FAQ
บริษัทยังไม่มีรายได้และบริษัทพักดำเนินงาน
จดบริษัทไว้แล้วแต่ยังไม่เริ่มขาย หรือหยุดกิจกรรมชั่วคราวรอจังหวะตลาด สองสถานะนี้ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องทำอะไรเลย กฎหมายยังบังคับให้ยื่นแบบตามรอบ ปิดงบ ส่งงบต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และรักษาสถานะทางทะเบียนไว้ คลัสเตอร์นี้ตอบคำถามที่เจ้าของกิจการถามมากที่สุดเมื่อบริษัทยังนิ่งอยู่
ต้องยื่นครับ ตัวที่ก่อหน้าที่ยื่นแบบคือการคงอยู่ของนิติบุคคล ไม่ใช่การมียอดขาย บริษัทที่ยอดขายเป็นศูนย์ยังต้องยื่นแบบภาษีเงินได้ของนิติบุคคลทั้งรอบครึ่งปีและรอบสิ้นปี โดยแสดงตัวเลขเป็นศูนย์หรือแสดงผลขาดทุนตามที่เกิดจริง ถ้าจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ก็ต้องยื่นแบบรายเดือนทุกเดือนแม้ไม่มียอดขาย และถ้ามีการจ่ายเงินเดือนหรือค่าบริการก็ยังมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายตามปกติ การไม่ยื่นเพราะคิดว่า “ไม่มีอะไรจะยื่น” เป็นสาเหตุอันดับต้นของค่าปรับที่เจ้าของกิจการมาปรึกษาเรา
งบเปล่าเป็นคำเรียกอย่างไม่เป็นทางการของงบการเงินที่แทบไม่มีรายการเคลื่อนไหว มักเหลือเพียงทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระ ค่าธรรมเนียมธนาคาร และค่าบริการวิชาชีพ แต่ในทางกฎหมายไม่มีสถานะพิเศษใด ๆ บริษัทจำกัดทุกแห่งต้องจัดทำงบการเงินประจำปีและให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแสดงความเห็น จากนั้นจึงนำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติและนำส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ความต่างคือขอบเขตงานตรวจสอบน้อยกว่าและค่าธรรมเนียมมักต่ำกว่าบริษัทที่เดินเครื่องเต็มที่ ไม่ใช่ว่าไม่ต้องตรวจ
ให้เทียบต้นทุนของการถือครองกับมูลค่าของสิ่งที่จะเสียไปหากปิด ต้นทุนของการพักคือค่าทำบัญชี ค่าสอบบัญชี และเวลาที่ต้องคอยยื่นแบบทุกเดือนหรือทุกปี ส่วนสิ่งที่จะเสียหากปิดคือชื่อบริษัท อายุกิจการที่ธนาคารและคู่ค้าใช้ประเมิน ใบอนุญาตที่ผูกกับนิติบุคคล และผลขาดทุนสะสมที่ยังใช้หักกำไรในอนาคตได้ภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด ถ้ามั่นใจว่าจะกลับมาทำภายในสองถึงสามปีและมีใบอนุญาตติดอยู่ การพักมักคุ้มกว่า แต่ถ้าไม่มีแผนกลับมาชัดเจน การชำระบัญชีให้จบจะถูกกว่าการจ่ายค่าดูแลไปเรื่อย ๆ
ลงได้ และควรลงให้ครบ ค่าเช่าสำนักงาน เงินเดือนทีมงานตั้งต้น ค่าพัฒนาระบบ ค่าที่ปรึกษา และค่าธรรมเนียมจดทะเบียน ล้วนเป็นรายจ่ายของกิจการหากมีหลักฐานว่าจ่ายในนามบริษัทและเกี่ยวข้องกับการหารายได้ในอนาคต ผลที่ได้คือผลขาดทุนทางภาษีในปีแรก ๆ ซึ่งนำไปหักกำไรของปีถัดไปได้ตามเงื่อนไขและกรอบเวลาที่ประมวลรัษฎากรกำหนด สิ่งที่ต้องระวังคือใบเสร็จที่ออกในชื่อกรรมการแทนบริษัท เพราะจะกลายเป็นรายจ่ายส่วนตัวและถูกตัดออกเมื่อถูกตรวจ
ขึ้นกับว่าจะกลับมาขายเมื่อไรและมีภาษีซื้อค้างอยู่เท่าไร ระหว่างที่ยังจดอยู่ ต้องยื่นแบบทุกเดือนแม้ไม่มีรายการ ถ้าลืมยื่นแม้เดือนเดียวก็มีค่าปรับและเงินเพิ่ม ข้อดีของการคงทะเบียนไว้คือภาษีซื้อจากค่าใช้จ่ายตั้งต้นยังขอคืนหรือยกไปใช้ต่อได้ แต่ถ้าแผนธุรกิจเลื่อนออกไปไม่มีกำหนดและแทบไม่มีภาษีซื้อ การแจ้งเลิกทะเบียนจะลดภาระรายเดือนลงทันที ทั้งนี้ต้องเคลียร์ภาษีซื้อคงเหลือและทรัพย์สินที่เคยขอคืนไว้ให้เรียบร้อยก่อน
