FAQ
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายกรณีซับซ้อน
งานเหมาที่รวมหลายบริการในสัญญาเดียว ค่าลิขสิทธิ์จากต่างประเทศ ค่าขนส่ง เบี้ยประกัน ค่ารักษาพยาบาล ค่านายหน้า และกรณีลืมหักตอนจ่ายเงิน พร้อมวิธีตัดสินอัตราจากลักษณะงานที่แท้จริง
หลักคือดูลักษณะของแต่ละบริการ ไม่ใช่ชื่อสัญญา ถ้าใบแจ้งหนี้แยกรายการได้ ให้หักตามประเภทของแต่ละส่วน เช่น ค่าเช่าทรัพย์สินแยกจากค่าจ้างทำของ แต่ถ้าผู้รับจ้างเสนอเป็นงานเหมาเบ็ดเสร็จโดยรับผิดชอบผลงานทั้งหมด มักถือเป็นการรับจ้างทำของทั้งจำนวน วิธีที่ปลอดภัยคือกำหนดในสัญญาตั้งแต่ต้นว่าจะแยกรายการหรือเหมารวม แล้วออกเอกสารให้สอดคล้องตลอดโครงการ
ต้องแยกสองภาระออกจากกัน ด้านภาษีเงินได้ หากเป็นการจ่ายค่าสิทธิให้ผู้รับในต่างประเทศที่ไม่ได้ประกอบกิจการในไทย จะมีหน้าที่หักและนำส่งตามแบบสำหรับการจ่ายไปต่างประเทศ โดยอัตราอาจลดลงตามอนุสัญญาภาษีซ้อนของประเทศผู้รับ ด้านภาษีมูลค่าเพิ่ม การใช้บริการจากต่างประเทศในไทยมีหน้าที่นำส่งด้วยแบบสำหรับผู้จ่าย และภาษีที่นำส่งนำไปใช้เป็นภาษีซื้อในเดือนถัดไปได้
การจ่ายค่าขนส่งให้ผู้ประกอบการขนส่งที่เป็นนิติบุคคลอยู่ในข่ายหักในอัตราสำหรับค่าขนส่ง ประเด็นที่มักสับสนคือบริการที่ผู้ให้บริการเรียกว่าขนส่งแต่เนื้อแท้เป็นงานบริการอื่น เช่น ค่าบรรจุหีบห่อ ค่าคลังสินค้า หรือค่าดำเนินพิธีการ ซึ่งเข้าอัตราของค่าบริการ ทางปฏิบัติควรขอให้ผู้ให้บริการแยกรายการในใบแจ้งหนี้ และตรวจว่าหนังสือรับรองการหักที่ออกให้ตรงกับประเภทที่ระบุ
ค่าบำรุงสมาชิกที่จ่ายให้สมาคมโดยไม่มีการให้บริการเฉพาะเจาะจงตอบแทน โดยทั่วไปไม่ถือเป็นค่าจ้างทำของหรือค่าบริการที่ต้องหัก เช่นเดียวกับค่าธรรมเนียมที่จ่ายให้หน่วยงานของรัฐหรือสภาวิชาชีพตามอำนาจหน้าที่ แต่ถ้าสมาคมเดียวกันเรียกเก็บค่าฝึกอบรม ค่าจัดสัมมนา หรือค่าที่ปรึกษาแยกต่างหาก ส่วนนั้นเข้าข่ายค่าบริการที่ต้องพิจารณาหักตามปกติ
ค่ารักษาพยาบาลที่จ่ายให้สถานพยาบาลเป็นค่าบริการที่ผู้จ่ายซึ่งเป็นนิติบุคคลต้องพิจารณาหักตามอัตราค่าบริการ เว้นแต่สถานพยาบาลนั้นได้รับยกเว้นตามประเภทของกิจการ ในทางปฏิบัติควรถามฝ่ายการเงินของโรงพยาบาลก่อนชำระว่าให้หักหรือไม่ และเก็บคำตอบไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ส่วนการบันทึกบัญชีต้องแยกให้ชัดว่าเป็นสวัสดิการตามระเบียบหรือเป็นการช่วยเหลือเฉพาะราย
