FAQ
เปลี่ยนรอบบัญชีและการปรับปรุงงบย้อนหลัง เงื่อนไข ขั้นตอน และผลทางภาษี
การเปลี่ยนรอบระยะเวลาบัญชีและการแก้ไขตัวเลขของงวดก่อนเป็นสองเรื่องที่กระทบทั้งงบการเงินและแบบภาษี และทั้งคู่ต้องได้รับอนุมัติหรือเปิดเผยตามกติกาที่ชัดเจนก่อนดำเนินการ คลัสเตอร์นี้อธิบายว่าเมื่อใดจึงเปลี่ยนรอบได้ ต้องขออนุญาตใคร รอบเปลี่ยนผ่านคำนวณอย่างไร และเมื่อพบข้อผิดพลาดของงวดก่อนต้องเลือกระหว่างปรับย้อนหลังกับปรับในงวดปัจจุบันด้วยเกณฑ์ใด
เหตุผลที่พบมากที่สุดคือการเข้าเป็นบริษัทในกลุ่มของผู้ถือหุ้นต่างประเทศที่ใช้รอบบัญชีต่างจากปีปฏิทิน เช่น สิ้นสุดเดือนมีนาคมหรือมิถุนายน การรวมรอบให้ตรงกันทำให้จัดทำงบรวมและรายงานภายในกลุ่มได้โดยไม่ต้องปรับตัวเลขซ้ำ เหตุผลรองลงมาคือลักษณะฤดูกาลของธุรกิจ ซึ่งการปิดรอบกลางฤดูขายทำให้สินค้าคงเหลือและลูกหนี้สูงผิดปกติจนงบไม่สะท้อนภาพจริง และเหตุผลด้านทรัพยากร เช่น กิจการที่ต้องแข่งกับความหนาแน่นของงานตรวจสอบบัญชีช่วงต้นปี สิ่งที่ไม่ควรใช้เป็นเหตุผลคือความต้องการเลื่อนภาระภาษีออกไป เพราะการเปลี่ยนรอบไม่ได้ลดภาระภาษีโดยตัวเอง เพียงแต่ย้ายจังหวะการยื่นแบบเท่านั้น
ต้องมองสองด้านคู่กัน ด้านภาษี ประมวลรัษฎากรกำหนดว่าบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประสงค์จะเปลี่ยนวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรก่อน จะเปลี่ยนเองไม่ได้ คำขอควรระบุเหตุผลทางธุรกิจที่หนักแน่นและแสดงว่าไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ทางภาษี ด้านบริษัท หากข้อบังคับระบุวันสิ้นรอบปีบัญชีไว้ ต้องมีมติพิเศษของที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อแก้ไขข้อบังคับและจดทะเบียนแก้ไขต่อนายทะเบียน ลำดับที่ปลอดภัยคือยื่นคำขอต่อกรมสรรพากรและรอผลก่อน แล้วจึงดำเนินการด้านทะเบียน เพราะหากคำขอไม่ได้รับอนุมัติ การแก้ข้อบังคับไปก่อนจะสร้างความไม่สอดคล้องระหว่างเอกสารสองชุด
เมื่อได้รับอนุมัติให้เปลี่ยนรอบ จะเกิดรอบระยะเวลาบัญชีหนึ่งรอบที่สั้นกว่าสิบสองเดือน เช่น บริษัทที่เดิมปิด 31 ธันวาคม เปลี่ยนเป็น 30 มิถุนายน จะมีรอบเปลี่ยนผ่านหกเดือนตั้งแต่ 1 มกราคมถึง 30 มิถุนายน รอบนี้ถือเป็นรอบระยะเวลาบัญชีเต็มรอบหนึ่งในทางภาษี ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำรอบตามกำหนดปกติคือภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสุดท้ายของรอบ ประเด็นที่ต้องระวังคือรายการที่คิดตามสัดส่วนเวลา เช่น ค่าเสื่อมราคาซึ่งต้องคำนวณตามจำนวนวันที่ใช้งานจริงในรอบสั้น และการยกยอดผลขาดทุนสะสมซึ่งนับรอบระยะเวลาบัญชีเป็นหน่วย ทำให้รอบสั้นกินโควตาปีของการใช้ผลขาดทุนไปหนึ่งรอบเต็ม
