FAQ
ค่ารับรอง ค่าโฆษณา บริจาค และรายจ่ายที่กฎหมายกำหนดเพดาน
รายจ่ายบางประเภทหักได้จริงแต่หักได้ไม่เต็มจำนวน กฎหมายวางเพดานไว้เป็นสัดส่วนของทุนหรือของรายได้ หรือให้หักเพิ่มได้เกินที่จ่ายจริงเพื่อจูงใจให้ทำสิ่งที่รัฐต้องการ คลัสเตอร์นี้อธิบายเพดานที่พบบ่อยในการปิดงบของนิติบุคคล พร้อมวิธีจัดเก็บหลักฐานให้ผ่านการตรวจ และวิธีคำนวณส่วนที่ต้องบวกกลับในแบบ ภ.ง.ด.50
ค่ารับรองที่จ่ายเพื่อประโยชน์ของกิจการหักได้ตามที่จ่ายจริง แต่รวมกันทั้งรอบบัญชีต้องไม่เกิน 0.3% ของยอดรายได้หรือของทุนที่ชำระแล้ว แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่า และไม่ว่ากรณีใดก็หักได้สูงสุดไม่เกินสิบล้านบาทต่อรอบ ส่วนที่เกินเพดานไม่ได้หายไปจากงบกำไรขาดทุน แต่ต้องบวกกลับเป็นรายจ่ายต้องห้ามตอนคำนวณกำไรสุทธิทางภาษี นอกจากเพดานแล้วยังมีเงื่อนไขคุณภาพอีกชั้นหนึ่ง คือค่ารับรองต้องเป็นการรับรองบุคคลภายนอกตามประเพณีปฏิบัติทางการค้า และผู้รับต้องมิใช่ลูกจ้างของบริษัทเอง เว้นแต่ลูกจ้างนั้นเข้าร่วมในฐานะผู้ดูแลแขก และต้องมีกรรมการหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจอนุมัติการจ่าย หากเป็นของขวัญที่มอบให้ มูลค่าของแต่ละคนต่อครั้งถูกจำกัดไว้ที่สองพันบาทเช่นกัน
ใบเสร็จเพียงใบเดียวมักไม่พอ เพราะประเด็นที่เจ้าพนักงานตั้งคำถามคือใครถูกรับรอง เกี่ยวข้องกับกิจการอย่างไร และใครอนุมัติ แนวทางที่ปลอดภัยคือแนบใบสำคัญจ่ายที่ระบุชื่อลูกค้าหรือคู่ค้าที่ร่วมโต๊ะ วัตถุประสงค์ทางธุรกิจอย่างย่อ และลายมือชื่อผู้อนุมัติ ไว้คู่กับใบเสร็จหรือใบกำกับภาษี หากเป็นการเลี้ยงรับรองในโรงแรมหรือร้านอาหาร ควรระบุจำนวนผู้ร่วมงานเพื่อให้ตรวจสอบความสมเหตุสมผลได้ กรณีมอบของขวัญควรมีใบรับของหรือรายชื่อผู้รับ เพราะเพดานสองพันบาทคิดรายบุคคลต่อครั้ง เอกสารชุดนี้ยังช่วยเรื่องภาษีซื้อด้วย เนื่องจากภาษีซื้อที่เกิดจากค่ารับรองเป็นภาษีซื้อต้องห้าม จึงต้องบันทึกรวมเป็นต้นทุนของรายจ่ายและไม่นำไปขอคืน หากเผลอนำไปเครดิตจะกลายเป็นประเด็นซ้ำซ้อนทั้งฝั่งภาษีเงินได้และฝั่งภาษีมูลค่าเพิ่ม
เงินหรือทรัพย์สินที่บริจาคเพื่อการกุศลสาธารณะหักเป็นรายจ่ายได้ไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศลและรายจ่ายเพื่อการศึกษาหรือการกีฬา ส่วนรายจ่ายเพื่อการศึกษาหรือการกีฬาหักได้อีกไม่เกิน 2% ของฐานเดียวกัน เพดานสองก้อนนี้แยกกันและคำนวณจากกำไรก่อนหักทั้งสองรายการ จึงต้องทำกระดาษทำการย้อนกลับ ไม่ใช่คิดจากกำไรสุทธิที่หักไปแล้ว ผู้รับบริจาคต้องเป็นองค์การหรือสถานสาธารณกุศลที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด หรือหน่วยงานของรัฐตามที่กฎหมายระบุ การให้เงินแก่มูลนิธิที่ยังไม่อยู่ในประกาศจึงไม่ถือเป็นรายจ่ายทางภาษีแม้จะมีใบอนุโมทนา หลักฐานที่ต้องเก็บคือใบเสร็จรับเงินหรือใบอนุโมทนาบัตรที่ออกในนามนิติบุคคล และหากบริจาคเป็นทรัพย์สินต้องมีเอกสารแสดงมูลค่าตามราคาทุนคงเหลือทางบัญชี
ระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากรทำให้ผู้รับบริจาคบันทึกรายการเข้าสู่ระบบโดยตรง ผู้บริจาคจึงไม่ต้องเก็บใบเสร็จกระดาษไว้พิสูจน์ และข้อมูลจะปรากฏในระบบเมื่อยื่นแบบ ประโยชน์ที่ชัดที่สุดคือลดข้อโต้แย้งเรื่องใบเสร็จสูญหายหรือใบเสร็จที่ออกไม่ถูกชื่อ สำหรับบางมาตรการที่ให้สิทธิหักเพิ่มเป็นสองเท่า กฎหมายกำหนดให้ต้องบริจาคผ่านระบบนี้เท่านั้นจึงจะได้สิทธิ ดังนั้นก่อนโอนเงินก้อนใหญ่ควรตรวจก่อนว่าหน่วยรับบริจาคอยู่ในระบบหรือไม่ และมาตรการที่ต้องการใช้กำหนดเงื่อนไขช่องทางไว้อย่างไร สำหรับการบริจาคทั่วไปที่ไม่มีเงื่อนไขพิเศษ ใบเสร็จในนามบริษัทยังใช้ได้ตามปกติ แต่การใช้ระบบไว้ก่อนช่วยให้การกระทบยอดตอนปิดงบเร็วขึ้นเพราะดึงรายงานสรุปได้ทั้งปี
พระราชกฤษฎีกาหลายฉบับให้สิทธิหักรายจ่ายเพิ่มเพื่อจูงใจพฤติกรรมบางอย่าง ตัวอย่างที่ใช้กันบ่อยคือค่าฝึกอบรมพนักงานตามหลักสูตรที่ได้รับการรับรอง ค่าจ้างผู้สูงอายุหรือผู้พิการตามเงื่อนไขที่กำหนด และค่าใช้จ่ายวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่กำหนด สิทธิเหล่านี้ไม่ได้ให้อัตโนมัติจากลักษณะของรายจ่าย แต่ผูกกับเงื่อนไขเชิงกระบวนการเสมอ เช่น ต้องเป็นหลักสูตรที่ขึ้นทะเบียน ต้องมีสัญญาจ้างที่ระบุคุณสมบัติ หรือต้องยื่นขอรับรองโครงการก่อนหรือภายในกำหนด สิ่งที่มักพลาดคือกิจการบันทึกหักเพิ่มไปแล้วโดยยังไม่มีเอกสารรับรองในมือ เมื่อถูกตรวจจึงถูกตัดสิทธิย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับ แนวทางที่ปลอดภัยคือตั้งแฟ้มสิทธิประโยชน์แยกต่างหาก เก็บหนังสือรับรอง เงื่อนไข และวันสิ้นสุดของมาตรการไว้ด้วยกัน เพราะมาตรการส่วนใหญ่มีอายุจำกัดและต่ออายุเป็นครั้งคราว
ไม่ได้ กรณีรถยนต์นั่งหรือรถโดยสารที่มีที่นั่งไม่เกินสิบคน กฎหมายจำกัดมูลค่าต้นทุนที่ใช้คำนวณค่าเสื่อมราคาไว้ที่หนึ่งล้านบาท ส่วนที่เกินหนึ่งล้านบาทไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ ดังนั้นรถราคาสองล้านบาทจะคิดค่าเสื่อมทางภาษีได้จากฐานหนึ่งล้านบาทเท่านั้น ในขณะที่ทางบัญชียังคิดจากราคาทุนเต็มตามมาตรฐาน ทำให้เกิดผลต่างที่ต้องบวกกลับทุกปีตลอดอายุการใช้งาน กรณีเช่าซื้อหรือลีสซิ่งก็มีเพดานคู่ขนานคือค่าเช่าที่หักได้จำกัดไว้ที่ 36,000 บาทต่อคันต่อเดือน ข้อจำกัดนี้ไม่ใช้กับรถที่ใช้ในกิจการให้เช่ารถหรือกิจการรับจ้างขนส่งซึ่งรถเป็นสินค้าหรือเครื่องมือหลักของธุรกิจ นอกจากนี้ภาษีซื้อจากการซื้อรถยนต์นั่งถูกห้ามนำมาเครดิต จึงต้องนำไปรวมไว้ในราคาทุนของรถ และนับรวมในเพดานหนึ่งล้านบาทด้วย
