FAQ
ภาษีของกรรมการและผู้ถือหุ้น
เงินที่ไหลออกจากบริษัทไปถึงกรรมการหรือผู้ถือหุ้นมีหลายรูปแบบ แต่ละแบบเสียภาษีไม่เท่ากันและมีเงื่อนไขเอกสารต่างกัน คลัสเตอร์นี้อธิบายเงินเดือน เบี้ยประชุม โบนัส เงินปันผล เงินกู้ยืมกรรมการ สวัสดิการ และการใช้ทรัพย์สินบริษัท พร้อมอ้างอิงมาตราในประมวลรัษฎากรที่เกี่ยวข้อง
ต่างกันที่จุดที่รัฐเก็บภาษี เงินเดือนกรรมการเป็นเงินได้ประเภทที่หนึ่งตามมาตรา 40(1) บริษัทถือเป็นรายจ่ายได้เต็มจำนวนถ้ามีมติแต่งตั้งและมีการทำงานจริง จึงลดฐานภาษีนิติบุคคล แต่กรรมการต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามอัตราก้าวหน้าและถูกหักเข้าประกันสังคม ส่วนเงินปันผลจ่ายจากกำไรสะสมที่ผ่านการเสียภาษีนิติบุคคลมาแล้ว บริษัทหักรายจ่ายไม่ได้ และยังถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายอีกร้อยละสิบตามมาตรา 50(2)(จ) แนวปฏิบัติที่ใช้ได้จริงคือผสมกัน จ่ายเงินเดือนในระดับที่สมเหตุสมผลกับหน้าที่เพื่อใช้ค่าลดหย่อนและช่วงอัตราภาษีต่ำให้เต็ม แล้วจึงจ่ายส่วนที่เหลือเป็นเงินปันผล ต้องคำนวณเปรียบเทียบทุกปีเพราะกำไรและอัตราภาษีนิติบุคคลของ SME แบบขั้นบันไดทำให้จุดคุ้มเปลี่ยนไป
เครดิตภาษีเงินปันผลตามมาตรา 47 ทวิ คือกลไกที่ให้ผู้รับเงินปันผลนำภาษีนิติบุคคลที่บริษัทเสียไปแล้วมาเครดิตกับภาษีบุคคลธรรมดาของตน คำนวณจากสูตรอัตราภาษีนิติบุคคลหารด้วยหนึ่งลบอัตรานั้น คูณเงินปันผลที่ได้รับ ผู้รับต้องนำทั้งเงินปันผลและเครดิตไปรวมเป็นเงินได้แล้วหักเครดิตกับภาษีที่คำนวณได้ ถ้าเครดิตมากกว่าภาษีที่ต้องเสียจะได้คืน ทางเลือกอีกทางคือให้ภาษีหัก ณ ที่จ่ายร้อยละสิบเป็นภาษีสุดท้ายโดยไม่นำมารวมคำนวณ หลักคร่าว ๆ คือผู้ที่ฐานภาษีบุคคลอยู่ต่ำกว่าอัตราภาษีนิติบุคคลที่บริษัทเสียมักได้ประโยชน์จากการใช้เครดิต ส่วนผู้ที่ฐานภาษีสูงกว่ามักเลือกให้จบที่ร้อยละสิบ ข้อควรระวังคือถ้าเลือกใช้เครดิตต้องนำเงินปันผลทุกก้อนในปีนั้นมารวมทั้งหมด เลือกเฉพาะก้อนที่ได้ประโยชน์ไม่ได้
ยืมได้ แต่ต้องทำให้เป็นการกู้ยืมจริงและมีดอกเบี้ยในอัตราตลาด มาตรา 65 ทวิ (4) ให้อำนาจเจ้าพนักงานประเมินรายได้ดอกเบี้ยขึ้นตามราคาตลาดได้ ถ้าบริษัทให้กู้โดยไม่มีดอกเบี้ยหรือดอกเบี้ยต่ำกว่าปกติโดยไม่มีเหตุอันสมควร ผลคือบริษัทถูกประเมินรายได้ที่ไม่เคยได้รับจริงและต้องเสียภาษีนิติบุคคลจากยอดนั้น เอกสารที่ต้องมีคือสัญญากู้ยืมลงวันที่ กำหนดอัตราดอกเบี้ยและกำหนดชำระคืน มติที่ประชุมอนุมัติ หลักฐานการโอนเงิน และการบันทึกดอกเบี้ยค้างรับทุกงวด นอกจากนี้ดอกเบี้ยรับเข้าฐานภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ได้แต่เป็นรายได้ที่ต้องรวมคำนวณภาษีนิติบุคคล และถ้ายอดกู้ค้างสะสมสูงผิดปกติเทียบกับกำไร มักเป็นสัญญาณที่ทำให้ถูกเรียกตรวจ ทางที่ปลอดภัยกว่าคือจ่ายเป็นเงินเดือนหรือเงินปันผลให้ถูกต้องแทนการปล่อยยอดค้างไว้ยาว
