FAQ
สำนักงานใหญ่และสาขาในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม
เมื่อกิจการเปิดจุดขายแห่งที่สอง คำถามเรื่องต้องแจ้งเพิ่มสาขาหรือไม่ ใบกำกับภาษีต้องระบุอะไร และรายงานภาษีต้องแยกหรือรวม จะตามมาทันที คลัสเตอร์นี้อธิบายหน้าที่ตามระบบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและวิธีจัดระบบเอกสารให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ทุกสาขา

สถานที่ที่ใช้ประกอบกิจการเป็นประจำและมีการขายสินค้าหรือให้บริการจากที่นั่น ถือเป็นสถานประกอบการที่ต้องแจ้งเพิ่มในทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่ว่าจะเรียกว่าสาขา โชว์รูม คลังสินค้าที่มีการส่งมอบ หรือหน้าร้านชั่วคราวที่ตั้งประจำ ในทางกลับกัน จุดที่ใช้เก็บของโดยไม่มีการขายหรือส่งมอบจากที่นั่น อาจไม่เข้าข่ายเดียวกัน ข้อเท็จจริงของการใช้พื้นที่จึงสำคัญกว่าป้ายที่ติดหน้าอาคาร เมื่อไม่แน่ใจ ควรตรวจกิจกรรมที่เกิดจริงในพื้นที่นั้นก่อนตัดสินใจ
หลักปฏิบัติที่ปลอดภัยคือแจ้งก่อนเริ่มใช้สถานประกอบการนั้นในการขายหรือให้บริการ ไม่ใช่รอให้ยอดขายเข้ามาก่อนแล้วค่อยตามแจ้ง เพราะใบกำกับภาษีที่ออกจากสถานประกอบการที่ยังไม่อยู่ในทะเบียน จะมีปัญหาเรื่องความถูกต้องของรายการที่ต้องแสดง ในทางบริหารเวลา ควรจัดการเรื่องทะเบียนไปพร้อมกับการทำสัญญาเช่าและงานตกแต่ง ไม่ใช่ไว้เป็นงานสุดท้ายก่อนวันเปิด ซึ่งเป็นจังหวะที่ทุกฝ่ายเร่งจนเกิดข้อผิดพลาดง่ายที่สุด
ใบกำกับภาษีต้องแสดงว่าออกจากสถานประกอบการใด โดยระบุคำว่าสำนักงานใหญ่หรือรหัสสาขาตามที่จดทะเบียนไว้ให้ตรงกับความจริง ทั้งฝั่งผู้ออกและฝั่งผู้ซื้อ เพราะการระบุสาขาผิดฝั่งผู้ซื้อทำให้เกิดคำถามเรื่องสิทธิภาษีซื้อได้ ปัญหาที่พบบ่อยคือแม่แบบเอกสารในระบบขายถูกตั้งค่าไว้ครั้งเดียวตอนเปิดบริษัท แล้วไม่มีใครแก้เมื่อเปิดสาขาเพิ่ม ทำให้ทุกใบพิมพ์เป็นสำนักงานใหญ่หมด การไล่แก้ย้อนหลังหลายเดือนใช้เวลามากกว่าการตรวจแม่แบบตอนเปิดสาขาอย่างเทียบกันไม่ได้
รายงานภาษีขายและภาษีซื้อจัดทำแยกตามสถานประกอบการแต่ละแห่ง เพื่อให้ตรวจสอบย้อนกลับไปยังเอกสารต้นทางของแต่ละที่ได้ ส่วนการยื่นแบบนั้นขึ้นกับว่ากิจการได้รับอนุมัติให้ยื่นรวม ณ สำนักงานใหญ่หรือยื่นแยกรายสถานประกอบการ ทั้งสองแบบมีข้อกำหนดต่างกัน จึงต้องยืนยันสถานะของกิจการตนเองก่อน ไม่ใช่ทำตามที่กิจการอื่นเล่าให้ฟัง ในทางระบบ ควรตั้งรหัสสาขาเป็นมิติหนึ่งในผังบัญชีตั้งแต่ต้น เพื่อให้ดึงรายงานแยกได้โดยไม่ต้องคัดแยกด้วยมือทุกเดือน
