FAQ
ภาษีส่วนบุคคลของเจ้าของกิจการและกรรมการ
เจ้าของกิจการมีรายได้หลายทางพร้อมกัน ทั้งเงินเดือนกรรมการ เงินปันผล ค่าเช่าที่ให้บริษัทเช่า ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมกรรมการ และรายได้อิสระนอกบริษัท คลัสเตอร์นี้อธิบายว่าแต่ละก้อนถูกจัดเป็นเงินได้ประเภทใด หักค่าใช้จ่ายได้เท่าไร ต้องยื่นแบบใดบ้างในรอบปี และจุดใดที่สรรพากรมักตั้งคำถามกับผู้ถือหุ้นที่เป็นกรรมการด้วย
สองทางนี้เสียภาษีคนละจังหวะและคนละอัตรา เงินเดือนกรรมการเป็นรายจ่ายของบริษัท ลดกำไรที่ต้องเสียภาษีนิติบุคคลได้ แต่ผู้รับต้องนำไปรวมคำนวณอัตราก้าวหน้าสูงสุด 35% และหักค่าใช้จ่ายได้จำกัด ส่วนเงินปันผลจ่ายจากกำไรที่เสียภาษีนิติบุคคลไปแล้ว ถูกหัก ณ ที่จ่าย 10% และผู้รับเลือกได้ว่าจะจบที่ 10% หรือนำไปรวมยื่นเพื่อใช้เครดิตภาษีเงินปันผล ในทางปฏิบัติเจ้าของส่วนใหญ่ได้ผลดีที่สุดจากการผสมทั้งสองทาง โดยตั้งเงินเดือนให้สมเหตุสมผลกับหน้าที่จริง แล้วปันผลส่วนที่เหลือเมื่อปิดงบ
เครดิตภาษีเงินปันผลคือการคืนภาษีนิติบุคคลที่บริษัทจ่ายไปแล้วให้ผู้ถือหุ้น เพื่อไม่ให้กำไรก้อนเดียวถูกเก็บภาษีซ้ำสองชั้น ผู้รับต้องนำเงินปันผลบวกเครดิตไปรวมเป็นเงินได้ แล้วนำเครดิตกับภาษีที่ถูกหัก 10% มาหักออกจากภาษีที่คำนวณได้ ถ้าฐานภาษีส่วนบุคคลของคุณต่ำกว่าอัตราภาษีนิติบุคคลที่บริษัทจ่าย มักได้เงินคืน แต่ถ้าฐานภาษีคุณสูงถึงขั้น 30–35% การรวมยื่นจะทำให้จ่ายเพิ่ม ควรลองคำนวณทั้งสองแบบก่อนตัดสินใจทุกปี เพราะฐานรายได้แต่ละปีไม่เท่ากัน และเป็นสิทธิที่เลือกใช้หรือไม่ใช้ก็ได้
รายการ “เงินให้กู้ยืมแก่กรรมการ” เป็นหนึ่งในบรรทัดที่สรรพากรดูก่อนเสมอเวลาตรวจงบ ถ้าบริษัทให้กรรมการยืมโดยไม่คิดดอกเบี้ย เจ้าพนักงานมีอำนาจประเมินดอกเบี้ยตามอัตราตลาดเป็นรายได้ของบริษัท ทำให้กำไรและภาษีเพิ่มขึ้นทั้งที่ไม่ได้รับเงินจริง และดอกเบี้ยที่ประเมินยังต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ได้แต่กระทบฐานภาษีธุรกิจเฉพาะในบางกรณี ทางที่ปลอดภัยคือทำสัญญากู้ยืมเป็นลายลักษณ์อักษร กำหนดอัตราดอกเบี้ยที่อ้างอิงได้ ตั้งกำหนดชำระคืน และบันทึกดอกเบี้ยรับทุกงวดจริง หรือไม่ก็เคลียร์ยอดคืนก่อนปิดรอบบัญชี
ค่าเช่าที่คุณได้รับเป็นเงินได้ประเภทที่ 5 หักค่าใช้จ่ายเหมาได้ตามอัตราที่กฎหมายกำหนดตามประเภททรัพย์สิน หรือจะเลือกหักตามจริงพร้อมเก็บหลักฐานก็ได้ ฝั่งบริษัทต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 5% ทุกครั้งที่จ่าย และนำส่ง ภ.ง.ด.53 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป จุดที่มักพลาดคือตั้งค่าเช่าสูงเกินราคาตลาดเพื่อดันรายจ่ายบริษัท ซึ่งสรรพากรตัดออกได้ ควรมีสัญญาเช่า ภาพถ่ายพื้นที่ที่ใช้จริง และราคาเทียบเคียงในย่านเดียวกันเก็บไว้ นอกจากนี้อย่าลืมภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เปลี่ยนเป็นอัตราเชิงพาณิชย์เมื่อใช้ประกอบธุรกิจ
ภ.ง.ด.94 คือแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี สำหรับผู้มีเงินได้ประเภทที่ 5 ถึง 8 เช่น ค่าเช่า ค่าวิชาชีพอิสระ ค่ารับเหมา และรายได้จากธุรกิจหรือการพาณิชย์ ที่เกิดในช่วงมกราคมถึงมิถุนายน ต้องยื่นภายในเดือนกันยายนของปีเดียวกัน ถ้าคุณรับเฉพาะเงินเดือนกรรมการซึ่งเป็นเงินได้ประเภทที่ 1 ไม่ต้องยื่นแบบนี้ แต่ถ้าคุณให้บริษัทเช่าทรัพย์สินหรือรับงานที่ปรึกษาในนามบุคคลด้วย ก็เข้าเกณฑ์ ภาษีที่ชำระตอนครึ่งปีนำไปเป็นเครดิตหักออกจากภาษีปลายปีในแบบ ภ.ง.ด.90 ได้ทั้งจำนวน