จ่ายให้นิติบุคคลใช้อัตราสำหรับค่าบริการหรือค่านายหน้าที่กำหนดไว้แบบคงที่ ส่วนจ่ายให้บุคคลธรรมดา เงินได้ประเภทค่านายหน้าคำนวณตามอัตราภาษีก้าวหน้าโดยประมาณการเงินได้ทั้งปีของผู้รับ ทำให้ยอดที่หักของสองกรณีต่างกันมากแม้จำนวนเงินเท่ากัน จึงควรถามสถานะของผู้รับก่อนตั้งเจ้าหนี้ และระบุไว้ในทะเบียนคู่ค้าเพื่อไม่ให้พนักงานบัญชีเลือกอัตราผิด
หน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นของผู้จ่ายเงินตามกฎหมาย ไม่ได้ขึ้นกับว่าคู่ค้าจะแสดงไว้ในใบแจ้งหนี้หรือไม่ ดังนั้นการหักและนำส่งพร้อมออกหนังสือรับรองให้คู่ค้าจึงถูกต้อง สิ่งที่ควรทำเพิ่มคือชี้แจงว่าเงินที่หักไปคือภาษีที่คู่ค้านำไปเครดิตกับภาษีของตนเองได้ ไม่ใช่ส่วนลดราคา และควรระบุเงื่อนไขการหักไว้ในใบสั่งซื้อเพื่อลดข้อโต้แย้งตั้งแต่ต้น
เงินได้จากการทำงานในประเทศไทยต้องเสียภาษีในไทยไม่ว่าผู้รับจะอยู่ครบหนึ่งร้อยแปดสิบวันหรือไม่ จำนวนวันมีผลต่อสถานะผู้มีถิ่นที่อยู่ซึ่งกระทบการนำเงินได้จากต่างประเทศเข้ามาคำนวณ ไม่ใช่การยกเว้นเงินเดือนที่ได้จากงานในไทย การหักจึงคำนวณตามอัตราก้าวหน้าเช่นเดียวกับพนักงานทั่วไป และควรตรวจอนุสัญญาภาษีซ้อนของประเทศต้นทางประกอบเมื่อผู้จ่ายอยู่ต่างประเทศ
ผู้จ่ายมีหน้าที่นำส่งภาษีจำนวนที่ควรหัก แม้จะจ่ายเงินเต็มจำนวนไปแล้ว ในทางปฏิบัติจึงมีสองทาง คือขอให้คู่ค้าคืนส่วนที่ควรหักหรือหักกลบกับงวดถัดไปหากยังมีการค้าต่อเนื่อง หรือบริษัทออกภาษีแทนแล้วบันทึกเป็นรายจ่าย ซึ่งกรณีหลังต้องระวังว่าภาษีที่ออกแทนถือเป็นประโยชน์เพิ่มของผู้รับและต้องคำนวณฐานภาษีให้ถูกต้อง ควรแก้ให้เร็วที่สุดเพราะเงินเพิ่มเดินตามจำนวนวัน
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- จ้างจัดงานอีเวนต์ที่รวมค่าสถานที่ อาหาร ออกแบบ และค่าตัวศิลปิน หักอัตราใด
- จ่ายค่าภาพสต็อกหรือฟอนต์ให้เว็บไซต์ต่างประเทศ ต้องหักหรือยื่น ภ.พ.36 ไหม
- จ่ายค่าส่งพัสดุให้บริษัทขนส่งเอกชน ต้องหัก 1% ไหม
- ค่าบำรุงสมาชิกสมาคมวิชาชีพหรือค่าธรรมเนียมสอบใบอนุญาต ต้องหักไหม
- จ่ายเบี้ยประกันวินาศภัยให้บริษัทประกัน ต้องหัก ณ ที่จ่ายไหม
- จ่ายค่ารักษาพยาบาลให้โรงพยาบาลเอกชนกรณีพนักงานบาดเจ็บ ต้องหักไหม
- จ่ายค่าคอมมิชชั่นให้บริษัทนายหน้ากับนายหน้าบุคคลธรรมดา ต่างกันอย่างไร
- คู่ค้าออกใบแจ้งหนี้โดยไม่หัก แต่เราหัก 3% ตอนจ่าย เราทำถูกไหม
- พนักงานต่างชาติเข้ามาทำงานชั่วคราวไม่ถึง 180 วัน หักอย่างไร
- ลืมหัก ณ ที่จ่ายตอนจ่ายเงินไปแล้ว บริษัทต้องออกเงินเองใช่ไหม
หัวข้ออื่น