FAQ
วางแผนภาษีปลายปีและตารางปิดงบ
สองเดือนสุดท้ายของรอบบัญชีคือช่วงที่ยังแก้ตัวเลขได้ทันโดยไม่ต้องอาศัยการตีความภายหลัง คลัสเตอร์นี้อธิบายลำดับงานก่อนวันสิ้นรอบ สิ่งที่ต้องนับและยืนยันจริง และรายการที่มักถูกปรับปรุงเมื่อผู้สอบบัญชีเข้ามาตรวจ
ในทางปฏิบัติควรเริ่มสองเดือนก่อนวันสิ้นรอบ เพราะงานที่แก้ได้จริงมีเพียงงานที่ทำก่อนวันนั้น เช่น การเรียกใบกำกับที่ยังไม่ได้รับ การตัดจ่ายสินค้าที่เสียหาย และการปรับปรุงรายการที่ค้างกระทบยอด หลังวันสิ้นรอบไปแล้วสิ่งที่ทำได้เหลือเพียงการบันทึกตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้วเท่านั้น การเริ่มช้าจึงไม่ได้ทำให้งานน้อยลง แต่ทำให้ทางเลือกน้อยลง
ต้องนับใกล้วันสิ้นรอบให้มากที่สุด มีเอกสารการนับที่ลงชื่อผู้นับและผู้ทาน และมีคำอธิบายผลต่างระหว่างยอดนับกับยอดตามบัญชีทุกรายการที่มีนัยสำคัญ หากนับก่อนหรือหลังวันสิ้นรอบ ต้องมีรายการเคลื่อนไหวระหว่างวันนั้นถึงวันสิ้นรอบครบถ้วนเพื่อกระทบยอดกลับ เอกสารการนับที่ไม่มีลายมือชื่อผู้รับผิดชอบเป็นจุดที่ถูกตั้งคำถามบ่อยที่สุด
หลักคือค่าใช้จ่ายต้องอยู่ในรอบที่ได้รับประโยชน์ ไม่ใช่รอบที่จ่ายเงิน ค่าเช่าหรือค่าประกันที่จ่ายข้ามปีจึงต้องแยกส่วนที่เป็นของรอบถัดไปออกเป็นสินทรัพย์ ส่วนบริการที่ได้รับแล้วแต่ยังไม่ได้รับใบแจ้งหนี้ต้องตั้งค้างจ่ายไว้ตามประมาณการที่มีหลักฐานรองรับ การละเลยสองรายการนี้ทำให้กำไรของสองรอบผิดพร้อมกันและแก้ยากในภายหลัง
การตัดหนี้สูญทางภาษีมีหลักเกณฑ์และขั้นตอนติดตามหนี้ที่กำหนดไว้ตามมูลค่าของหนี้ ซึ่งต่างจากการตั้งค่าเผื่อทางบัญชีที่ทำได้ตามดุลยพินิจ ดังนั้นค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่บันทึกในงบไม่ได้แปลว่าหักภาษีได้ทันที ควรเก็บหลักฐานการติดตามหนี้ไว้ตั้งแต่ต้นปี ไม่ใช่เริ่มรวบรวมตอนใกล้ปิดงบ เพราะหลักฐานย้อนหลังมักไม่ครบตามที่กำหนด
ยอดค้างที่ปรากฏในงบทุกปีเป็นประเด็นที่ถูกสอบถามเสมอ เพราะเงินที่บริษัทให้กรรมการยืมโดยไม่คิดดอกเบี้ยตามสมควรอาจถูกประเมินรายได้ดอกเบี้ยให้บริษัท ทางแก้ที่ตรงไปตรงมาคือทำสัญญาให้ชัด คิดดอกเบี้ยตามอัตราที่อธิบายได้ และวางแผนชำระคืนเป็นงวด การปล่อยให้ยอดโตขึ้นทุกปีโดยไม่มีเอกสารคือรูปแบบที่สร้างปัญหาที่สุด
ควรทบทวนทุกปี โดยเดินตรวจของจริงเทียบกับทะเบียน เพื่อหาทรัพย์สินที่เลิกใช้ ขายไปแล้ว หรือสูญหายแต่ยังคิดค่าเสื่อมอยู่ รายการเหล่านี้ทำให้ทั้งกำไรและฐานภาษีคลาดเคลื่อนต่อเนื่องหลายปี นอกจากนี้ควรตรวจว่ารายจ่ายที่บันทึกเป็นค่าซ่อมแซมนั้นเป็นการซ่อมให้คงสภาพจริง ไม่ใช่การปรับปรุงที่ควรบันทึกเป็นทรัพย์สิน
