คู่มือตามสถานการณ์
คู่มือบริษัทที่ได้รับบัตรส่งเสริม BOI: บัญชีและการรายงานที่ต้องทำจริง
บริษัทที่ยื่นขอหรือได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนแล้ว รวมถึงผู้ลงทุนต่างชาติที่ใช้สิทธิ BOI ในการถือหุ้นและจ้างงาน
สรุปคำตอบสั้น
สิทธิประโยชน์ตามบัตรส่งเสริมไม่ได้ให้กับทั้งบริษัท แต่ให้กับโครงการที่ระบุไว้ในบัตร บริษัทจึงต้องแยกรายได้ ต้นทุน และทรัพย์สินของโครงการนั้นออกจากงานส่วนอื่นให้ชัดตั้งแต่วันแรก พร้อมรายงานความคืบหน้าตามรอบที่กำหนด หากแยกไม่ได้เมื่อถูกตรวจ กำไรทั้งก้อนอาจถูกถือว่าเป็นส่วนที่ต้องเสียภาษีตามปกติ
ปุ่ม PDF จะเปิดหน้าพร้อมพิมพ์ ให้เลือก “บันทึกเป็น PDF” ในกล่องพิมพ์ของเบราว์เซอร์ ไฟล์ประกอบด้วยข้อเท็จจริงสำคัญ เช็กลิสต์เอกสาร และไทม์ไลน์
ข้อเท็จจริงสำคัญ
| ขอบเขตสิทธิ | ผูกกับโครงการและประเภทกิจการที่ระบุในบัตร ไม่ครอบคลุมรายได้อื่นของบริษัท |
|---|---|
| การแยกบัญชี | ต้องแยกรายได้ ต้นทุน ค่าใช้จ่ายร่วม และทรัพย์สินของโครงการที่ได้รับส่งเสริม |
| การรายงาน | รายงานความคืบหน้าและการปฏิบัติตามเงื่อนไขตามแบบและรอบที่สำนักงานกำหนด |
| ภาษีที่ยังต้องยื่น | ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ประกันสังคม และแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลยังต้องยื่นตามปกติ |
เช็กลิสต์เอกสาร
สำเนาบัตรส่งเสริมพร้อมเงื่อนไขแนบท้ายทุกหน้า
เงื่อนไขคือแหล่งอ้างอิงเดียวที่บอกว่าอะไรได้สิทธิและอะไรไม่ได้
ผังบัญชีที่มีรหัสแยกโครงการที่ได้รับส่งเสริม
แยกตั้งแต่ตอนบันทึกง่ายกว่ามาไล่แยกตอนปิดปี
เกณฑ์ปันส่วนค่าใช้จ่ายร่วมที่เขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
เจ้าหน้าที่จะถามว่าใช้เกณฑ์ใดและใช้สม่ำเสมอหรือไม่
ทะเบียนเครื่องจักรและวัตถุดิบที่ใช้สิทธิยกเว้นอากร
ต้องกระทบยอดกับปริมาณที่ใช้จริงและยอดคงเหลือได้ทุกเมื่อ
หลักฐานการจ้างงานและโครงสร้างผู้ถือหุ้นตามที่บัตรกำหนด
เงื่อนไขหลายข้อวัดจากจำนวนคนและสัดส่วนหุ้น ไม่ใช่จากยอดขาย
งบการเงินที่แสดงผลของกิจการที่ได้รับส่งเสริมแยกได้
ผู้สอบบัญชีและเจ้าหน้าที่ต้องอ่านตัวเลขชุดเดียวกัน
ไทม์ไลน์ที่ต้องทำ
ก่อนเริ่มโครงการ
ตั้งรหัสบัญชีแยกโครงการและกำหนดเกณฑ์ปันส่วนล่วงหน้า
ทุกเดือน
กระทบยอดรายได้และต้นทุนของโครงการกับเอกสารต้นทาง แล้วเก็บกระดาษทำการไว้
ทุกไตรมาส
ทบทวนเงื่อนไขที่มีกำหนดเวลา เช่น การลงทุนขั้นต่ำและการจ้างงาน
ตามรอบรายงานของสำนักงาน
จัดทำรายงานความคืบหน้าจากตัวเลขในบัญชี ไม่ใช่จากประมาณการ
ปิดรอบบัญชี
แยกกำไรของกิจการที่ได้รับส่งเสริมในกระดาษทำการภาษีให้ชัดเจน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- นำรายได้ที่อยู่นอกขอบเขตบัตรไปรวมในส่วนที่ได้รับยกเว้น
- ใช้เครื่องจักรที่นำเข้าโดยได้รับยกเว้นอากรไปกับงานที่ไม่ได้รับส่งเสริม
