FAQ
วางแผนภาษีระยะยาวและกลุ่มบริษัท
เมื่อกิจการโตจนมีมากกว่าหนึ่งนิติบุคคล คำถามเรื่องภาษีจะเปลี่ยนจากยื่นให้ทันเป็นวางโครงสร้างอย่างไรให้ต้นทุนภาษีของทั้งกลุ่มต่ำที่สุดโดยยังอธิบายได้ทุกรายการ คลัสเตอร์นี้พูดถึงการแยกบริษัท การคิดค่าบริการระหว่างกัน การใช้ผลขาดทุน การถือหุ้นผ่านโฮลดิ้ง และการเตรียมเอกสารรองรับ เพื่อให้แผนอยู่รอดเมื่อถูกตรวจจริง ไม่ใช่แค่ดูดีในสไลด์
ช่วยได้เฉพาะเมื่อมีเหตุผลทางธุรกิจรองรับ เช่น แยกสายงานที่มีความเสี่ยงต่างกัน แยกทรัพย์สินหลักออกจากหน่วยที่ทำสัญญากับลูกค้า หรือเตรียมรับผู้ร่วมทุนเฉพาะสายธุรกิจ ส่วนการแยกเพียงเพื่อให้แต่ละบริษัทมีกำไรอยู่ในช่วงอัตราภาษีที่ต่ำกว่าโดยยังใช้ทีมงาน ที่ตั้ง ลูกค้า และบัญชีธนาคารร่วมกัน มักถูกมองว่าเป็นการแบ่งกำไรเทียมและถูกปรับปรุงย้อนหลัง สิ่งที่ทำให้โครงสร้างยืนได้คือแต่ละบริษัทมีสัญญาของตัวเอง มีพนักงานหรือผู้รับผิดชอบจริง มีการออกใบแจ้งหนี้ระหว่างกันตามราคาที่อธิบายได้ และมีบัญชีแยกกันสมบูรณ์ตั้งแต่วันแรก
เริ่มจากระบุว่าบริการที่ให้จริงคืออะไร เช่น งานบัญชีกลาง งานบุคคล งานจัดซื้อ หรือระบบไอที แล้วรวบรวมต้นทุนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด จากนั้นเลือกตัวปันส่วนที่สะท้อนการใช้ประโยชน์จริง เช่น จำนวนพนักงาน จำนวนรายการบัญชี หรือยอดขาย และบวกกำไรส่วนเพิ่มในระดับที่ผู้ให้บริการอิสระจะเรียกเก็บ สิ่งที่ต้องมีคู่กันเสมอคือสัญญาบริการที่ระบุขอบเขต หลักฐานว่ามีการให้บริการจริงเช่นรายงานหรืออีเมลส่งงาน และเอกสารแสดงวิธีคำนวณ ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือเรียกเก็บเป็นยอดกลม ๆ เท่ากันทุกเดือนโดยไม่มีที่มา ซึ่งเป็นรายการแรกที่ถูกหยิบขึ้นมาถามเสมอ
ทำได้ในทางแพ่ง แต่ทางภาษีมีความเสี่ยงว่าเจ้าพนักงานจะประเมินรายได้ดอกเบี้ยตามอัตราตลาดให้ผู้ให้กู้ เพราะการทำรายการระหว่างผู้เกี่ยวข้องกันต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่ผู้ประกอบการอิสระจะทำต่อกัน วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือคิดดอกเบี้ยในอัตราที่อ้างอิงได้ เช่น เทียบกับอัตราที่บริษัทกู้จากธนาคารจริงในช่วงเดียวกัน แล้วทำสัญญาเงินกู้ที่มีกำหนดชำระชัดเจน ถ้ากลุ่มต้องการเติมเงินให้บริษัทลูกโดยไม่สร้างภาระดอกเบี้ย ทางเลือกที่สะอาดกว่าคือเพิ่มทุนแทนการให้กู้ เพราะไม่ต้องอธิบายอัตราดอกเบี้ยทุกปีและทำให้โครงสร้างงบดุลของบริษัทลูกดีขึ้นด้วย