เบี้ยประชุมที่จ่ายให้กรรมการซึ่งไม่ได้เป็นลูกจ้างประจำถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(2) บริษัทต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราก้าวหน้าเช่นเดียวกับเงินเดือน แต่ต่างกันที่การหักค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีบุคคลธรรมดาและมักไม่เข้าข่ายประกันสังคมเพราะไม่ใช่ความสัมพันธ์นายจ้างลูกจ้าง เงื่อนไขที่ทำให้บริษัทหักเป็นรายจ่ายได้คือมีข้อบังคับหรือมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นกำหนดอัตราเบี้ยประชุมไว้ชัดเจน มีรายงานการประชุมที่ระบุวันประชุมและผู้เข้าร่วม และจ่ายตามอัตราที่กำหนดจริง หากจ่ายโดยไม่มีมติรองรับหรือจ่ายในเดือนที่ไม่มีการประชุม มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13) ในฐานะรายจ่ายที่ไม่ใช่เพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ
ต้อง ประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้ทรัพย์สินของนายจ้างโดยไม่ต้องจ่ายเงินถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 39 ซึ่งครอบคลุมประโยชน์อย่างอื่นที่ได้รับซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน ในทางปฏิบัติจึงต้องแยกสัดส่วนการใช้งาน วิธีที่ป้องกันตัวได้ดีที่สุดคือมีสมุดบันทึกการใช้รถระบุวันที่ ปลายทาง และวัตถุประสงค์ เก็บใบเสร็จน้ำมันแนบกับงานที่ไป และกำหนดนโยบายเป็นลายลักษณ์อักษรว่าส่วนที่ใช้ส่วนตัวจะถูกเรียกเก็บคืนหรือรวมเป็นผลประโยชน์พนักงานที่นำไปคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย ฝั่งบริษัทถ้าพิสูจน์ไม่ได้ว่าค่าน้ำมัน ค่าซ่อม และค่าเสื่อมราคาเป็นไปเพื่อกิจการ ส่วนนั้นเป็นรายจ่ายต้องห้าม และถ้าเป็นรถยนต์นั่งไม่เกินสิบที่นั่งยังมีเพดานคิดค่าเสื่อมราคาจากราคาทุนหนึ่งล้านบาทตามพระราชกฤษฎีกาที่ใช้บังคับอยู่ด้วย
ต้องดูสองเรื่องแยกกันคือแหล่งเงินได้และถิ่นที่อยู่ทางภาษี ค่าตอบแทนกรรมการที่จ่ายโดยบริษัทซึ่งจดทะเบียนในไทยถือว่ามีแหล่งเงินได้ในไทยตามมาตรา 41 วรรคแรก เพราะเป็นเงินได้เนื่องจากหน้าที่งานที่ทำในประเทศไทยหรือกิจการของนายจ้างในไทย บริษัทจึงต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่ง แม้กรรมการจะไม่ได้เข้ามาพำนักครบหนึ่งร้อยแปดสิบวันก็ตาม ส่วนจะได้รับการบรรเทาภาระซ้ำซ้อนหรือไม่ต้องดูอนุสัญญาภาษีซ้อนระหว่างไทยกับประเทศถิ่นที่อยู่ของกรรมการ ซึ่งข้อบทว่าด้วยค่าตอบแทนกรรมการโดยทั่วไปให้สิทธิประเทศที่บริษัทตั้งอยู่เก็บภาษีได้ เอกสารที่ควรเตรียมคือหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ทางภาษีจากประเทศนั้นและหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายเพื่อใช้ขอเครดิตในประเทศตน