- เปลี่ยนเกณฑ์ปันส่วนค่าใช้จ่ายร่วมระหว่างปีโดยไม่มีเหตุผลบันทึกไว้
- ปล่อยให้เงื่อนไขด้านเวลาผ่านไปโดยไม่ขอขยายระยะเวลาไว้ล่วงหน้า
คำถามที่ถูกถามซ้ำ
ยังต้องยื่นตามกำหนดทุกปี การได้รับยกเว้นเป็นเรื่องของการคำนวณภาษีที่ต้องชำระ ไม่ใช่การยกเว้นหน้าที่ยื่นแบบและนำส่งงบการเงิน
ต้องจัดทำบัญชีให้แยกผลของแต่ละส่วนได้ พร้อมเกณฑ์ปันส่วนค่าใช้จ่ายร่วมที่ใช้สม่ำเสมอและอธิบายได้ หากแยกไม่ได้ ความเสี่ยงคือถูกประเมินรวมทั้งก้อน
มีหลักเกณฑ์เฉพาะที่ระบุไว้ในกฎหมายและในเงื่อนไขของบัตร จึงต้องตรวจถ้อยคำในบัตรของบริษัทเองก่อนวางแผน ไม่ควรอนุมานจากกรณีของบริษัทอื่น
ต้องแจ้งและขออนุมัติการแก้ไขก่อนดำเนินการ เพราะสิทธิผูกกับรายละเอียดที่อนุมัติไว้ การเปลี่ยนก่อนแล้วค่อยแจ้งภายหลังเป็นสาเหตุที่พบบ่อยของการเสียสิทธิ
โดยทั่วไปจะขอดูการแยกกิจการที่ได้รับส่งเสริม เกณฑ์ปันส่วน และการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กระทบตัวเลข จึงควรเตรียมกระดาษทำการชุดนี้ไว้ก่อนเริ่มตรวจ
ผลกระทบมีตั้งแต่การให้แก้ไขภายในเวลาที่กำหนด ไปจนถึงการเพิกถอนสิทธิและเรียกคืนประโยชน์ที่ใช้ไปแล้ว ความรุนแรงขึ้นกับข้อที่ผิดและการแจ้งด้วยตนเองก่อนถูกตรวจพบ
เขียนโดย
หัวหน้าฝ่ายภาษี
ที่ปรึกษาภาษีอากรและผู้ตรวจสอบภาษี (TA)
รับผิดชอบงานวางแผนภาษีนิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม และการชี้แจงต่อเจ้าพนักงานประเมิน รวมถึงคดีอุทธรณ์ภาษีกับกรมสรรพากรมากกว่า 10 ปี
ตรวจทานโดย
หัวหน้าฝ่ายบัญชี (CPA)
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ขึ้นทะเบียนสภาวิชาชีพบัญชี
ตรวจความถูกต้องของข้อกฎหมายและตัวเลขก่อนเผยแพร่ · เผยแพร่ 2026-08-29 · แก้ไขล่าสุด 2026-08-29
ดูคุณวุฒิผู้ตรวจทานแหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบได้
ทุกข้อความในหน้านี้อิงตัวบทและเอกสารของหน่วยงานที่ออกกฎเอง ลิงก์ด้านล่างเปิดไปยังเว็บไซต์ต้นทางโดยตรง หากตัวบทมีการแก้ไข ให้ยึดฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นสำคัญ
1. ประมวลกฎหมาย
ประมวลรัษฎากรกรมสรรพากร
ตัวบทหลักของภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ พร้อมกฎกระทรวงและคำสั่งที่ออกตามความในประมวล
2. พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
หน้าที่จัดทำบัญชี คุณสมบัติผู้ทำบัญชี ระยะเวลาเก็บรักษาบัญชีและเอกสาร และกำหนดนำส่งงบการเงิน
3. มาตรฐานวิชาชีพ
มาตรฐานรายงานการเงินฉบับที่ใช้กับกิจการซึ่งไม่มีส่วนได้เสียต่อสาธารณะ (NPAEs) (TFRS for NPAEs)สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์
กรอบการรายงานที่ SME ส่วนใหญ่ใช้จัดทำงบการเงิน รวมถึงการรับรู้รายได้ สินค้าคงเหลือ และที่ดินอาคารอุปกรณ์
คู่มืออื่นในชุดนี้