คำถามที่พบบ่อยทั่วประเทศ
คดีภาษีอากรและการอุทธรณ์การประเมิน: คำถามที่พบบ่อย
เมื่อหนังสือแจ้งการประเมินมาถึง สิ่งที่ตัดสินผลมากที่สุดคือวันที่ ไม่ใช่ข้อโต้แย้ง เพราะกรอบเวลายื่นอุทธรณ์สั้นและนับจากวันที่ได้รับหนังสือ หน้านี้จึงเรียงตามลำดับเวลาจริง ตั้งแต่การอ่านหนังสือให้ออกว่าเป็นขั้นใด การรวบรวมหลักฐาน การยื่นอุทธรณ์ ไปจนถึงทางเลือกเมื่อผลอุทธรณ์ไม่เป็นคุณ
ค่าบริการประเมินตามปริมาณงานจริง จึงเสนอเป็นรายกรณี · อีเมล contact@thailaw-accounting.co.th
อ่านหนังสือจากสรรพากรให้ออก
หนังสือเชิญพบกับหนังสือแจ้งการประเมิน ต่างกันอย่างไร
หนังสือเชิญพบเป็นการขอให้ชี้แจงหรือส่งเอกสาร ยังไม่มีจำนวนภาษีที่ต้องชำระผูกพัน ส่วนหนังสือแจ้งการประเมินระบุจำนวนและเริ่มนับกรอบเวลาอุทธรณ์ทันที การแยกสองอย่างนี้ให้ออกตั้งแต่วันแรกสำคัญมาก เพราะหลายรายเสียสิทธิเพราะคิดว่าเป็นเพียงจดหมายขอเอกสาร
นับวันอุทธรณ์จากวันไหน และมีกี่วัน
โดยทั่วไปต้องยื่นอุทธรณ์การประเมินภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับหนังสือแจ้งการประเมิน จึงต้องเก็บซองและหลักฐานการรับไว้เสมอ เพราะวันที่ลงในหนังสือกับวันที่ได้รับจริงอาจต่างกันหลายวันและเป็นประเด็นที่ถูกโต้แย้งได้
เลยสามสิบวันแล้วเพิ่งรู้ตัว ยังมีทางเลือกใดเหลืออยู่
ทางเลือกจะแคบลงมาก แต่ยังพิจารณาได้สองเส้น คือการขอทุเลาการชำระหรือขอผ่อนชำระเพื่อลดผลกระทบกระแสเงินสด และการตรวจว่าการประเมินนั้นมีเหตุที่ทำให้ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เช่น ส่งหนังสือไม่ชอบ ทั้งสองเส้นต้องดูข้อเท็จจริงเฉพาะราย จึงควรปรึกษาโดยเร็วที่สุด
เจ้าพนักงานขอเอกสารย้อนหลังได้กี่ปี
กรอบการประเมินแตกต่างกันตามประเภทภาษีและพฤติการณ์ กรณีปกติสั้นกว่ากรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อว่าแสดงรายการไม่ถูกต้อง และกิจการยังมีหน้าที่เก็บเอกสารทางบัญชีไว้ตามกฎหมายอย่างน้อยห้าปีอยู่แล้ว ในทางปฏิบัติจึงควรเตรียมใจว่าคำขออาจย้อนไปหลายรอบบัญชี
เตรียมข้อมูลและหลักฐาน
หลักฐานแบบใดที่ช่วยกลับผลการประเมินได้จริง
หลักฐานที่เชื่อมเส้นทางเงินกับเนื้องานได้ครบเป็นชุด ได้แก่ สัญญาหรือใบสั่งซื้อ หลักฐานการส่งมอบ ใบกำกับภาษี และรายการเดินบัญชีธนาคารที่ตรงกัน เอกสารเดี่ยว ๆ แม้ถูกต้องก็มักไม่พอ เพราะประเด็นที่ถูกตั้งคำถามคือความมีอยู่จริงของรายการ ไม่ใช่รูปแบบเอกสาร
เอกสารบางส่วนหายไปแล้ว จะทำอย่างไร