เส้นแบ่งอยู่ที่ผู้รับประโยชน์และความเป็นระเบียบ สวัสดิการคือประโยชน์ที่ให้แก่ลูกจ้างเป็นการทั่วไปตามระเบียบที่ประกาศไว้ เช่น เลี้ยงปีใหม่พนักงานทั้งบริษัท ตรวจสุขภาพประจำปี หรือชุดยูนิฟอร์ม รายจ่ายกลุ่มนี้หักได้เต็มจำนวนถ้าให้ทั่วถึงไม่เลือกปฏิบัติและมีระเบียบรองรับ ส่วนค่ารับรองคือการเลี้ยงหรือให้ของแก่บุคคลภายนอกซึ่งติดเพดาน 0.3% ปัญหาที่พบบ่อยคือการเลี้ยงที่มีทั้งพนักงานและลูกค้าปนกัน ซึ่งควรแยกยอดตามหลักฐานจำนวนผู้เข้าร่วม หากแยกไม่ได้เลยความเสี่ยงคือถูกจัดทั้งก้อนเป็นค่ารับรอง อีกจุดที่ต้องระวังคือสวัสดิการบางอย่างเป็นประโยชน์เพิ่มซึ่งต้องนำไปรวมคำนวณเป็นค่าจ้างของลูกจ้างแล้วหักภาษี ณ ที่จ่ายด้วย เช่น ค่าที่พักที่บริษัทจ่ายให้เฉพาะราย การวางระเบียบสวัสดิการเป็นลายลักษณ์อักษรจึงช่วยทั้งด้านรายจ่ายของบริษัทและด้านภาษีของพนักงานพร้อมกัน
หลักคือทางบัญชีบันทึกตามจริงเสมอ ห้ามตัดรายจ่ายออกจากงบเพียงเพราะภาษีไม่ให้หัก การปรับจึงเกิดที่กระดาษทำการกระทบยอดกำไรทางบัญชีกับกำไรทางภาษี โดยนำส่วนที่เกินเพดานไปแสดงเป็นรายการบวกในแบบ ภ.ง.ด.50 พร้อมรายละเอียดประกอบ วิธีทำงานที่ลดความผิดพลาดคือเปิดรหัสบัญชีย่อยแยกไว้ตั้งแต่ต้นปีสำหรับรายจ่ายที่รู้ว่ามีเพดาน เช่น ค่ารับรอง บริจาคทั่วไป บริจาคเพื่อการศึกษา และค่าเสื่อมรถยนต์นั่งส่วนเกิน เมื่อถึงสิ้นปีจึงดึงยอดมาคำนวณเพดานได้ทันทีโดยไม่ต้องไล่ใบสำคัญย้อนหลัง สิ่งที่ต้องระวังคือฐานคำนวณของแต่ละเพดานไม่เหมือนกัน ค่ารับรองใช้รายได้หรือทุนชำระแล้ว ส่วนบริจาคใช้กำไรสุทธิก่อนหักรายการเหล่านั้น การใช้ฐานผิดทำให้ตัวเลขบวกกลับผิดทั้งชุดและมักถูกพบเมื่อมีการตรวจสอบย้อนหลัง
โดยหลักไม่ได้ ประมวลรัษฎากรไม่ให้ถือรายจ่ายที่กำหนดขึ้นเองโดยไม่มีการจ่ายจริงเป็นรายจ่ายทางภาษี เงินสำรองและค่าเผื่อต่าง ๆ จึงต้องบวกกลับในปีที่ตั้ง เช่น ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ค่าเผื่อสินค้าล้าสมัย ค่าเผื่อการด้อยค่า และประมาณการหนี้สินผลประโยชน์พนักงาน สิ่งที่หักได้คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงและพิสูจน์ได้ เช่น หนี้สูญที่ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎกระทรวงกำหนดครบถ้วน