FAQ
ภ.ง.ด.90/91: ยื่นภาษีบุคคลธรรมดาให้ครบ ถูก และขอคืนได้เร็ว
คนส่วนใหญ่ยื่นภาษีปีละครั้งแล้วลืมไปจนถึงปีถัดไป จึงพลาดสิทธิลดหย่อนที่ต้องเตรียมล่วงหน้า และเจอปัญหาเดิมซ้ำทุกปี คลัสเตอร์นี้อธิบายตั้งแต่ใครต้องยื่น เลือกแบบไหน กรอกเงินได้แต่ละประเภทอย่างไร ไปจนถึงการขอคืนภาษีและการรับมือเมื่อสรรพากรขอเอกสารเพิ่ม
หน้าที่ยื่นแบบกับหน้าที่เสียภาษีเป็นคนละเรื่องกัน กฎหมายกำหนดเกณฑ์เงินได้ขั้นต่ำที่ทำให้เกิดหน้าที่ยื่น โดยผู้มีเงินได้ประเภทเงินเดือนอย่างเดียวที่เป็นโสด ต้องยื่นเมื่อมีเงินได้เกินหนึ่งแสนยี่สิบบาทต่อปี ถ้ามีคู่สมรสจะใช้เกณฑ์รวมที่สูงขึ้น ส่วนผู้มีเงินได้ประเภทอื่นนอกจากเงินเดือน เกณฑ์ยื่นอยู่ที่หกหมื่นบาทสำหรับคนโสด ตัวเลขเหล่านี้เป็นเกณฑ์การยื่น ไม่ใช่จุดที่เริ่มเสียภาษี เพราะหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว เงินได้สุทธิหนึ่งแสนห้าหมื่นบาทแรกยังได้รับยกเว้น ดังนั้นคนจำนวนมากจึงมีหน้าที่ยื่นแต่ไม่ต้องเสียภาษี และควรยื่นจริงด้วยสองเหตุผล หนึ่งคือการขอคืนภาษีที่ถูกหักไว้ระหว่างปีทำได้เฉพาะเมื่อยื่นแบบ สองคือประวัติการยื่นต่อเนื่องเป็นเอกสารที่ธนาคารและสถานทูตใช้พิจารณา การไม่ยื่นทั้งที่มีหน้าที่มีโทษปรับทางอาญาแยกต่างหากจากเงินเพิ่ม แม้ภาษีที่ต้องเสียจะเป็นศูนย์ก็ตาม
ภ.ง.ด.91 ใช้สำหรับผู้ที่มีเงินได้ประเภทเงินเดือนหรือค่าจ้างจากการจ้างแรงงานเพียงประเภทเดียวตลอดปีภาษี ส่วน ภ.ง.ด.90 ใช้เมื่อมีเงินได้ประเภทอื่นปนอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นค่าจ้างทำของ ค่าลิขสิทธิ์ ดอกเบี้ย เงินปันผล ค่าเช่า ค่าวิชาชีพอิสระ รับเหมา หรือเงินได้จากธุรกิจอื่น ๆ กรณีที่คนเข้าใจผิดบ่อยคือมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้เสริมจากการขายของออนไลน์ รับงานฟรีแลนซ์ หรือปล่อยเช่าคอนโดหนึ่งห้อง ซึ่งต้องเปลี่ยนไปใช้ ภ.ง.ด.90 แม้รายได้เสริมจะน้อยมากก็ตาม อีกกรณีคือผู้ที่ได้รับเงินปันผลและเลือกนำมารวมคำนวณเพื่อขอเครดิตภาษีเงินปันผล ก็ต้องใช้แบบนี้เช่นกัน กำหนดยื่นทั้งสองแบบคือภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป และขยายเวลาออกไปอีกประมาณแปดวันเมื่อยื่นผ่านระบบออนไลน์ของกรมสรรพากร ควรตรวจสอบวันสิ้นสุดที่ประกาศจริงในแต่ละปี เพราะวันขยายเวลาอาจเปลี่ยนตามประกาศของกระทรวงการคลัง
ประมวลรัษฎากรกำหนดอัตราหักค่าใช้จ่ายเหมาไว้ต่างกันตามประเภทเงินได้ เงินเดือนและค่าจ้างหักได้ร้อยละห้าสิบแต่ไม่เกินหนึ่งแสนบาท ค่าลิขสิทธิ์ใช้เกณฑ์เดียวกัน ค่าเช่าหักตามอัตราที่กำหนดแยกตามประเภททรัพย์สิน วิชาชีพอิสระด้านการประกอบโรคศิลปะหักได้สูงกว่าวิชาชีพอิสระอื่น ส่วนเงินได้จากการรับเหมาและธุรกิจทั่วไปมีอัตราเหมาที่กำหนดไว้เป็นการเฉพาะ ผู้มีเงินได้บางประเภทเลือกได้ว่าจะหักเหมาหรือหักตามจริง การหักตามจริงคุ้มกว่าเมื่อมีต้นทุนสูงกว่าอัตราเหมา เช่น ผู้รับเหมาที่ซื้อวัสดุเอง แต่มีเงื่อนไขว่าต้องมีหลักฐานค่าใช้จ่ายครบถ้วนและพิสูจน์ได้ว่าเกี่ยวข้องกับการหารายได้จริง ข้อควรระวังคือเมื่อเลือกหักตามจริงแล้วเอกสารไม่ครบ เจ้าพนักงานจะปรับปรุงเฉพาะรายการที่พิสูจน์ไม่ได้ ไม่ได้ย้อนกลับไปให้ใช้อัตราเหมาแทน ผลคือฐานภาษีสูงกว่าทั้งสองทาง ผู้ที่มีรายจ่ายใกล้เคียงอัตราเหมาจึงมักเลือกเหมาเพื่อความแน่นอน