ในทางบัญชีการค้ำประกันของกรรมการไม่ใช่รายการที่บันทึกในงบแสดงฐานะการเงินของบริษัท แต่ต้องเปิดเผยเป็นภาระผูกพันและหนี้สินที่อาจเกิดขึ้นในหมายเหตุประกอบงบการเงินให้ครบถ้วน เพราะเป็นข้อมูลที่ผู้ใช้งบต้องรู้ ในทางภาษีประเด็นเกิดเมื่อบริษัทจ่ายค่าตอบแทนการค้ำประกันให้กรรมการ ซึ่งถือเป็นเงินได้ของกรรมการและต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย และบริษัทต้องพิสูจน์ว่าอัตราค่าตอบแทนสมเหตุสมผลจึงจะถือเป็นรายจ่ายได้ อีกกรณีที่พบบ่อยคือกรรมการต้องชำระหนี้แทนบริษัทตามสัญญาค้ำประกัน เงินที่จ่ายแทนนั้นเป็นสิทธิไล่เบี้ยจึงต้องบันทึกเป็นเจ้าหนี้กรรมการ ไม่ใช่รายได้ของบริษัท และหากภายหลังกรรมการยกหนี้ให้ ยอดที่ปลดหนี้กลายเป็นรายได้ทางภาษีของบริษัทในรอบที่ปลดหนี้
ควรมีแฟ้มถาวรเจ็ดอย่างและทบทวนทุกปี หนึ่งมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นหรือคณะกรรมการที่กำหนดอัตราเงินเดือน เบี้ยประชุม และโบนัสไว้ล่วงหน้าก่อนจ่าย สองสัญญาจ้างหรือหนังสือกำหนดหน้าที่ที่แสดงว่ากรรมการทำงานจริง สามหลักฐานการปฏิบัติงาน เช่น รายงานการประชุม อีเมลอนุมัติ หรือลายเซ็นในเอกสารสำคัญ สี่หลักฐานการจ่ายผ่านบัญชีธนาคารบริษัท ห้าหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายและแบบ ภ.ง.ด.1 หรือ ภ.ง.ด.53 ที่ยื่นตรงกับยอดจ่าย หกเอกสารเปรียบเทียบอัตราตอบแทนกับกิจการขนาดใกล้เคียงเพื่อแสดงความสมเหตุสมผล และเจ็ดสัญญากู้ยืมพร้อมตารางดอกเบี้ยหากมีรายการกับกรรมการ แฟ้มชุดนี้คือสิ่งที่ทำให้การชี้แจงจบภายในครั้งเดียวแทนที่จะยืดเป็นการประเมินย้อนหลัง
ลัดไปยังคำถามในหมวดนี้
- จ่ายเป็นเงินเดือนกรรมการกับจ่ายเป็นเงินปันผล อย่างไหนคุ้มกว่า
- เครดิตภาษีเงินปันผลคืออะไร และเมื่อไหร่ควรเลือกใช้
- กรรมการยืมเงินบริษัทได้ไหม ต้องคิดดอกเบี้ยหรือไม่
- เบี้ยประชุมกรรมการเสียภาษีอย่างไร ต่างจากเงินเดือนตรงไหน
- กรรมการใช้รถและโทรศัพท์ของบริษัทส่วนตัว ต้องเสียภาษีไหม
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของผู้ถือหุ้นที่จ่ายผ่านบริษัท มีผลอย่างไร
- กรรมการชาวต่างชาติที่ไม่ได้อยู่ในไทย ต้องเสียภาษีไทยไหม
- ขายหุ้นบริษัทจำกัดให้คนอื่น ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง
- กรรมการค้ำประกันหนี้ให้บริษัท มีประเด็นบัญชีและภาษีอย่างไร
- ควรเก็บเอกสารอะไรไว้ป้องกันการถูกประเมินเรื่องผลตอบแทนกรรมการ
หัวข้ออื่น