สร้างชุดหลักฐานทดแทนเท่าที่หาได้ เช่น สำเนาจากคู่ค้า รายการเดินบัญชี ใบสั่งซื้อในระบบ และคำอธิบายเป็นลายลักษณ์อักษรว่าเอกสารสูญหายเพราะเหตุใด การแสดงความพยายามอย่างเป็นระบบมีน้ำหนักมากกว่าการเงียบ และช่วยในชั้นพิจารณาเบี้ยปรับด้วย
ควรให้ผู้สอบบัญชีเดิมเข้ามาช่วยหรือไม่
ควรให้เข้ามาช่วยอธิบายวิธีการบันทึกและนโยบายบัญชีที่ใช้ เพราะเป็นผู้เห็นข้อมูลรอบนั้นโดยตรง แต่บทบาทในการโต้แย้งข้อกฎหมายและการยื่นอุทธรณ์ควรอยู่กับทีมที่รับผิดชอบคดี เพื่อไม่ให้คำชี้แจงแต่ละฉบับขัดกันเอง
คำชี้แจงควรเขียนยาวหรือสั้น
ควรสั้นแต่มีเอกสารอ้างอิงครบทุกข้อ คำชี้แจงที่ยาวโดยไม่มีหมายเลขเอกสารกำกับทำให้ประเด็นกระจายและเปิดคำถามใหม่โดยไม่จำเป็น รูปแบบที่ได้ผลคือแยกประเด็นเป็นข้อ แต่ละข้อมีข้อเท็จจริง เอกสารอ้างอิง และข้อสรุปสามบรรทัด
ชั้นอุทธรณ์และการชำระเงิน
ยื่นอุทธรณ์แล้วต้องชำระภาษีตามที่ประเมินไปก่อนไหม
การอุทธรณ์ไม่ทำให้หน้าที่ชำระระงับไปโดยอัตโนมัติ แต่สามารถยื่นคำร้องขอทุเลาการชำระพร้อมหลักประกันได้ ถ้าไม่ยื่นและไม่ชำระ เงินเพิ่มจะเดินต่อและอาจถูกดำเนินการยึดอายัด จึงควรยื่นคำร้องส่วนนี้พร้อมกับอุทธรณ์ในคราวเดียว
ชั้นอุทธรณ์ใช้เวลานานแค่ไหน
ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนและปริมาณเอกสาร โดยทั่วไปใช้เวลาหลายเดือนถึงเกินหนึ่งปี ระหว่างนั้นอาจมีการเรียกชี้แจงเพิ่มเป็นระยะ การตอบให้ตรงคำถามและตรงเวลาในแต่ละครั้งช่วยย่นระยะได้จริง มากกว่าการยื่นเอกสารจำนวนมากในครั้งเดียว
ขอลดเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มได้หรือไม่
เบี้ยปรับมีหลักเกณฑ์การพิจารณาลดตามพฤติการณ์ เช่น การให้ความร่วมมือ การยื่นเพิ่มเติมด้วยตนเองก่อนถูกตรวจพบ และความผิดพลาดที่ไม่ได้เกิดจากเจตนา ส่วนเงินเพิ่มซึ่งคิดตามระยะเวลาที่ค้างโดยทั่วไปมีกรอบเคร่งกว่ามาก การรีบปิดยอดจึงลดภาระส่วนนี้ได้ตรงที่สุด
ผ่อนชำระภาษีที่ถูกประเมินได้ไหม
ยื่นคำขอผ่อนชำระได้ โดยพิจารณาจากยอด ความสามารถในการชำระ และประวัติการปฏิบัติหน้าที่ทางภาษี ควรแนบประมาณการกระแสเงินสดที่สมจริงไปด้วย เพราะแผนผ่อนที่ผิดนัดกลางคันจะทำให้เจรจารอบถัดไปยากกว่าเดิมมาก
ชั้นศาลภาษีอากร
ฟ้องศาลภาษีอากรได้เมื่อใด
โดยทั่วไปต้องผ่านชั้นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ก่อน แล้วจึงนำคดีขึ้นสู่ศาลภาษีอากรภายในกำหนดเวลานับแต่ได้รับคำวินิจฉัย การข้ามขั้นตอนทำให้ศาลไม่รับฟ้อง จึงต้องวางลำดับให้ถูกตั้งแต่ต้นทาง