กลุ่มที่ถูกลืมมากที่สุดคือค่าลดหย่อนที่ไม่มีใครส่งเอกสารมาเตือน หนึ่งคือค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาที่มีอายุตั้งแต่หกสิบปีขึ้นไปและมีเงินได้ไม่เกินเกณฑ์ ซึ่งต้องมีหนังสือรับรองการหักลดหย่อนจากผู้ถูกอุปการะและใช้สิทธิได้เพียงคนเดียวต่อผู้ถูกอุปการะหนึ่งราย สองคือค่าอุปการะคนพิการหรือคนทุพพลภาพซึ่งต้องมีบัตรประจำตัวคนพิการและระบุชื่อผู้ดูแล สามคือดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อซื้อหรือสร้างที่อยู่อาศัย ซึ่งธนาคารออกหนังสือรับรองให้แต่หลายคนไม่ได้ดาวน์โหลดมาใช้ สี่คือเบี้ยประกันสุขภาพของตนเองและของบิดามารดา ห้าคือเงินบริจาคให้สถานศึกษาหรือหน่วยงานที่กฎหมายให้หักได้เป็นสองเท่า ซึ่งต้องบริจาคผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์จึงจะใช้สิทธิได้สะดวก การวางแผนที่ได้ผลคือทำรายการค่าลดหย่อนที่ตนเองมีสิทธิไว้ตั้งแต่ต้นปี แล้วทยอยเก็บเอกสาร ไม่ใช่ไปรวบรวมในเดือนมีนาคมซึ่งมักหาไม่ทันและเสียสิทธิไปทั้งปี
คู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสมีทางเลือกสามแบบ แบบแรกคือต่างฝ่ายต่างยื่นแบบของตนเองแยกกันทั้งหมด แบบที่สองคือยื่นรวมกันในแบบเดียว แบบที่สามคือยื่นรวมแต่แยกคำนวณเฉพาะเงินได้ประเภทเงินเดือนของแต่ละฝ่าย เนื่องจากอัตราภาษีเป็นขั้นบันได การรวมเงินได้ของสองคนเข้าด้วยกันมักดันเงินได้สุทธิขึ้นไปอยู่ในขั้นที่สูงกว่า การแยกยื่นจึงประหยัดกว่าในกรณีส่วนใหญ่ที่ทั้งสองฝ่ายมีรายได้ใกล้เคียงกัน แต่มีข้อยกเว้นที่ต้องคำนวณจริง เช่น ฝ่ายหนึ่งไม่มีเงินได้เลยและอีกฝ่ายมีค่าลดหย่อนที่ใช้ไม่หมด หรือกรณีที่มีเงินได้ประเภทอื่นที่กฎหมายให้ถือเป็นของสามีหรือของผู้มีเงินได้ตามหลักเกณฑ์เฉพาะ วิธีที่ปลอดภัยคือคำนวณทั้งสามทางด้วยตัวเลขจริงก่อนยื่น ระบบยื่นออนไลน์ของกรมสรรพากรคำนวณให้เปรียบเทียบได้ และควรบันทึกผลการเปรียบเทียบเก็บไว้ เพราะหากถูกสอบถามภายหลังจะอธิบายเหตุผลของทางเลือกที่ใช้ได้ทันที
ฟรีแลนซ์ที่รับงานเป็นครั้งคราวมักมีเงินได้ตามมาตราสี่สิบวงเล็บสองถ้าเป็นค่าจ้างจากการรับทำงานให้ที่ไม่ต้องลงทุนมาก หรือวงเล็บแปดถ้ามีลักษณะเป็นการประกอบธุรกิจที่ต้องลงทุนในวัสดุอุปกรณ์ ส่วนคนขายของออนไลน์เป็นเงินได้จากการค้าขายตามวงเล็บแปด ประเด็นที่ต้องจัดการมีสามชั้น ชั้นแรกคือภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ยื่น ภ.ง.ด.90 ปีละครั้ง และถ้ามีเงินได้ประเภทที่กฎหมายกำหนดในครึ่งปีแรกเกินเกณฑ์ ต้องยื่น ภ.ง.