โดยหลักยังไม่ใช่รายได้จนกว่าจะส่งมอบสินค้าหรือให้บริการแล้ว เงินที่รับมาก่อนจึงแสดงเป็นหนี้สินจนกว่าภาระผูกพันจะสำเร็จ อย่างไรก็ดีการรับเงินอาจก่อจุดความรับผิดทางภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วในขณะรับเงิน ทำให้สองระบบไม่ตรงกันโดยธรรมชาติ จึงต้องแยกทะเบียนคุมไว้ให้ชัดเพื่ออธิบายผลต่างได้เมื่อถูกตรวจ
ต้องมีตารางแสดงผลขาดทุนแต่ละรอบพร้อมปีที่จะสิ้นสิทธิ์ และนำมาหักตามลำดับก่อนหลังภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด ผลขาดทุนที่ยังไม่ได้ผ่านการตรวจสอบหรือเกิดจากรอบที่ยื่นงบไม่ครบมักถูกโต้แย้ง ดังนั้นการเก็บงบและแบบของทุกรอบให้ครบจึงมีค่าเท่ากับตัวเลขขาดทุนนั้นเอง
ส่งเป็นชุดที่กระทบยอดแล้ว ได้แก่ งบทดลอง ทะเบียนคุมของแต่ละบัญชีสำคัญ หนังสือยืนยันยอดจากธนาคาร และคำอธิบายรายการที่ผิดปกติ พร้อมระบุผู้รับผิดชอบต่อคำถามแต่ละด้าน งานที่ล่าช้าส่วนใหญ่ไม่ได้ล่าช้าเพราะปริมาณเอกสาร แต่เพราะไม่มีใครตอบคำถามเดียวกันได้ในเวลาเดียวกัน การกำหนดผู้ตอบไว้ล่วงหน้าจึงย่นเวลาได้มากกว่าการเร่งส่งเอกสาร
เขียนโดย
หัวหน้าฝ่ายบัญชี (CPA)
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ขึ้นทะเบียนสภาวิชาชีพบัญชี
ปิดงบและเซ็นรับรองงบการเงินให้ธุรกิจ SME และบริษัทต่างชาติมากว่า 10 ปี ดูแลมาตรฐาน TFRS for NPAEs และการวางผังบัญชีตั้งแต่วันแรกของกิจการ
ตรวจทานโดย
หุ้นส่วนผู้จัดการ
ทนายความอาวุโส สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์
ตรวจความถูกต้องของข้อกฎหมายและตัวเลขก่อนเผยแพร่ · เผยแพร่ 2026-08-29 · แก้ไขล่าสุด 2026-08-29
ดูคุณวุฒิผู้ตรวจทานลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- ควรเริ่มเตรียมปิดงบล่วงหน้ากี่เดือน
- การตรวจนับสินค้าคงเหลือปลายปีต้องทำอย่างไรจึงใช้ได้
- รายการค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้าและค้างจ่ายต้องปรับอย่างไร
- หนี้สูญตัดเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้เมื่อใด
- เงินยืมกรรมการค้างอยู่ปลายปีมีผลอย่างไร
- ต้องทบทวนทะเบียนทรัพย์สินก่อนปิดงบหรือไม่
- รายการกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกันต้องเตรียมอะไรปลายปี
- เงินรับล่วงหน้าจากลูกค้าถือเป็นรายได้ของปีนี้หรือไม่
- ผลขาดทุนสะสมนำมาใช้ปลายปีอย่างไรให้ถูกต้อง
- ส่งข้อมูลให้ผู้สอบบัญชีอย่างไรให้งานเสร็จเร็ว
หัวข้ออื่น