การเคลื่อนย้ายสินค้าระหว่างสถานประกอบการของนิติบุคคลเดียวกันไม่ใช่การขายให้บุคคลอื่น จึงไม่ได้ก่อภาระภาษีขายในตัวเอง แต่ต้องมีเอกสารกำกับการเคลื่อนย้ายที่ระบุชนิด จำนวน และปลายทางให้ชัด เพื่อพิสูจน์ว่าสินค้าที่หายไปจากคลังหนึ่งไปปรากฏในอีกคลังจริง ไม่ใช่ขายออกโดยไม่บันทึก จุดที่ตรวจสอบมักโฟกัสคือช่วงที่ยอดคงเหลือของสองสาขาไม่สอดคล้องกันในวันเดียวกัน การกำหนดให้ผู้รับปลายทางยืนยันรับของในระบบภายในวันเดียวกันช่วยปิดช่องนี้ได้มาก
ต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อยกเลิกสถานประกอบการนั้น พร้อมจัดการสินค้าคงเหลือ ทรัพย์สิน และเอกสารที่เก็บไว้ที่สาขาให้เรียบร้อยก่อนคืนพื้นที่ ข้อผิดพลาดที่ทำให้ยุ่งภายหลังคือปิดหน้าร้านจริงแล้วแต่ไม่แจ้งทะเบียน ทำให้ระบบยังคาดหวังรายงานจากสถานประกอบการนั้นต่อไป และเอกสารสำคัญบางส่วนถูกทิ้งไว้กับพื้นที่เช่า เมื่อผู้ให้เช่าเปลี่ยนผู้เช่ารายใหม่ การตามเอกสารคืนแทบเป็นไปไม่ได้
ให้ยึดสถานที่ที่ใช้ประกอบกิจการจริง เช่น ที่ตั้งของทีมงานและคลังสินค้าที่จัดส่งของ ไม่ใช่ที่อยู่ที่ใช้จดทะเบียนอย่างเดียวโดยไม่มีกิจกรรมใดเกิดขึ้น ผู้ขายออนไลน์จำนวนมากใช้บ้านเป็นทั้งออฟฟิศและคลัง ซึ่งทำได้หากเจ้าของสถานที่ยินยอมและมีหลักฐานการใช้พื้นที่ ถ้าภายหลังย้ายคลังไปเช่าที่อื่นเพื่อรองรับปริมาณที่โต ต้องปรับปรุงทะเบียนตามความจริงด้วย ไม่ใช่ปล่อยที่อยู่เดิมไว้เพราะสะดวกกว่าในการรับเอกสารราชการ
สิ่งที่ได้ผลกว่าการสั่งให้ส่งเอกสารเข้าส่วนกลางทุกสิ้นเดือน คือกำหนดให้สาขาถ่ายภาพหรือสแกนเอกสารเข้าโฟลเดอร์กลางภายในวันที่เกิดรายการ แล้วให้ส่วนกลางตรวจตัวอย่างรายสัปดาห์ วิธีนี้ทำให้จับเอกสารที่ขาดหายได้ตั้งแต่ยังตามได้ ไม่ใช่รู้ตอนปิดงบว่าใบกำกับหายไปสามเดือน อีกเรื่องที่ควรทำคือกำหนดผู้รับผิดชอบชื่อชัดเจนต่อสาขา ไม่ใช่มอบหมายเป็นตำแหน่งลอย ๆ เพราะเมื่อไม่มีชื่อกำกับ งานเอกสารจะเป็นสิ่งแรกที่ถูกเลื่อน
สิ่งที่ควรทำคือแจ้งเพิ่มสถานประกอบการทันทีและทบทวนใบกำกับภาษีที่ออกไปในช่วงที่ผ่านมาว่าระบุรายการครบถ้วนหรือไม่ ควบคู่กับการประเมินว่ามีรายการใดที่คู่ค้าอาจถูกโต้แย้งสิทธิภาษีซื้อ การเข้าไปแก้ไขด้วยตนเองก่อนถูกตรวจพบ โดยทั่วไปอยู่ในสถานะที่อธิบายได้ดีกว่าการปล่อยไว้ให้พบภายหลัง เราจะช่วยประเมินขอบเขตความเสี่ยงจากปริมาณเอกสารจริงก่อน แล้วเสนอแผนแก้ไขเป็นขั้นตอนพร้อมค่าบริการรายกรณี ไม่คิดเหมาก่อนเห็นงาน
