน่ว่าจะใช้งานได้จริง ให้รับรู้เป็นค่าใช้จ่ายทันที ส่วนค่าใช้จ่ายในระยะพัฒนาที่เข้าเงื่อนไขครบ ได้แก่ มีความเป็นไปได้ทางเทคนิคที่จะทำให้เสร็จ กิจการตั้งใจและมีทรัพยากรที่จะพัฒนาให้เสร็จและใช้งาน คาดว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ และวัดต้นทุนได้อย่างน่าเชื่อถือ จึงจะบันทึกเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนแล้วตัดจำหน่ายตามอายุการใช้งาน ในทางภาษีการตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่ไม่จำกัดอายุใช้อัตราไม่เกินร้อยละสิบต่อปีตามพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 145 หลักฐานที่ต้องเก็บคือ timesheet ของทีมพัฒนาแยกตามโครงการ เอกสารกำหนดขอบเขตงาน และบันทึกการอนุมัติโครงการ เพราะเมื่อถูกตรวจสอบ ประเด็นแรกที่ถูกถามคือจำนวนชั่วโมงที่นำมาคิดต้นทุนพิสูจน์ได้อย่างไร สตาร์ทอัพที่บันทึกเงินเดือนโปรแกรมเมอร์เป็นสินทรัพย์ทั้งก้อนโดยไม่มีเอกสารรองรับ มักถูกปรับปรุงกลับเป็นค่าใช้จ่ายและกระทบตัวเลขกำไรที่เคยเสนอนักลงทุน
ควรเริ่มเตรียมล่วงหน้าอย่างน้อยหกเดือนก่อนเปิดรอบ เพราะปัญหาส่วนใหญ่แก้ย้อนหลังไม่ได้ในหนึ่งเดือน รายการที่นักลงทุนขอเสมอได้แก่ งบการเงินที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบแล้วสามปีล่าสุดพร้อมหมายเหตุประกอบงบ งบทดลองและรายละเอียดประกอบรายเดือนย้อนหลังยี่สิบสี่เดือน สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นและ cap table ที่กระทบยอดกับหนังสือรับรอง สัญญาสำคัญทั้งหมดรวมถึงสัญญาลูกค้ารายใหญ่และสัญญาเช่า รายการกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกันพร้อมเงื่อนไขราคา แบบยื่นภาษีทุกประเภทพร้อมใบเสร็จรับชำระ เอกสารประกันสังคมและทะเบียนลูกจ้าง และรายละเอียดหนี้สินทั้งหมดรวมเงินกู้กรรมการ ประเด็นที่ทำให้ดีลสะดุดบ่อยที่สุดคือรายได้รับรู้ไม่สอดคล้องกับสัญญา เงินกู้ยืมกรรมการที่ไม่มีสัญญาและไม่คิดดอกเบี้ย ค่าใช้จ่ายส่วนตัวปนในบัญชีบริษัท และภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ทำไม่ครบ ทางแก้คือทำ pre-diligence ภายในโดยที่ปรึกษาอิสระก่อน แล้วเคลียร์รายการค้างให้จบก่อนเปิดห้องข้อมูล
ชุดรายงานมาตรฐานรายเดือนประกอบด้วยงบกำไรขาดทุนเทียบงบประมาณ งบกระแสเงินสด ยอดเงินสดคงเหลือ ณ สิ้นเดือน อัตราการใช้เงินสดสุทธิ net burn ซึ่งคำนวณจากเงินสดจ่ายจริงหักเงินสดรับจริงในเดือนนั้น และ runway ที่คำนวณจากเงินสดคงเหลือหารด้วยค่าเฉลี่ย net burn สามเดือนล่าสุด ทำให้ได้จำนวนเดือนที่เหลือก่อนเงินหมด ควรรายงานคู่กับตัวชี้วัดเชิงธุรกิจ เช่น รายได้ประจำต่อเดือน อัตราการเติบโต อัตราการเลิกใช้บริการ และต้นทุนการได้ลูกค้าใหม่ จุดที่ต้องระวังคืออย่ารายงาน burn จากตัวเลขกำไรขาดทุนโดยตรง เพราะมีรายการที่ไม่ใช่เงินสด เช่น ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย และไม่รวมการจ่ายชำระหนี้หรือการซื้อสินทรัพย์ซึ่งกินเงินสดจริง ในทางปฏิบัติควรปิดบัญชีให้เสร็จภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดไปเป็นอย่างช้า เพราะข้อมูลที่ช้ากว่านั้นใช้ตัดสินใจไม่ทัน และเมื่อ runway ต่ำกว่าหกเดือนควรเริ่มกระบวนการระดมทุนรอบใหม่ทันที เนื่องจากรอบหนึ่งมักใช้เวลาสามถึงหกเดือนกว่าจะปิดและได้รับเงินจริง
