FAQ
ประมูลงานรัฐและกิจการร่วมค้า
งานรัฐและกิจการร่วมค้ามีเงื่อนไขบัญชีและภาษีเฉพาะตัว ตั้งแต่งบการเงินที่ใช้ยื่นประมูล หนังสือค้ำประกัน การหัก ณ ที่จ่ายของหน่วยงานราชการ ไปจนถึงการจัดตั้งและปิดกิจการร่วมค้า หัวข้อนี้ตอบครบสำหรับผู้รับเหมาและซัพพลายเออร์ภาครัฐ
โดยทั่วไปต้องใช้งบการเงินที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและลงนาม ซึ่งหลายงานกำหนดต้องเป็นงบปีล่าสุดที่ยื่น DBD แล้ว บางงานดูอัตราส่วนสภาพคล่องหรือส่วนของผู้ถือหุ้นขั้นต่ำด้วย ผู้ประมูลควรเตรียมงบให้พร้อมล่วงหน้า ไม่ใช่รอเปิดซองแล้วค่อยเร่งทำ เพราะงบต้องผ่านการประชุมอนุมัติก่อนยื่นจริง
หน่วยงานราชการมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายจากยอดจ่ายทุกงวด โดยอัตราขึ้นกับประเภทรายจ่าย เช่น ค่าบริการ ค่าเช่า หรือค่าของ ซึ่งมีหลักเกณฑ์เฉพาะต่างจากเอกชนในบางกรณี และจะออกหนังสือรับรองการหักให้เพื่อนำไปเป็นเครดิตภาษี ผู้รับจ้างต้องตรวจเลขและอัตราในหนังสือรับรองทุกฉบับทันที เพราะแก้ย้อนหลังกับราชการใช้เวลานาน
ยอดเงินประกันผลงานที่ถูกหักจากงวดงานยังคงเป็นลูกหนี้ของเรา ให้บันทึกแยกบัญชีเงินประกันผลงานค้างรับไว้ชัดเจน พร้อมระบุสัญญาและงวดที่จะได้คืน รายได้รับรู้ตามมูลค่างานที่ทำเต็ม ไม่ใช่ตามยอดเงินที่รับจริง เมื่อครบกำหนดแล้วไม่ได้รับคืนต้องติดตามและพิจารณาตั้งสำรอง
ตัวหนังสือค้ำประกันไม่ใช่สินทรัพย์หรือหนี้สินจึงไม่ลงในงบดุล แต่เป็นภาระผูกพันที่อาจเกิด ต้องเปิดเผยในหมายเหตุประกอบงบการเงิน ส่วนวงเงินฝากประกันหรือเงินฝากที่ธนาคารอาจเรียกค้ำ และค่าธรรมเนียมการออกหนังสือ ต้องบันทึกเป็นสินทรัพย์หรือค่าใช้จ่ายตามจริง อย่าลืมว่าหนังสือค้ำจำนวนมากทำให้ผู้ให้กู้ประเมินความเสี่ยงสูงขึ้น
กิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากรคือการทำกิจการร่วมกันแล้วแบ่งผลกำไร ซึ่งกฎหมายถือเป็นนิติบุคคลแยก ต้องจดทะเบียนและยื่นภาษีในชื่อกิจการร่วมค้าเอง ขณะที่การทำงานร่วมกันแบบแยกส่วนงานชัดเจนอาจไม่เข้าข่าย การตั้งชื่อสัญญาไม่ได้เป็นตัวตัดสิน เนื้อหาความร่วมมือต่างหากที่สำคัญ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญอ่านสัญญาก่อนลงนาม
แยกเด็ดขาด กิจการร่วมค้าต้องมีบัญชีธนาคาร สมุดบัญชี และการยื่นแบบภาษีของตัวเอง รวมถึงงบการเงินที่ตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชี รายได้ค่าใช้จ่ายต้องไม่ปะปนกับผู้ร่วมค้าแต่ละราย การให้ผู้ร่วมค้ารายหนึ่งจ่ายแทนแล้วค่อยเคลียร์ต้องมีเอกสารรองรับชัดเจนทุกบาท
ทางบัญชีใช้วิธีรับรู้ตามความสำเร็จของงาน ประเมินจากต้นทุนที่เกิดเทียบต้นทุนรวมประมาณการหรือการตรวจรับงาน ไม่ใช่ตามยอดที่เบิกเงินได้ ส่วนภาษีมีหลักเกณฑ์เฉพาะเรื่องความรับผิด VAT ของงานก่อสร้างซึ่งผูกกับการชำระเงินแต่ละงวด ทำให้ตัวเลขบัญชีกับภาษีต่างกันได้และต้องทำตารางเชื่อม
ขึ้นกับประกาศเชิญชวนของแต่ละงาน งานเล็กบางงานเปิดให้ผู้ประกอบการบุคคลธรรมดาหรือห้างหุ้นส่วนยื่นได้ แต่งานขนาดกลางขึ้นไปมักกำหนดนิติบุคคล ทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ งบการเงินที่ตรวจสอบแล้ว และประสบการณ์งานที่คล้ายกัน การจัดตั้งบริษัทก่อนยื่นจึงเป็นเส้นทางที่งานส่วนใหญ่บังคับโดยปริยาย
ใบกำกับภาษีต้องระบุชื่อและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของหน่วยงานให้ถูกต้องตรงตามทะเบียน เพราะเอกสารผิดรูปทำให้เบิกจ่ายไม่ผ่านและงวดเงินล่าช้า อีกจุดคือความรับผิด VAT เกิดตามหลักเกณฑ์แม้หน่วยงานจะจ่ายช้า ทำให้ต้องเตรียมเงินสดนำส่ง VAT ก่อนได้รับเงิน ผู้รับงานรัฐควรวางแผนกระแสเงินสดตรงนี้เสมอ
ต้องชำระบัญชีเคลียร์หนี้ทั้งหมด จัดทำงบปิดกิจการ และยื่นแบบภาษีฉบับสุดท้ายพร้อมขอคืนเลขประจำตัวผู้เสียภาษี แล้วแบ่งทรัพย์สินคงเหลือให้ผู้ร่วมค้าตามสัดส่วนสัญญา ส่วนผลแตกต่างจากการชำระบัญชีเป็นรายได้หรือผลขาดทุนของผู้ร่วมค้าแต่ละราย การปล่อยกิจการร่วมค้าค้างไม่ปิดทำให้ถูกเรียกยื่นแบบและปรับย้อนหลังได้
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- ประมูลงานรัฐต้องใช้งบการเงินแบบไหน
- หน่วยงานราชการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากยอดเบิกจ่ายยังไง
- เงินประกันผลงานที่ถูกหักไว้ บันทึกบัญชียังไง
- หนังสือค้ำประกันธนาคารที่ใช้ยื่นประมูล ต้องลงบัญชีไหม
- กิจการร่วมค้ากับการร่วมหุ้นกันแบบ consortium ต่างกันยังไงทางภาษี
- กิจการร่วมค้าต้องทำบัญชีแยกจากบริษัทแม่ยังไง
- งานก่อสร้างรัฐเบิกเงินเป็นงวด รับรู้รายได้ยังไง
- ร้านค้าคนเดียวประมูลงานรัฐได้ไหม หรือต้องเป็นบริษัท
- ออกใบแจ้งหนี้ให้หน่วยงานราชการมีข้อควรระวังอะไร
- งานจบแล้วกิจการร่วมค้าต้องปิดยังไง
หัวข้ออื่น