คดีภาษีในศาลต่างจากคดีแพ่งทั่วไปอย่างไร
ศาลภาษีอากรมีวิธีพิจารณาเฉพาะและผู้พิพากษาสมทบที่มีความรู้ด้านบัญชีและภาษี การนำเสนอจึงเน้นเอกสารและตัวเลขที่กระทบยอดได้มากกว่าการสืบพยานบุคคลจำนวนมาก คดีที่เตรียมกระดาษทำการมาอย่างเป็นระบบจึงได้เปรียบชัดเจน
ค่าใช้จ่ายในการขึ้นศาลประเมินอย่างไร
ประกอบด้วยค่าธรรมเนียมศาลตามทุนทรัพย์ ค่าวิชาชีพตามปริมาณงานจัดทำคำฟ้องและกระดาษทำการ และค่าใช้จ่ายพยานผู้เชี่ยวชาญถ้าจำเป็น เราจะประเมินเป็นช่วงเทียบกับยอดภาษีที่พิพาท เพื่อให้ตัดสินใจได้ว่าเดินต่อคุ้มหรือควรเจรจาปิดยอด
ระหว่างคดี กิจการยังดำเนินงานตามปกติได้ไหม
ดำเนินงานได้ตามปกติ แต่ต้องยื่นแบบและชำระภาษีของรอบปัจจุบันให้ตรงเวลาอย่างเคร่งครัด เพราะการค้างรอบใหม่ระหว่างพิพาทรอบเก่าจะกระทบทั้งการขอทุเลาและน้ำหนักในชั้นพิจารณา นี่คือจุดที่การแยกงานประจำกับงานคดีออกจากกันช่วยได้มาก
ป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ
ประเด็นใดที่ถูกประเมินบ่อยที่สุด
ที่พบซ้ำคือรายจ่ายที่พิสูจน์ผู้รับไม่ได้ ภาษีซื้อจากใบกำกับที่ผู้ออกมีปัญหา รายได้เงินสดที่ไม่เข้าระบบ การหักภาษี ณ ที่จ่ายไม่ครบประเภท และรายการที่ทำกับบริษัทในกลุ่มโดยไม่มีหลักฐานอธิบายที่มาของราคา ห้ากลุ่มนี้ครอบคลุมกรณีส่วนใหญ่ที่เราเห็น
ควรทำอะไรหลังคดีจบเพื่อไม่ให้เกิดอีก
ควรแปลงประเด็นที่ถูกตั้งคำถามให้เป็นขั้นตอนประจำ เช่น รายการใดต้องมีเอกสารแนบใดก่อนอนุมัติจ่าย ใครเป็นผู้ตรวจ และตรวจเมื่อใด แล้วทดสอบย้อนหลังทุกไตรมาส การแก้เฉพาะปีที่ถูกตรวจแต่ปล่อยวิธีทำงานเดิมคือสาเหตุที่หลายรายถูกเรียกซ้ำในรอบถัดไป
การยื่นแบบเพิ่มเติมด้วยตนเองช่วยลดความเสี่ยงไหม
ช่วยได้ เพราะการแก้ไขก่อนถูกตรวจพบเป็นพฤติการณ์ที่นำมาใช้พิจารณาลดเบี้ยปรับ และทำให้เงินเพิ่มหยุดเดินเร็วขึ้น แต่ควรคำนวณผลรวมให้ครบทุกภาษีที่เกี่ยวข้องก่อนยื่น มิฉะนั้นการแก้รายการเดียวอาจเปิดประเด็นใหม่ในภาษีอีกประเภทหนึ่ง
ทีมงานช่วยอะไรได้บ้างในระยะยาว
เราทำงานสองชั้น คือดูแลการยื่นแบบประจำเดือนและประจำปีให้ตรงเวลา และตรวจทานรายการเสี่ยงตามรายการที่เคยเป็นประเด็นก่อนปิดงบทุกปี พร้อมเก็บแฟ้มหลักฐานเรียงตามประเด็นเพื่อให้หยิบใช้ได้ทันทีหากมีหนังสือเข้ามาอีก
คำถามที่พบบ่อยของบริการอื่น
ตรวจทานล่าสุด โดย หัวหน้าฝ่ายภาษี · ที่ปรึกษาภาษีอากรและผู้ตรวจสอบภาษี (TA)