โดยหลักเงินสนับสนุนที่บริษัทได้รับถือเป็นรายได้ตามมาตรา 65 ต้องนำมารวมคำนวณกำไรสุทธิ เว้นแต่มีกฎหมายหรือพระราชกฤษฎีกายกเว้นไว้เฉพาะกรณี จึงต้องอ่านเงื่อนไขในสัญญารับทุนและตรวจว่ามีประกาศยกเว้นภาษีรองรับหรือไม่ ทางบัญชีการรับรู้ขึ้นกับลักษณะของเงินที่ได้ หากเป็นเงินสนับสนุนเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นแล้ว ให้รับรู้เป็นรายได้ในงวดเดียวกับที่รับรู้ค่าใช้จ่ายนั้นเพื่อให้จับคู่กัน หากเป็นเงินสนับสนุนเพื่อซื้อสินทรัพย์ ให้ทยอยรับรู้เป็นรายได้ตามอายุการใช้งานของสินทรัพย์ หรือหักจากราคาทุนของสินทรัพย์แล้วคิดค่าเสื่อมจากยอดสุทธิ ตามนโยบายบัญชีที่เลือกและเปิดเผยไว้ กรณีเงินรางวัลจากการประกวดที่จ่ายให้บริษัท ผู้จ่ายมักหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ ให้เก็บหนังสือรับรองการหักภาษีเพื่อใช้เครดิตกับภาษีที่ต้องชำระตอนสิ้นปี สิ่งที่ต้องระวังคือทุนที่มีเงื่อนไขต้องคืนเมื่อทำไม่สำเร็จ ต้องแสดงเป็นหนี้สินไว้ก่อนจนกว่าจะปฏิบัติตามเงื่อนไขครบ ไม่ควรรับรู้เป็นรายได้ทั้งจำนวนตั้งแต่วันรับเงิน
คำตอบขึ้นกับผู้ลงทุนเป้าหมายและตลาดที่จะขยายไป ไม่ใช่คำตอบเดียวที่ใช้ได้กับทุกราย โครงสร้างที่มีบริษัทโฮลดิ้งต่างประเทศถือหุ้นบริษัทไทยเหมาะกับกรณีที่นักลงทุนต่างชาติต้องการเอกสารและกฎหมายที่คุ้นเคย และมีแผนขยายหลายประเทศในภูมิภาค แต่มีต้นทุนที่ต้องคิดให้ครบ ได้แก่ ค่าจัดตั้งและค่าดูแลรายปีสองชุด ค่าสอบบัญชีสองชุด ความจำเป็นต้องมีเนื้อหาทางเศรษฐกิจจริงในต่างประเทศเพื่อไม่ให้ถูกมองว่าตั้งขึ้นเพื่อเลี่ยงภาษี และประเด็นการเสียภาษีตอนโอนหุ้นบริษัทไทยเข้าโฮลดิ้ง ซึ่งหากราคาโอนต่ำกว่ามูลค่าตลาดเจ้าพนักงานประเมินอาจปรับราคาตามมาตรา 65 ทวิ (4) ในทางกลับกัน หากลูกค้าและรายได้อยู่ในประเทศไทยทั้งหมดและนักลงทุนเป็นกองทุนไทย การถือหุ้นตรงในบริษัทไทยเรียบง่ายกว่าและใช้สิทธิประโยชน์ภาษีสำหรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายได้ ข้อแนะนำเชิงปฏิบัติคือตัดสินใจให้จบก่อนรอบระดมทุนแรกที่มีนักลงทุนสถาบัน เพราะการปรับโครงสร้างหลังจากนั้นต้องขอความยินยอมจากผู้ถือหุ้นทุกรายและมีต้นทุนภาษีสูงขึ้นมาก
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- เพิ่มทุนโดยขายหุ้นสูงกว่าราคาพาร์ ส่วนเกินมูลค่าหุ้นต้องเสียภาษีหรือไม่
- SAFE และ convertible note บันทึกบัญชีอย่างไร เป็นหนี้สินหรือส่วนของผู้ถือหุ้น
- ให้หุ้นหรือสิทธิซื้อหุ้นแก่พนักงาน ESOP มีภาระภาษีอย่างไรทั้งฝ่ายบริษัทและพนักงาน
- นักลงทุนที่ลงทุนในสตาร์ทอัพไทยได้สิทธิประโยชน์ภาษีอะไรบ้าง
- ค่าใช้จ่ายพัฒนาซอฟต์แวร์หรือแพลตฟอร์มของตัวเอง ลงเป็นค่าใช้จ่ายหรือสินทรัพย์
- ก่อนเข้ารอบระดมทุน นักลงทุนจะตรวจบัญชีอะไรบ้าง และต้องเตรียมล่วงหน้านานแค่ไหน
- สตาร์ทอัพที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติต้องระวังอะไรทั้งด้านกฎหมายและบัญชี
- สตาร์ทอัพควรรายงานตัวเลขอะไรให้นักลงทุนรายเดือน และคำนวณ runway อย่างไร
- เงินสนับสนุนจากภาครัฐหรือเงินรางวัลจากการประกวด ต้องเสียภาษีและบันทึกอย่างไร
- ควรตั้งบริษัทโฮลดิ้งหรือจดบริษัทที่สิงคโปร์ก่อนระดมทุนหรือไม่
หัวข้ออื่น