หน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งรอบระยะเวลาบัญชีผูกกับรอบที่มีระยะเวลาสิบสองเดือน รอบเปลี่ยนผ่านที่สั้นกว่านั้นจึงไม่เข้าเงื่อนไขและไม่ต้องยื่นแบบครึ่งปีสำหรับรอบนั้น แต่ต้องกลับมายื่นตามปกติเมื่อเข้าสู่รอบสิบสองเดือนรอบแรกหลังเปลี่ยน ซึ่งจุดที่พลาดกันบ่อยคือคำนวณวันครบกำหนดครึ่งปีจากปฏิทินเดิมแทนที่จะนับจากวันเริ่มรอบใหม่ ทำให้ยื่นช้าและเสียเงินเพิ่ม แนวปฏิบัติที่ควรทำคือปรับปรุงปฏิทินภาษีของกิจการทั้งชุดทันทีที่ได้รับหนังสืออนุมัติ ครอบคลุมทั้งแบบครึ่งปี แบบประจำรอบ กำหนดประชุมผู้ถือหุ้น และกำหนดนำส่งงบต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ความแตกต่างอยู่ที่ข้อมูลที่มีอยู่ในขณะจัดทำงบ ข้อผิดพลาดของงวดก่อนคือการละเว้นหรือแสดงข้อมูลผิดโดยใช้หรือไม่ใช้ข้อมูลที่มีอยู่แล้วและควรนำมาใช้ได้ในขณะนั้น เช่น ลืมบันทึกใบแจ้งหนี้ที่ได้รับก่อนวันปิดบัญชี หรือคำนวณค่าเสื่อมราคาผิดสูตร กรณีนี้ต้องแก้โดยปรับย้อนหลัง ส่วนการเปลี่ยนประมาณการทางบัญชีคือการทบทวนตัวเลขที่อาศัยดุลยพินิจเมื่อมีข้อมูลใหม่เข้ามา เช่น ปรับอายุการใช้งานของเครื่องจักรจากแปดปีเป็นห้าปีหลังพบว่าสึกหรอเร็วกว่าที่คาด หรือปรับค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญตามพฤติกรรมการชำระที่เปลี่ยนไป กรณีนี้รับรู้ไปข้างหน้าในงวดปัจจุบันและงวดอนาคต ไม่ต้องย้อนกลับไปแก้งบปีก่อน การจำแนกผิดประเภททำให้ทั้งงบและแบบภาษีเคลื่อนไปคนละทาง
ความมีสาระสำคัญพิจารณาจากทั้งขนาดและลักษณะของรายการ ด้านขนาดมักเทียบกับเกณฑ์อ้างอิง เช่น กำไรก่อนภาษี รายได้รวม หรือสินทรัพย์รวม โดยกำหนดช่วงร้อยละไว้ล่วงหน้าและใช้อย่างสม่ำเสมอ ด้านลักษณะสำคัญไม่แพ้กัน รายการที่จำนวนเงินน้อยแต่เกี่ยวกับผู้บริหาร การทุจริต การฝ่าฝืนกฎหมาย หรือทำให้กิจการพลิกจากขาดทุนเป็นกำไร ถือว่ามีสาระสำคัญแม้ตัวเลขจะต่ำกว่าเกณฑ์ นอกจากนี้ต้องพิจารณาผลสะสมของรายการเล็กหลายรายการรวมกัน ไม่ใช่ดูทีละรายการแล้วสรุปว่าไม่สำคัญทุกอัน การตัดสินควรทำร่วมกับผู้สอบบัญชีและบันทึกเหตุผลไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในแฟ้มปิดบัญชี เพราะเป็นจุดที่ถูกตั้งคำถามย้อนหลังได้เสมอ
วิธีที่ใช้คือปรับปรุงตัวเลขเปรียบเทียบของงวดก่อนที่นำมาแสดงเสมือนว่าไม่เคยเกิดข้อผิดพลาดขึ้น หากข้อผิดพลาดเกิดก่อนงวดเปรียบเทียบที่แสดงในงบ ให้ปรับยอดยกมาต้นงวดของสินทรัพย์ หนี้สิน และกำไรสะสมของงวดเปรียบเทียบที่เก่าที่สุด แล้วเปิดเผยในหมายเหตุประกอบงบว่าเป็นข้อผิดพลาดเรื่องใด จำนวนเงินที่ปรับปรุงในแต่ละบรรทัดของงบ และผลกระทบต่อกำไรต่อหุ้นหากกิจการแสดงตัวเลขนี้ สิ่งที่ต้องไม่ทำคือบันทึกผลของข้อผิดพลาดเป็นรายได้หรือค่าใช้จ่ายของงวดปัจจุบัน เพราะทำให้ผลการดำเนินงานของปีนี้บิดเบือนและผู้อ่านงบเปรียบเทียบสองปีไม่ได้ ในกรณีที่ไม่สามารถระบุผลกระทบของแต่ละงวดได้ในทางปฏิบัติ มาตรฐานเปิดทางให้ปรับปรุงตั้งแต่งวดแรกสุดที่ทำได้พร้อมอธิบายเหตุผลไว้