ไม่มีกฎหมายบังคับให้บริษัทต้องจ่ายค่าตอบแทนกรรมการ ถ้าไม่มีการทำงานและตกลงกันว่าไม่จ่าย ก็ไม่ต้องจ่าย แต่เมื่อไม่มีการจ่ายค่าจ้างแล้ว ต้องแจ้งสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนของลูกจ้างทุกคนต่อสำนักงานประกันสังคมตามกำหนด มิฉะนั้นระบบจะยังคิดเงินสมทบค้างสะสมและตามเก็บย้อนหลังพร้อมเงินเพิ่ม กรณีที่ยังอยากรักษาสิทธิของตนเอง กรรมการสามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนโดยสมัครใจในมาตราที่รองรับผู้ที่เคยเป็นลูกจ้างมาก่อนได้ ซึ่งจ่ายเองรายเดือนโดยไม่ผูกกับบริษัท
กระทบตรงที่หลักฐานการเคลื่อนไหวเงินขาดช่วง ทำให้ปิดงบยากและอธิบายยอดคงเหลือไม่ได้เมื่อผู้สอบบัญชีขอหนังสือยืนยันยอดจากธนาคาร ทางออกคือขอสเตทเมนต์ย้อนหลังและหนังสือรับรองการปิดบัญชีจากธนาคารเก็บไว้เป็นเอกสารประกอบ พร้อมบันทึกโอนยอดคงเหลือสุดท้ายเข้าบัญชีใหม่หรือเป็นเงินสดในมือให้ตรงกับความจริง หากเปิดบัญชีใหม่ ควรทำรายการอย่างน้อยปีละไม่กี่ครั้ง เช่น ชำระค่าธรรมเนียมวิชาชีพผ่านบัญชี เพื่อรักษาสถานะเคลื่อนไหวและคงหลักฐานทางการเงินไว้
เริ่มจากตรวจสถานะทะเบียนที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าว่ายังไม่ถูกขีดชื่อออกจากทะเบียน แล้วไล่ดูว่างบการเงินและแบบภาษีย้อนหลังยื่นครบทุกปีหรือไม่ ถ้าขาดต้องยื่นย้อนหลังพร้อมชำระค่าปรับให้จบก่อน จากนั้นปรับปรุงข้อมูลที่เปลี่ยนไป เช่น ที่อยู่สำนักงาน กรรมการผู้มีอำนาจ และวัตถุประสงค์ ตรวจว่าใบอนุญาตเฉพาะธุรกิจยังมีผลอยู่ ทบทวนสถานะภาษีมูลค่าเพิ่ม และเปิดบัญชีธนาคารให้พร้อมรับเงิน สุดท้ายวางระบบบัญชีและผังบัญชีใหม่ให้รองรับปริมาณรายการที่กำลังจะเกิด
มีความเสี่ยงจริง นายทะเบียนมีอำนาจดำเนินการกับบริษัทที่ไม่ส่งงบการเงินติดต่อกันหลายปีและไม่มีการติดต่อกลับ โดยจะมีหนังสือสอบถามไปยังที่อยู่ที่จดทะเบียนไว้ก่อน ปัญหาคือหลายบริษัทย้ายที่อยู่แล้วไม่แจ้งเปลี่ยน จึงไม่เคยได้รับหนังสือและรู้ตัวอีกทีเมื่อสถานะเปลี่ยนไปแล้ว ผลกระทบตามมาคือเปิดบัญชีธนาคารไม่ได้ เซ็นสัญญาในนามบริษัทไม่ได้ และต้องยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้กลับคืนสู่ทะเบียนซึ่งใช้เวลาและค่าใช้จ่ายมากกว่าการยื่นงบย้อนหลังหลายเท่า
เราประเมินจากปริมาณงานจริงที่ยังต้องทำ ไม่ใช่จากยอดขาย งานที่ยังเหลือคือยื่นแบบรายเดือนเท่าที่ผูกพันอยู่ จัดทำและปิดงบประจำปี ประสานงานกับผู้สอบบัญชี จัดประชุมผู้ถือหุ้นและนำส่งงบต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยิ่งบริษัทมีรายการเคลื่อนไหวน้อยและเอกสารครบ ค่าบริการยิ่งต่ำ แต่ถ้ามีปีที่ค้างยื่นย้อนหลังก็จะมีงานสะสางเพิ่มเข้ามา ส่งรายละเอียดสถานะปัจจุบันมาที่ไลน์หรืออีเมลของเรา แล้วเราจะประเมินขอบเขตงานและเสนอราคาให้เป็นรายกรณี
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- บริษัทยังไม่มีรายได้เลย ต้องยื่นแบบภาษีอยู่ไหม
- งบเปล่าคืออะไร และยังต้องให้ผู้สอบบัญชีตรวจหรือไม่
- ควรพักบริษัทไว้เฉย ๆ หรือปิดไปเลยดีกว่ากัน
- ค่าใช้จ่ายที่จ่ายไปก่อนมีรายได้ นำมาลงบัญชีได้หรือไม่
- จด VAT ไว้แล้วแต่ยังไม่ขาย ควรขอถอนทะเบียนหรือไม่
- บริษัทพักกิจการ ยังต้องจ่ายเงินเดือนกรรมการและส่งประกันสังคมไหม
- บัญชีธนาคารบริษัทถูกปิดเพราะไม่เคลื่อนไหว จะกระทบบัญชีอย่างไร
- อยากกลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้ง ต้องเตรียมอะไรบ้าง
- ไม่ส่งงบหลายปีติดกัน บริษัทจะถูกขีดชื่อออกจากทะเบียนไหม
- ค่าบริการดูแลบริษัทที่ไม่มีรายได้คิดอย่างไร
หัวข้ออื่น