ด.94 ภายในเดือนกันยายนด้วย ชั้นที่สองคือภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเกินหนึ่งล้านแปดแสนบาทต่อปี ต้องจดทะเบียนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่รายรับเกินเกณฑ์ นับจากรายรับจริงไม่ใช่กำไร ชั้นที่สามคือหลักฐาน ผู้ที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ต้องเก็บหนังสือรับรองการหักภาษีทุกใบเพื่อใช้เครดิต และควรแยกบัญชีธนาคารสำหรับรับเงินจากงานออกจากบัญชีส่วนตัว เพราะเมื่อสรรพากรตรวจกระแสเงินฝาก บัญชีที่ปนกันทำให้ต้องอธิบายทุกรายการโอนย้อนหลัง
เมื่อยื่นแบบผ่านระบบออนไลน์และไม่มีประเด็นต้องสอบถาม การคืนภาษีมักดำเนินการภายในไม่กี่สัปดาห์ โดยจ่ายผ่านบัญชีที่ผูกพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชน ซึ่งเร็วกว่าการรับเช็คมาก กรณีที่ล่าช้ามักเกิดจากสามสาเหตุ หนึ่งคือยอดภาษีหักที่กรอกไม่ตรงกับข้อมูลที่ผู้จ่ายเงินนำส่ง สองคือมีการใช้สิทธิลดหย่อนที่ระบบต้องขอหลักฐานประกอบ เช่น เงินบริจาคที่ไม่ได้ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือค่าลดหย่อนอุปการะบิดามารดาที่ยังไม่มีหนังสือรับรอง สามคือมีการยื่นซ้ำหรือยื่นเพิ่มเติมทำให้ระบบต้องตรวจใหม่ วิธีจัดการคือติดตามสถานะผ่านเมนูสอบถามการคืนภาษีในระบบยื่นออนไลน์ ซึ่งจะระบุว่าอยู่ขั้นตอนใดและต้องส่งเอกสารอะไร การอัปโหลดเอกสารผ่านระบบทำได้โดยตรงและเร็วกว่าการนำส่งที่สำนักงาน หากผลการตรวจสอบออกมาว่าคืนไม่เต็มจำนวนที่ขอ ผู้เสียภาษีมีสิทธิอุทธรณ์ตามขั้นตอน แต่ในทางปฏิบัติควรเริ่มจากการขอทราบเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน เพราะกรณีส่วนใหญ่แก้ได้ด้วยเอกสารเพิ่มเติมโดยไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการอุทธรณ์
แก้ไขได้ด้วยการยื่นแบบเพิ่มเติมสำหรับปีภาษีเดียวกัน โดยกรอกข้อมูลที่ถูกต้องทั้งฉบับ ไม่ใช่กรอกเฉพาะส่วนที่แก้ ผลทางการเงินขึ้นอยู่กับทิศทางของความผิดพลาด ถ้าแก้แล้วต้องเสียภาษีเพิ่ม จะมีเงินเพิ่มในอัตราร้อยละหนึ่งจุดห้าต่อเดือนหรือเศษของเดือนของภาษีที่ต้องชำระ นับแต่วันพ้นกำหนดยื่นจนถึงวันชำระ และอาจมีเบี้ยปรับตามกรณี การยื่นแก้ไขด้วยตนเองก่อนถูกเรียกตรวจมักได้รับการพิจารณาลดเบี้ยปรับตามระเบียบ ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ไม่ควรรอให้เจ้าพนักงานพบก่อน ถ้าแก้แล้วเสียภาษีน้อยลงหรือขอคืนเพิ่ม จะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบก่อนคืน ซึ่งใช้เวลานานกว่าปกติและมักมีการขอเอกสารประกอบ ข้อจำกัดด้านเวลาคือการขอคืนภาษีต้องยื่นคำร้องภายในสามปีนับแต่วันสุดท้ายของกำหนดเวลายื่นแบบ ดังนั้นถ้าเพิ่งพบว่าปีก่อน ๆ ลืมใช้สิทธิลดหย่อน ยังขอคืนได้ถ้าอยู่ในกรอบเวลานี้ ควรตรวจย้อนหลังสามปีทุกครั้งที่พบข้อผิดพลาดหนึ่งจุด เพราะความผิดพลาดแบบเดียวกันมักเกิดซ้ำทุกปี
