Skip to main content

บริการ · บัญชี ภาษี และตรวจสอบ

บัญชีและภาษีธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์

แยกค่าขนส่งที่ได้รับยกเว้นออกจากบริการโลจิสติกส์ คุมต้นทุนน้ำมันและซ่อมบำรุงรายคัน และปิดงบให้ทันทุกเดือน

เจ้าหน้าที่บัญชีขนส่งตรวจเอกสารค่าน้ำมันและใบส่งของในสำนักงานที่มองเห็นลานจอดรถบรรทุก
ต้นทุนรายคันบอกว่าคันไหนทำกำไร และคันไหนควรปรับราคาค่าขนส่ง

สรุปย่อ (AI Quick Answer)

ธุรกิจขนส่งมีจุดที่พลาดกันบ่อยสองเรื่อง เรื่องแรกคือการแยกประเภทรายได้ เพราะการรับขนส่งสินค้าในราชอาณาจักรกับบริการโลจิสติกส์แบบครบวงจรมีภาระภาษีมูลค่าเพิ่มไม่เหมือนกัน เรื่องที่สองคือต้นทุนรายคัน ซึ่งถ้าไม่แยกน้ำมัน ค่าซ่อม ยาง ค่าทางด่วน และค่าเบี้ยเลี้ยงพนักงานขับรถออกตามทะเบียนรถ เจ้าของจะไม่มีทางรู้ว่าคันไหนขาดทุน เรารับงานทั้งสองด้าน วางรหัสรายได้และรหัสต้นทุนรายคัน จัดการภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ผู้ว่าจ้างหักไว้ ตรวจเอกสารใบส่งของและใบตราส่งให้ครบ แล้วส่งรายงานกำไรรายเส้นทางให้ผู้บริหารใช้ตัดสินใจ

สอบถามเพื่อประเมินราคาประเมินราคาตามจำนวนรถ จำนวนเที่ยววิ่ง และเอกสารต่อเดือน

เหมาะกับใคร

  • ผู้ประกอบการรถบรรทุกที่รับงานจากโรงงานและผู้ว่าจ้างรายใหญ่
  • ธุรกิจรับส่งพัสดุและกระจายสินค้าในเขตเมือง
  • ผู้ให้บริการคลังสินค้าที่มีทั้งค่าเช่าพื้นที่และค่าขนส่ง
  • กิจการที่มีรถหลายสิบคันแต่ยังดูต้นทุนรวมทั้งกอง
  • ผู้ประกอบการที่ถูกผู้ว่าจ้างหักภาษี ณ ที่จ่ายทุกงวด

สิ่งที่ลูกค้าได้รับ

  • การแยกประเภทรายได้ขนส่งและบริการตามภาระภาษีที่ต่างกัน
  • รายงานต้นทุนรายคันแยกน้ำมัน ซ่อมบำรุง ยาง และค่าทางด่วน
  • การจัดเก็บและกระทบยอดหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย
  • รายงานกำไรขั้นต้นรายเส้นทางและรายลูกค้า
  • ทะเบียนทรัพย์สินรถและตารางค่าเสื่อมราคาแต่ละคัน
  • การยื่นแบบภาษีรายเดือนและปิดงบตามกำหนด

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • ใบอนุญาตประกอบการขนส่งและทะเบียนรถทุกคัน
  • ใบส่งของ ใบตราส่ง และหลักฐานการรับสินค้าปลายทาง
  • บิลน้ำมันแยกตามคันและบัตรเติมน้ำมันของพนักงานขับรถ
  • ใบแจ้งซ่อมและประวัติการบำรุงรักษารายคัน
  • สัญญาขนส่งและอัตราค่าบริการที่ตกลงกับผู้ว่าจ้าง
  • หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายที่ได้รับจากผู้ว่าจ้าง

ขั้นตอนการทำงาน

กระบวนการ 6 ขั้น

  1. 1

    ตรวจลักษณะงานที่รับจริง

    แยกให้ชัดว่างานใดเป็นการรับขนของ และงานใดเป็นบริการที่มากกว่าการขน

  2. 2

    วางรหัสรายได้และรหัสต้นทุนรายคัน

    ผูกทุกรายจ่ายกับทะเบียนรถ เพื่อให้ต้นทุนรายคันเกิดขึ้นเองจากการบันทึกประจำวัน

  3. 3

    จัดระบบเอกสารขนส่งให้ครบวงจร

    กำหนดวิธีเก็บใบส่งของและหลักฐานปลายทาง เพื่อให้วางบิลได้เร็วและใช้เป็นหลักฐานทางภาษี

  4. 4

    จัดการภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ถูกหักไว้

    ติดตามหนังสือรับรองให้ครบทุกงวด แล้วกระทบกับรายได้ก่อนใช้เครดิตภาษี

  5. 5

    วิเคราะห์กำไรรายเส้นทาง

    เทียบรายได้กับต้นทุนจริงของแต่ละเส้นทาง เพื่อชี้เส้นทางที่ควรปรับราคา

  6. 6

    ปิดงบและวางแผนภาษีของกองรถ

    ปิดงบตามกำหนดพร้อมพิจารณาผลทางภาษีของการซื้อหรือเปลี่ยนรถในรอบถัดไป

พื้นที่ให้บริการ

คู่มือภาษีเฉพาะจังหวัด

เราให้บริการครบ 77 จังหวัดผ่านระบบยื่นออนไลน์ ส่วนหน้าคู่มือด้านล่างเป็นจังหวัดที่เราเขียนข้อมูลเฉพาะพื้นที่ไว้จริง เช่น สำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่ดูแล และอุตสาหกรรมหลักของจังหวัด

กรุงเทพมหานครสมุทรปราการนนทบุรีปทุมธานีพระนครศรีอยุธยาอ่างทองลพบุรีสิงห์บุรีชัยนาทสระบุรีนครนายกสมุทรสาครสมุทรสงครามนครปฐมสุพรรณบุรีฉะเชิงเทราปราจีนบุรีสระแก้วชลบุรีระยองจันทบุรีตราดกาญจนบุรีราชบุรีเพชรบุรีประจวบคีรีขันธ์ตากเชียงใหม่เชียงรายลำปางลำพูนแม่ฮ่องสอนน่านพะเยาแพร่อุตรดิตถ์สุโขทัยพิษณุโลกพิจิตรเพชรบูรณ์กำแพงเพชรนครสวรรค์อุทัยธานีขอนแก่นมหาสารคามร้อยเอ็ดกาฬสินธุ์ชัยภูมินครราชสีมาบุรีรัมย์สุรินทร์ศรีสะเกษอุบลราชธานียโสธรอำนาจเจริญมุกดาหารอุดรธานีหนองบัวลำภูเลยสกลนครนครพนมหนองคายบึงกาฬชุมพรระนองสุราษฎร์ธานีพังงาภูเก็ตกระบี่นครศรีธรรมราชตรังพัทลุงสตูลสงขลาปัตตานียะลานราธิวาส

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

การให้บริการขนส่งในราชอาณาจักรได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากร แต่หากงานนั้นมีบริการอื่นรวมอยู่ด้วย ส่วนที่ไม่ใช่การขนอาจต้องเสียภาษี

คำตอบนี้ช่วยได้ไหม

พร้อมเริ่มต้นกับ บัญชีและภาษีธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ หรือยัง?

ขอคำปรึกษา 30 นาที ผ่าน LINE โทร หรืออีเมล

ติดต่อเรา