หรือผลประโยชน์พนักงานที่จ่ายออกไปจริงในปีนั้น ผลจึงเป็นผลต่างชั่วคราวที่กลับรายการเมื่อรายจ่ายเกิดจริง กิจการซึ่งถือปฏิบัติตามมาตรฐานรายงานทางการเงินของกิจการไม่มีส่วนได้เสียต่อสาธารณะยังคงต้องตั้งประมาณการตามมาตรฐาน แต่ต้องทำตารางติดตามผลต่างไว้ มิฉะนั้นเมื่อจ่ายจริงในปีถัดไปมักลืมหักกลับ ทำให้เสียสิทธิรายจ่ายที่ควรได้
การวางแผนที่ได้ผลเริ่มจากประมาณการฐานเพดานตั้งแต่ไตรมาสแรก เพราะเพดานค่ารับรองผูกกับรายได้ทั้งปี หากรอถึงเดือนธันวาคมจึงคำนวณก็มักพบว่าจ่ายเกินไปแล้วโดยแก้ไขอะไรไม่ได้ วิธีปฏิบัติคือทำตารางเพดานรายเดือนเทียบกับยอดสะสม แล้วแจ้งฝ่ายขายและฝ่ายจัดซื้อเมื่อยอดเข้าใกล้ระดับที่กำหนด เพื่อให้ตัดสินใจได้ว่าจะชะลอหรือจะยอมรับผลบวกกลับ ประเด็นที่สองคือการเลือกรูปแบบรายจ่ายให้ตรงกับสิทธิที่มีอยู่ เช่น หากต้องการสนับสนุนชุมชน การให้ผ่านหน่วยรับบริจาคที่อยู่ในประกาศย่อมได้ผลทางภาษีต่างจากการให้โดยตรง และหากต้องการพัฒนาพนักงาน หลักสูตรที่ขึ้นทะเบียนย่อมให้สิทธิมากกว่าการอบรมภายในที่ไม่มีเอกสารรับรอง ประเด็นสุดท้ายคือบันทึกเหตุผลทางธุรกิจไว้ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่เขียนย้อนหลังตอนถูกเรียกตรวจ เพราะน้ำหนักของเอกสารขึ้นกับเวลาที่จัดทำ
แหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบได้
ทุกข้อความในหน้านี้อิงตัวบทและเอกสารของหน่วยงานที่ออกกฎเอง ลิงก์ด้านล่างเปิดไปยังเว็บไซต์ต้นทางโดยตรง หากตัวบทมีการแก้ไข ให้ยึดฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นสำคัญ
1. ประมวลกฎหมาย
ประมวลรัษฎากรกรมสรรพากร
ตัวบทหลักของภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ พร้อมกฎกระทรวงและคำสั่งที่ออกตามความในประมวล
2. ระบบ/แบบฟอร์มราชการ
ระบบยื่นแบบผ่านอินเทอร์เน็ตของกรมสรรพากรกรมสรรพากร
ช่องทางยื่นแบบและชำระภาษีออนไลน์ พร้อมกำหนดเวลาขยายเพิ่มสำหรับการยื่นทางอิเล็กทรอนิกส์
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- ค่ารับรองหักเป็นรายจ่ายได้เท่าไร
- ต้องเก็บหลักฐานค่ารับรองอย่างไรจึงจะไม่ถูกตัด
- บริจาคทั่วไปหักได้เท่าไร และต้องเป็นผู้รับแบบใด
- ระบบ e-Donation ช่วยอะไร และจำเป็นหรือไม่
- รายจ่ายใดบ้างที่หักได้มากกว่าที่จ่ายจริง
- รถยนต์นั่งของบริษัทหักค่าเสื่อมได้เต็มราคาหรือไม่
- สวัสดิการพนักงานกับค่ารับรองแยกกันอย่างไร
- ส่วนที่เกินเพดานบันทึกและบวกกลับอย่างไร
- ค่าเผื่อและประมาณการต่าง ๆ หักภาษีได้หรือไม่
- จะวางแผนรายจ่ายที่มีเพดานล่วงหน้าอย่างไรให้คุ้ม
หัวข้ออื่น