FAQ
นำเข้ารถยนต์และเครื่องจักร
การนำรถยนต์หรือเครื่องจักรเข้ามาในประเทศไทยมีต้นทุนภาษีหลายชั้นซ้อนกัน และตัวเลขที่ผิดตั้งแต่ใบขนสินค้าจะตามไปผิดทั้งบัญชีทรัพย์สิน ค่าเสื่อม และเครดิตภาษีซื้อ คลัสเตอร์นี้อธิบายลำดับการคำนวณภาษี เอกสารที่ต้องเตรียม จุดที่ศุลกากรมักตรวจ และวิธีบันทึกบัญชีให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ หากไม่อยากจัดการเอง ทีมของเรารับดูแลตั้งแต่ตรวจเอกสารก่อนเรือถึงจนถึงขึ้นทะเบียนทรัพย์สินให้ครบวงจร
ฐานเริ่มต้นคือราคา CIF ซึ่งรวมราคาสินค้า ค่าขนส่ง และค่าประกันภัย จากนั้นบวกอากรขาเข้าตามพิกัดศุลกากร ผลรวมที่ได้จึงกลายเป็นฐานของภาษีสรรพสามิต ตามด้วยภาษีเพื่อมหาดไทยซึ่งคิดเป็นสัดส่วนของสรรพสามิต และท้ายสุดจึงคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มจากยอดรวมทั้งหมด ลำดับนี้สำคัญมากเพราะภาษีชั้นหลังคิดบนชั้นก่อนหน้า การประมาณต้นทุนโดยบวกอัตราทุกตัวเข้าด้วยกันแบบเรียงขนานจะได้ตัวเลขต่ำกว่าความจริงเสมอ
สิทธิที่พบบ่อยคือการยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับเครื่องจักรที่อยู่ในบัญชีที่ได้รับอนุมัติ แต่ภาษีมูลค่าเพิ่มยังต้องชำระตามปกติแล้วจึงนำมาเป็นภาษีซื้อ เงื่อนไขคือเครื่องจักรต้องตรงกับรายการที่ยื่นขอ นำเข้าภายในระยะเวลาที่บัตรส่งเสริมกำหนด และห้ามจำหน่ายหรือย้ายออกจากโครงการก่อนครบกำหนดโดยไม่ขออนุญาต หากละเมิดเงื่อนไข ภาระอากรที่เคยยกเว้นจะถูกเรียกเก็บย้อนหลังพร้อมเงินเพิ่ม ทางบัญชีจึงต้องแยกทะเบียนทรัพย์สินที่อยู่ภายใต้สิทธิออกจากทรัพย์สินทั่วไปให้ชัดเจน
เจ้าหน้าที่มีอำนาจประเมินราคาใหม่เมื่อเห็นว่าราคาสำแดงต่ำกว่าราคาที่พบในการนำเข้าสินค้าชนิดเดียวกัน สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดคือหลักฐานการชำระเงินจริง เช่น สำเนาโอนเงินต่างประเทศที่จำนวนตรงกับใบกำกับสินค้า สัญญาซื้อขาย และรายการราคาจากผู้ผลิต หากยังไม่ยุติ สามารถวางประกันเพื่อปล่อยสินค้าออกก่อนแล้วอุทธรณ์ต่อได้ ทางบัญชีให้บันทึกเงินประกันเป็นลูกหนี้อื่นไว้ก่อน อย่ารีบตัดเป็นค่าใช้จ่าย เพราะหากชนะอุทธรณ์จะได้รับคืน
หลักฐานคือใบเสร็จรับเงินของกรมศุลกากรที่ระบุภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งชำระพร้อมใบขนสินค้าขาเข้า ไม่ใช่ใบกำกับสินค้าของผู้ขายต่างประเทศ เดือนที่นำมาใช้คือเดือนที่ชำระภาษีตามใบเสร็จนั้น ปัญหาที่พบบ่อยคือชิปปิ้งสำรองจ่ายแล้วออกใบแจ้งหนี้รวมทุกรายการ ทำให้บัญชีบันทึกยอดรวมเป็นค่าบริการทั้งก้อนและลืมแยกภาษีซื้อออกมา ควรขอสำเนาใบขนและใบเสร็จศุลกากรทุกครั้งแม้จะจ่ายผ่านตัวแทน
รวมเข้าราคาทุนได้แก่ ราคาซื้อ อากรขาเข้าที่ชำระจริง ค่าขนส่งถึงโรงงาน ค่ายกและติดตั้ง ค่าทดสอบเดินเครื่องก่อนใช้งานจริง และค่าที่ปรึกษาทางวิศวกรรมที่จำเป็นต่อการติดตั้ง ส่วนที่ไม่รวมคือ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ขอคืนได้ ค่าฝึกอบรมพนักงาน ค่าซ่อมบำรุงหลังเริ่มใช้งาน และผลขาดทุนช่วงเดินเครื่องยังไม่เต็มกำลัง เส้นแบ่งคือเครื่องจักรพร้อมใช้งานตามที่ผู้บริหารตั้งใจเมื่อใด ค่าใช้จ่ายหลังจุดนั้นเป็นค่าใช้จ่ายของงวด