ไม่ได้ เพราะแต่ละนิติบุคคลคำนวณภาษีแยกกัน ไม่มีการยื่นรวมกลุ่ม ผลขาดทุนจึงใช้ได้เฉพาะกับกำไรของบริษัทเดียวกันภายในจำนวนปีที่กฎหมายกำหนดนับจากรอบที่เกิดขาดทุน สิ่งที่ทำได้คือวางแผนให้กิจกรรมที่สร้างกำไรและกิจกรรมที่ยังขาดทุนอยู่ในนิติบุคคลเดียวกันตั้งแต่ต้น หรือพิจารณาการควบรวมกิจการหากมีเหตุผลทางธุรกิจรองรับ ทั้งนี้การควบรวมเพื่อใช้ผลขาดทุนเป็นเป้าหมายหลักเป็นประเด็นอ่อนไหว จึงควรมีเหตุผลเชิงพาณิชย์ที่ชัดเจนและมีเอกสารประกอบการตัดสินใจ เช่น การลดต้นทุนซ้ำซ้อนหรือการรวมฐานลูกค้า
ข้อดีคือรวมความเป็นเจ้าของไว้ที่เดียวทำให้การรับผู้ร่วมทุน การส่งต่อกิจการให้รุ่นถัดไป และการกำหนดนโยบายกลุ่มทำได้เป็นระบบ อีกทั้งเงินปันผลที่บริษัทไทยได้รับจากบริษัทไทยด้วยกันมีกฎการยกเว้นบางส่วนหรือทั้งหมดขึ้นกับสัดส่วนการถือหุ้นและระยะเวลาถือครอง ซึ่งช่วยลดภาษีซ้อนภายในกลุ่ม ข้อเสียคือมีนิติบุคคลเพิ่มที่ต้องปิดงบ ตรวจสอบ และยื่นแบบทุกปี รวมถึงต้นทุนการโอนหุ้นเข้าโฮลดิ้งตอนจัดโครงสร้างซึ่งอาจมีภาษีจากการโอนหากราคาโอนสูงกว่าต้นทุน จึงควรคำนวณต้นทุนครั้งเดียวเทียบกับประโยชน์ระยะยาวก่อนตัดสินใจ
หน้าที่หลักเริ่มจากการยื่นแบบรายงานข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนที่มีความสัมพันธ์กัน สำหรับกิจการที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนดต่อรอบบัญชี และเมื่อถูกร้องขอ ต้องส่งเอกสารพิสูจน์ความเหมาะสมของราคาภายในกำหนดเวลา สิ่งที่หลายกิจการเข้าใจผิดคือคิดว่าถ้ายังไม่ถึงเกณฑ์ก็ไม่ต้องทำอะไรเลย ทั้งที่หลักการเรื่องราคาที่ควรเป็นระหว่างผู้เกี่ยวข้องกันใช้กับทุกขนาด เพียงแต่ระดับเอกสารต่างกัน แนวทางที่คุ้มค่าสำหรับกิจการขนาดกลางคือทำบันทึกภายในสั้น ๆ อธิบายนโยบายราคาของแต่ละประเภทรายการ พร้อมข้อมูลเปรียบเทียบเท่าที่หาได้ เก็บไว้เป็นชุดเดียวและทบทวนปีละครั้ง
ควรพิจารณาเมื่อมีบริษัทหนึ่งเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนและลงทุนสร้างแบรนด์จริง ขณะที่บริษัทอื่นได้ประโยชน์จากการใช้ชื่อนั้นในการขาย เพราะในสถานการณ์แบบผู้ประกอบการอิสระย่อมมีการเรียกเก็บค่าสิทธิ อัตราที่ใช้ควรอิงกับข้อมูลอุตสาหกรรมและระดับการสนับสนุนที่เจ้าของแบรนด์ให้จริง เช่น งบการตลาดที่ลงไปในแต่ละปี ในทางกลับกัน ถ้าเจ้าของเครื่องหมายเป็นเพียงผู้จดทะเบียนแต่ไม่ได้ลงทุนอะไรเลย การเรียกเก็บในอัตราสูงจะถูกตั้งคำถามได้ง่าย ควรมีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ หลักฐานการจดทะเบียน และการหักภาษี ณ ที่จ่ายกับการนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มให้ถูกต้องทุกงวด