สิ่งที่ต้องมีไม่ใช่โปรแกรมราคาแพง แต่คือความสามารถสามอย่าง ได้แก่ การกำหนดรหัสสาขาในทุกรายการ การออกใบกำกับภาษีตามรูปแบบของแต่ละสถานประกอบการโดยอัตโนมัติ และการดึงรายงานแยกสาขาโดยไม่ต้องส่งออกไปแต่งใน สเปรดชีต ถ้าโปรแกรมปัจจุบันทำสามอย่างนี้ได้ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน เราเห็นกิจการหลายรายเปลี่ยนระบบเพราะเชื่อคำโฆษณา แล้วพบว่าปัญหาจริงอยู่ที่ผังบัญชีที่ไม่ได้ออกแบบให้รองรับหลายสาขาตั้งแต่แรก
เขียนโดย
หัวหน้าฝ่ายภาษี
ที่ปรึกษาภาษีอากรและผู้ตรวจสอบภาษี (TA)
รับผิดชอบงานวางแผนภาษีนิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม และการชี้แจงต่อเจ้าพนักงานประเมิน รวมถึงคดีอุทธรณ์ภาษีกับกรมสรรพากรมากกว่า 10 ปี
ตรวจทานโดย
หุ้นส่วนผู้จัดการ
ทนายความอาวุโส สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์
ตรวจความถูกต้องของข้อกฎหมายและตัวเลขก่อนเผยแพร่ · เผยแพร่ 2026-08-29 · แก้ไขล่าสุด 2026-08-29
ดูคุณวุฒิผู้ตรวจทานแหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบได้
ทุกข้อความในหน้านี้อิงตัวบทและเอกสารของหน่วยงานที่ออกกฎเอง ลิงก์ด้านล่างเปิดไปยังเว็บไซต์ต้นทางโดยตรง หากตัวบทมีการแก้ไข ให้ยึดฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นสำคัญ
1. ประมวลกฎหมาย
ประมวลรัษฎากรกรมสรรพากร
ตัวบทหลักของภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ พร้อมกฎกระทรวงและคำสั่งที่ออกตามความในประมวล
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- สถานประกอบการแบบใดที่ถือเป็นสาขาต้องแจ้งเพิ่ม
- ต้องแจ้งเปิดสาขาก่อนหรือหลังเริ่มขาย
- ใบกำกับภาษีต้องระบุสำนักงานใหญ่หรือสาขาอย่างไร
- รายงานภาษีซื้อภาษีขายต้องแยกตามสาขาหรือรวมกัน
- โอนสินค้าระหว่างสาขาต้องออกใบกำกับภาษีหรือไม่
- ปิดสาขาต้องทำอะไรบ้างในทางทะเบียนภาษี
- ขายออนไลน์อย่างเดียวต้องแจ้งที่อยู่ใดเป็นสถานประกอบการ
- จะควบคุมคุณภาพเอกสารของสาขาที่อยู่ต่างจังหวัดอย่างไร
- ถ้าเปิดสาขามาหลายเดือนแล้วเพิ่งรู้ว่าไม่ได้แจ้งจะเกิดอะไรขึ้น
- ระบบบัญชีแบบใดเหมาะกับกิจการหลายสาขา
บริการที่ดูแลคำถามหมวดนี้
หัวข้ออื่น