ประมวลรัษฎากรกำหนดเพดานอัตราค่าเสื่อมไว้ โดยเครื่องจักรและอุปกรณ์โรงงานทั่วไปหักได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบต่อปี ส่วนยานพาหนะก็อยู่ในกลุ่มร้อยละยี่สิบเช่นกัน กิจการจะเลือกอัตราต่ำกว่าเพดานให้ตรงกับอายุการใช้งานจริงทางบัญชีก็ได้ และควรทำเช่นนั้นเมื่ออายุใช้งานจริงยาวกว่าห้าปี สิ่งที่ต้องระวังเพิ่มคือรถยนต์นั่งหรือรถโดยสารไม่เกินสิบคน ซึ่งกฎหมายจำกัดมูลค่าต้นทุนที่นำมาคิดค่าเสื่อมได้เพียงหนึ่งล้านบาท ส่วนที่เกินจะกลายเป็นรายจ่ายต้องห้ามและต้องบวกกลับตอนคำนวณภาษี
นอกจากเอกสารการค้าปกติ มักต้องมีรายงานตรวจสภาพจากผู้ตรวจสอบอิสระที่ระบุปีที่ผลิต สภาพการใช้งาน และอายุที่เหลือ เพราะราคาที่สำแดงจะถูกเทียบกับสภาพจริง เครื่องจักรบางประเภทอยู่ในรายการที่ต้องขออนุญาตก่อนนำเข้าหรือมีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติม ทางบัญชีต้องประเมินอายุการใช้งานที่เหลือใหม่ ไม่ใช่ยกอัตราค่าเสื่อมของเครื่องใหม่มาใช้ และควรเก็บรายงานตรวจสภาพไว้เป็นเอกสารสนับสนุนอายุการใช้งานที่เลือก
ทำได้ภายใต้ระบบนำเข้าชั่วคราว โดยวางประกันค่าภาษีอากรไว้กับศุลกากรและส่งของกลับออกไปภายในระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติ เมื่อส่งกลับครบถ้วนจึงขอคืนหลักประกัน กรณีที่ใช้บ่อยคือเครื่องจักรที่ผู้รับเหมาต่างชาตินำเข้ามาติดตั้งงานโครงการ ข้อผิดพลาดที่ทำให้เสียเงินคือปล่อยให้เลยกำหนดโดยไม่ขอขยายเวลา หลักประกันจะถูกริบและกลายเป็นภาระภาษีเต็มจำนวน จึงควรตั้งเตือนล่วงหน้าอย่างน้อยสามสิบวันก่อนวันครบกำหนด
ในนามบริษัท ค่าเสื่อมและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถเป็นรายจ่ายของกิจการ แต่ถ้าเป็นรถยนต์นั่งจะติดเพดานต้นทุนหนึ่งล้านบาท ภาษีซื้อจากการซื้อรถยนต์นั่งก็ขอคืนไม่ได้ตามกฎหมาย และหากผู้บริหารใช้ส่วนตัวด้วยจะกลายเป็นประโยชน์เพิ่มที่ต้องรวมเป็นเงินได้ของผู้ใช้ ส่วนในนามส่วนตัวแล้วเรียกเก็บค่าใช้รถจากบริษัท จะเรียบง่ายกว่าแต่ต้องมีหลักฐานการใช้งานเพื่อธุรกิจจริง ทางเลือกที่จัดการง่ายที่สุดสำหรับหลายกิจการคือเช่ารถระยะยาวในนามบริษัท เพราะค่าเช่าลงเป็นรายจ่ายได้ตามเพดานรายเดือนโดยไม่ต้องจัดการทะเบียนทรัพย์สิน
เรารับดูแลได้ตั้งแต่ก่อนเรือถึง โดยตรวจสัญญาซื้อขายและใบกำกับสินค้าให้สอดคล้องกับเงื่อนไขการส่งมอบ ประสานชิปปิ้งเรื่องพิกัดและเอกสารอนุญาต ตรวจใบขนสินค้าก่อนยื่นเพื่อกันการประเมินราคาใหม่ จากนั้นบันทึกต้นทุนนำเข้าเข้าทะเบียนทรัพย์สิน ตั้งอัตราค่าเสื่อมทั้งทางบัญชีและทางภาษี และนำภาษีซื้อจากใบเสร็จศุลกากรเข้ารายงานภาษีในเดือนที่ถูกต้อง ลูกค้าส่งเพียงชุดเอกสารการค้าให้เรา ที่เหลือเราจัดการและสรุปต้นทุนที่ดินถึงโรงงานให้เห็นเป็นตัวเลขเดียวก่อนตัดสินใจ
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- ภาษีที่ต้องจ่ายตอนนำรถยนต์เข้ามาคำนวณตามลำดับใด
- เครื่องจักรที่นำเข้าภายใต้สิทธิ BOI ได้รับยกเว้นอะไรบ้าง
- ศุลกากรไม่ยอมรับราคาที่สำแดง ต้องทำอย่างไร
- ภาษีซื้อจากการนำเข้าใช้เอกสารใดเป็นหลักฐาน
- ต้นทุนใดบ้างที่ต้องรวมเป็นราคาทุนของเครื่องจักร
- เครื่องจักรและรถยนต์คิดค่าเสื่อมในอัตราเท่าไรตามกฎหมายภาษี
- นำเข้าเครื่องจักรมือสองต้องเตรียมอะไรเป็นพิเศษ
- นำเครื่องจักรเข้ามาใช้ชั่วคราวแล้วส่งกลับ ต้องเสียอากรไหม
- ซื้อรถในนามบริษัทกับในนามส่วนตัว ต่างกันอย่างไรทางภาษี
- ถ้าไม่อยากยุ่งกับเอกสารนำเข้าเอง ให้ทีมของคุณดูแลได้แค่ไหน
หัวข้ออื่น