หลักง่ายๆ คือเปรียบเทียบตัวเลขจริงกับอัตราเหมาที่กฎหมายให้สำหรับเงินได้ประเภทนั้น ถ้าต้นทุนที่คุณจ่ายจริงและมีใบเสร็จครบสูงกว่าอัตราเหมาอย่างชัดเจน การหักตามจริงย่อมประหยัดกว่า แต่ต้องแลกกับภาระเก็บเอกสาร ทำบัญชีรายรับรายจ่าย และความเสี่ยงที่จะถูกขอตรวจย้อนหลัง ผู้ที่มีรายได้อิสระไม่สูงและต้นทุนน้อย มักได้ประโยชน์จากอัตราเหมามากกว่าเพราะจบเร็วและตรวจยาก ข้อควรระวังคือเมื่อเลือกวิธีใดในปีภาษีหนึ่งแล้ว ต้องใช้วิธีเดียวกันกับเงินได้ประเภทนั้นทั้งจำนวน จะเลือกเฉพาะรายการที่ได้เปรียบไม่ได้
ผู้มีเงินได้หลายประเภทยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป โดยแยกกรอกทีละประเภทเพราะอัตราหักค่าใช้จ่ายไม่เท่ากัน แบบ ภ.ง.ด.91 ใช้เฉพาะคนที่มีเงินเดือนอย่างเดียวเท่านั้น สิ่งที่ต้องรวบรวมก่อนยื่นคือหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายทุกใบจากทุกผู้จ่าย เพราะยอดเหล่านั้นเป็นเครดิตลดภาษีที่คำนวณได้ ถ้าลืมใบไหนคุณจะจ่ายภาษีเกินโดยไม่จำเป็น ควรทำแฟ้มเก็บรวมทั้งปีและกระทบยอดกับข้อมูลที่ปรากฏในระบบ My Tax Account ของกรมสรรพากรก่อนกดยื่นทุกครั้ง
ที่ลืมบ่อยที่สุดคือเบี้ยประกันสุขภาพของบิดามารดา ค่าอุปการะบุพการีที่มีอายุถึงเกณฑ์และรายได้ไม่เกินกำหนด เงินสมทบกองทุนประกันสังคมในฐานะผู้ประกันตนมาตรา 39 หรือ 40 และเงินบริจาคให้สถานศึกษาหรือโรงพยาบาลรัฐที่หักได้สองเท่าตามเงื่อนไข อีกกลุ่มคือกองทุนรวมเพื่อการออมและกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ซึ่งมีเพดานรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและประกันบำนาญ ต้องคำนวณเพดานรวมก่อนซื้อ ไม่ใช่ซื้อก่อนแล้วค่อยดู เพราะส่วนที่เกินเพดานไม่ได้สิทธิและอาจต้องคืนภาษีพร้อมเงินเพิ่มหากขายผิดเงื่อนไข
ตรวจได้ และในทางปฏิบัติมักเริ่มจากความไม่สอดคล้องระหว่างสามชุดข้อมูล คือรายได้ที่ยื่นในนามบุคคล ยอดที่บริษัทแจ้งว่าจ่ายให้กรรมการ และความเคลื่อนไหวในบัญชีธนาคารส่วนตัว หากมีเงินเข้าบัญชีบุคคลจำนวนมากแต่ยื่นภาษีต่ำ จะถูกขอคำชี้แจงที่มาของเงิน การเตรียมตัวที่ได้ผลคือแยกบัญชีธนาคารส่วนตัวออกจากบัญชีบริษัทอย่างเด็ดขาด บันทึกเหตุผลของเงินโอนก้อนใหญ่ทุกครั้งเช่นเงินกู้ เงินคืนทดรอง หรือของขวัญ และเก็บหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายกับสำเนาแบบที่ยื่นย้อนหลังอย่างน้อยห้าปี
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- ควรจ่ายตัวเองเป็นเงินเดือนกรรมการหรือเงินปันผลดีกว่ากัน
- เครดิตภาษีเงินปันผลคืออะไร คุ้มที่จะนำมารวมยื่นไหม
- กรรมการยืมเงินบริษัทไปใช้ส่วนตัว มีผลทางภาษีอย่างไร
- ให้บริษัทเช่าบ้านหรือที่ดินของตัวเอง ต้องเสียภาษีอย่างไร
- ภ.ง.ด.94 คืออะไร เจ้าของกิจการต้องยื่นด้วยไหม
- หักค่าใช้จ่ายแบบเหมากับหักตามจริง เลือกอย่างไรให้ได้ประโยชน์สุด
- มีรายได้หลายทางทั้งเงินเดือน ฟรีแลนซ์ และค่าเช่า ยื่นแบบไหน
- ค่าลดหย่อนอะไรบ้างที่เจ้าของกิจการมักลืมใช้
- ขายหุ้นบริษัทตัวเองให้หุ้นส่วนใหม่ ต้องเสียภาษีไหม
- สรรพากรตรวจสอบเจ้าของกิจการเป็นรายบุคคลด้วยหรือไม่ เตรียมตัวอย่างไร
หัวข้ออื่น