ต้องแยกบัญชีรายได้และรายจ่ายของกิจการที่ได้รับส่งเสริมออกจากกิจการปกติอย่างชัดเจน รายได้ที่ระบุได้ตรงให้แยกตามจริง ส่วนค่าใช้จ่ายร่วม เช่น เงินเดือนฝ่ายบริหาร ค่าเช่าอาคาร หรือค่าสาธารณูปโภค ให้ปันส่วนด้วยเกณฑ์ที่สมเหตุสมผลและใช้เกณฑ์เดิมอย่างสม่ำเสมอทุกปี พร้อมบันทึกวิธีคิดไว้เป็นลายลักษณ์อักษร สิ่งที่ต้องระวังมากที่สุดคือการผลักรายจ่ายไปฝั่งกิจการที่เสียภาษีและดันรายได้ไปฝั่งที่ได้รับยกเว้น เพราะเป็นรูปแบบที่ถูกตรวจสอบเป็นลำดับต้น ๆ นอกจากนี้ผลขาดทุนของกิจการที่ได้รับส่งเสริมมีข้อจำกัดในการนำไปใช้ จึงควรวางประมาณการภาษีล่วงหน้าก่อนสิทธิประโยชน์หมดอายุ
ควรเริ่มก่อนขายจริงอย่างน้อยสองถึงสามปี เพราะสิ่งที่มีผลต่อราคาและภาระภาษีต้องใช้เวลาแก้ ได้แก่ ความสะอาดของงบการเงินย้อนหลัง การไม่มีรายการกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกันที่อธิบายไม่ได้ การมีสัญญาลูกค้าที่โอนได้จริง และการถือหุ้นในโครงสร้างที่เหมาะกับรูปแบบการขายที่คาดไว้ เช่น ขายหุ้นหรือขายทรัพย์สินซึ่งมีผลทางภาษีต่างกันมาก ผู้ซื้อมืออาชีพจะทำการตรวจสอบสถานะและหักราคาจากทุกความเสี่ยงที่พบ ดังนั้นการลงทุนเวลาเก็บเอกสารและปิดประเด็นค้างไว้ล่วงหน้ามักคืนกลับมาเป็นมูลค่าที่สูงกว่าค่าที่ปรึกษาหลายเท่า
จังหวะที่เหมาะคือปีละสองครั้ง รอบแรกช่วงกลางปีเพื่อประมาณการกำไรทั้งปีและปรับการจ่ายเงินเดือนหรือปันผลได้ทัน รอบที่สองก่อนปิดรอบบัญชีราวสองเดือนเพื่อจัดการรายการค้างและตรวจความครบถ้วนของเอกสาร สิ่งที่ควรอยู่ในวาระทุกครั้งคือรายการระหว่างบริษัทในกลุ่มและฐานราคาที่ใช้ ยอดคงเหลือกับกรรมการและผู้ถือหุ้น สถานะผลขาดทุนที่ใกล้หมดอายุ สิทธิประโยชน์ที่ใกล้สิ้นสุด และรายการที่มีมูลค่าสูงผิดปกติเทียบกับปีก่อน การทบทวนแบบนี้ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงต่อรอบแต่ป้องกันปัญหาที่ต้องใช้เวลาแก้เป็นเดือนได้เกือบทั้งหมด
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- แยกธุรกิจออกเป็นหลายบริษัทช่วยประหยัดภาษีจริงหรือไม่
- คิดค่าบริหารจัดการระหว่างบริษัทในเครือควรตั้งราคาอย่างไร
- บริษัทแม่ให้บริษัทลูกกู้เงินโดยไม่คิดดอกเบี้ยได้หรือไม่
- ผลขาดทุนสะสมของบริษัทหนึ่งนำไปหักกับกำไรของอีกบริษัทได้ไหม
- ตั้งบริษัทโฮลดิ้งถือหุ้นในกลุ่มมีข้อดีข้อเสียอย่างไร
- กลุ่มบริษัทขนาดไหนต้องจัดทำเอกสาร Transfer Pricing
- บริษัทในกลุ่มใช้แบรนด์ร่วมกัน ควรคิดค่าสิทธิระหว่างกันหรือไม่
- บริษัทเดียวมีทั้งกิจกรรมที่ได้สิทธิยกเว้นภาษีและกิจกรรมปกติ ควรแยกบัญชีอย่างไร
- วางแผนภาษีล่วงหน้าสำหรับวันที่จะขายกิจการควรเริ่มเมื่อไร
- ควรทบทวนแผนภาษีของกลุ่มบ่อยแค่ไหน และทบทวนอะไรบ้าง
หัวข้ออื่น