ต้องแยกว่าข้อผิดพลาดกระทบฐานภาษีของงวดก่อนหรือไม่ หากกระทบและทำให้ภาษีที่ชำระไว้ขาด กิจการควรยื่นแบบเพิ่มเติมสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีนั้นและชำระภาษีพร้อมเงินเพิ่มตามที่ประมวลรัษฎากรกำหนด การยื่นเพิ่มเติมด้วยตนเองก่อนถูกตรวจสอบโดยทั่วไปอยู่ในฐานะที่ดีกว่าการรอให้เจ้าพนักงานประเมิน หากข้อผิดพลาดทำให้ชำระภาษีไว้เกิน สามารถขอคืนได้ภายในกำหนดเวลาตามกฎหมาย จึงต้องตรวจสอบอายุความในการขอคืนก่อนดำเนินการ กรณีที่ข้อผิดพลาดเป็นเรื่องทางบัญชีล้วนซึ่งไม่กระทบฐานภาษี เช่น การจัดประเภทรายการผิดบรรทัดในงบแสดงฐานะการเงิน จะปรับเฉพาะงบการเงินโดยไม่ต้องยื่นแบบเพิ่มเติม แต่ควรบันทึกคำอธิบายไว้ให้ตรวจสอบย้อนกลับได้
ควรสื่อสารเชิงรุกก่อนที่อีกฝ่ายจะพบเอง เนื้อหาที่ควรมีคือสาเหตุของข้อผิดพลาด งวดที่กระทบ จำนวนเงินที่ปรับปรุง ผลต่ออัตราส่วนทางการเงินที่ใช้ในสัญญาสินเชื่อ และมาตรการที่วางไว้เพื่อไม่ให้เกิดซ้ำ ประเด็นที่มักถูกมองข้ามคือเงื่อนไขในสัญญาสินเชื่อที่กำหนดอัตราส่วนขั้นต่ำ เช่น หนี้สินต่อทุนหรือความสามารถในการชำระดอกเบี้ย เพราะตัวเลขที่ปรับใหม่อาจทำให้ผิดเงื่อนไขย้อนหลังและเปิดสิทธิให้เจ้าหนี้เรียกชำระคืนทันที การหารือกับธนาคารล่วงหน้าเพื่อขอผ่อนผันเป็นลายลักษณ์อักษรจึงควรทำก่อนออกงบฉบับแก้ไข ส่วนกับผู้ถือหุ้น ควรนำเสนอพร้อมงบฉบับที่ปรับปรุงในการประชุมและบันทึกคำอธิบายไว้ในรายงานการประชุมให้ครบถ้วน
แหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบได้
ทุกข้อความในหน้านี้อิงตัวบทและเอกสารของหน่วยงานที่ออกกฎเอง ลิงก์ด้านล่างเปิดไปยังเว็บไซต์ต้นทางโดยตรง หากตัวบทมีการแก้ไข ให้ยึดฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นสำคัญ
1. ประมวลกฎหมาย
ประมวลรัษฎากรกรมสรรพากร
ตัวบทหลักของภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ พร้อมกฎกระทรวงและคำสั่งที่ออกตามความในประมวล
2. พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
หน้าที่จัดทำบัญชี คุณสมบัติผู้ทำบัญชี ระยะเวลาเก็บรักษาบัญชีและเอกสาร และกำหนดนำส่งงบการเงิน
3. มาตรฐานวิชาชีพ
มาตรฐานรายงานการเงินฉบับที่ใช้กับกิจการซึ่งไม่มีส่วนได้เสียต่อสาธารณะ (NPAEs) (TFRS for NPAEs)สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์
กรอบการรายงานที่ SME ส่วนใหญ่ใช้จัดทำงบการเงิน รวมถึงการรับรู้รายได้ สินค้าคงเหลือ และที่ดินอาคารอุปกรณ์
4. ระบบ/แบบฟอร์มราชการ
ระบบนำส่งงบการเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (DBD e-Filing)กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ช่องทางนำส่งงบการเงินและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- เหตุผลที่กิจการต้องการเปลี่ยนรอบบัญชีมีอะไรบ้าง
- การเปลี่ยนรอบบัญชีต้องขออนุมัติจากใคร
- รอบเปลี่ยนผ่านที่ไม่ครบสิบสองเดือนคำนวณภาษีอย่างไร
- รอบเปลี่ยนผ่านต้องยื่นแบบประมาณการครึ่งปีหรือไม่
- ข้อผิดพลาดของงวดก่อนต่างจากการเปลี่ยนประมาณการทางบัญชีอย่างไร
- จะตัดสินอย่างไรว่าข้อผิดพลาดมีสาระสำคัญพอที่ต้องปรับย้อนหลัง
- การปรับย้อนหลังในงบการเงินทำอย่างไร
- เมื่อปรับปรุงงบย้อนหลังแล้ว ต้องยื่นแบบภาษีเพิ่มเติมหรือไม่
- ควรสื่อสารการปรับปรุงย้อนหลังกับธนาคารและผู้ถือหุ้นอย่างไร
หัวข้ออื่น