หลักการมีสองชั้น ชั้นแรกคือสถานะผู้อยู่ในประเทศไทย ซึ่งเกิดขึ้นเมื่ออยู่ในไทยรวมกันตั้งแต่หนึ่งร้อยแปดสิบวันขึ้นไปในปีภาษีนั้น ชั้นที่สองคือเงินได้จากแหล่งนอกประเทศจะต้องเสียภาษีในไทยเมื่อผู้มีเงินได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทยและได้นำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศ แนวปฏิบัติของกรมสรรพากรในเรื่องปีที่นำเงินเข้ามามีการปรับปรุงในระยะหลัง ทำให้เงินได้ที่เกิดตั้งแต่ปีภาษีสองพันห้าร้อยหกสิบเจ็ดเป็นต้นไปต้องนำมารวมคำนวณในปีที่นำเข้ามา แม้จะเป็นเงินได้ของปีก่อนหน้าก็ตาม ผู้ที่มีรายได้จากการทำงานระยะไกลให้ลูกค้าต่างประเทศ เงินปันผลจากหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ จึงควรทบทวนวิธีบริหารเงินโอนใหม่ทั้งหมด สิ่งที่ช่วยได้คืออนุสัญญาภาษีซ้อนที่ไทยทำไว้กับหลายประเทศ ซึ่งให้เครดิตภาษีที่เสียในต่างประเทศมาหักออกจากภาษีไทยได้ตามเงื่อนไข ต้องเก็บหลักฐานการเสียภาษีในต่างประเทศให้ครบและควรหารือผู้เชี่ยวชาญก่อนโอนเงินก้อนใหญ่ เพราะจังหวะการโอนมีผลโดยตรงต่อภาระภาษีของปีนั้น
แนวปฏิบัติที่ปลอดภัยคือเก็บอย่างน้อยห้าปีนับจากวันยื่นแบบ เพราะเจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจออกหมายเรียกตรวจสอบย้อนหลังได้ภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด ซึ่งขยายได้ในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อว่าแสดงรายการไม่ถูกต้อง ชุดเอกสารที่ควรมีคือ หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายทุกฉบับจากทุกผู้จ่ายเงิน สลิปเงินเดือนทั้งปี หลักฐานค่าลดหย่อนทุกประเภทได้แก่ กรมธรรม์และใบเสร็จเบี้ยประกัน หนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้ที่อยู่อาศัย หนังสือรับรองกองทุนรวมเพื่อการออมหรือเพื่อการเลี้ยงชีพ ใบเสร็จบริจาค และหนังสือรับรองการอุปการะเลี้ยงดู สำหรับผู้มีเงินได้จากธุรกิจให้เก็บใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน สัญญา และรายการเดินบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องด้วย วิธีที่ใช้ได้จริงคือสแกนทุกใบเข้าโฟลเดอร์แยกตามปีภาษีทันทีที่ได้รับ ตั้งชื่อไฟล์ด้วยรูปแบบเดียวกันทุกครั้ง และสำรองไว้อีกที่หนึ่ง เมื่อถูกขอเอกสารจะส่งได้ภายในวันเดียวแทนที่จะต้องรื้อค้นทั้งบ้าน
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- รายได้เท่าไรถึงต้องยื่นแบบ และถ้าภาษีเป็นศูนย์ยังต้องยื่นไหม
- ภ.ง.ด.90 กับ ภ.ง.ด.91 ต่างกันอย่างไร เลือกใช้แบบไหน
- หักค่าใช้จ่ายแบบเหมากับแบบตามจริงต่างกันอย่างไร ควรเลือกแบบไหน
- ค่าลดหย่อนที่คนลืมใช้บ่อยที่สุดมีอะไรบ้าง
- สามีภรรยาควรยื่นรวมหรือแยก คำนวณอย่างไรถึงจะประหยัดกว่า
- ฟรีแลนซ์และคนขายของออนไลน์ต้องยื่นภาษีอย่างไร และเมื่อไรต้องจด VAT
- ขอคืนภาษีแล้วเงินเข้าเมื่อไร ถ้าล่าช้าหรือถูกขอเอกสารเพิ่มต้องทำอย่างไร
- ยื่นแบบไปแล้วพบว่ากรอกผิด แก้ไขได้อย่างไรและมีค่าปรับไหม
- คนไทยที่มีรายได้จากต่างประเทศต้องเสียภาษีในไทยไหม
- บุคคลธรรมดาควรเก็บเอกสารภาษีไว้นานแค่ไหน และเก็บอะไรบ้าง
หัวข้ออื่น