Skip to main content
กลับสู่บทความทั้งหมด

บัญชีรายเดือน / Bookkeeping

ต้องส่งเอกสารอะไรให้สำนักงานบัญชีทุกเดือน: เช็คลิสต์เอกสารและกำหนดยื่น ภ.พ.30 กับ ภ.ง.ด.

2026-10-07 9 minหัวหน้าฝ่ายบัญชี (CPA)
นักบัญชีกำลังตรวจสอบเอกสารบัญชีรายเดือนของบริษัทในสำนักงานบัญชี
นักบัญชีกำลังตรวจสอบเอกสารบัญชีรายเดือนของบริษัทในสำนักงานบัญชี

เขียนโดย

หัวหน้าฝ่ายบัญชี (CPA)

ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ขึ้นทะเบียนสภาวิชาชีพบัญชี

ปิดงบและเซ็นรับรองงบการเงินให้ธุรกิจ SME และบริษัทต่างชาติมากว่า 10 ปี ดูแลมาตรฐาน TFRS for NPAEs และการวางผังบัญชีตั้งแต่วันแรกของกิจการ

ตรวจทานโดย

หัวหน้าฝ่ายภาษี

ที่ปรึกษาภาษีอากรและผู้ตรวจสอบภาษี (TA)

ตรวจความถูกต้องของข้อกฎหมายและตัวเลขก่อนเผยแพร่ · เผยแพร่ 2026-10-07 · แก้ไขล่าสุด 2026-10-07

ดูคุณวุฒิผู้ตรวจทาน

งานบัญชีรายเดือนจะเสร็จทันกำหนดหรือไม่ ขึ้นกับว่าเอกสารมาถึงผู้ทำบัญชีครบและเร็วแค่ไหน ถ้าขาดใบกำกับภาษีหรือหนังสือรับรองการหักภาษีไปเพียงไม่กี่ใบ ตัวเลขในแบบภาษีก็ผิดหรือยื่นช้า ซึ่งทำให้ต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของภาษีที่ชำระช้า บทความนี้สรุปว่าแต่ละเดือนควรรวบรวมอะไร ควรส่งเมื่อไร และเก็บต้นฉบับไว้นานเท่าไร

Loading table of contents

1) ฝั่งรายรับ: ใบกำกับภาษีขาย ใบเสร็จ ใบลดหนี้

ส่งสำเนาใบกำกับภาษีขาย ใบแจ้งหนี้ และใบเสร็จรับเงินทุกใบที่ออกในเดือนนั้น เลขที่ควรต่อเนื่อง ถ้ามีใบที่ยกเลิก ให้ส่งฉบับที่ยกเลิกมาด้วยแทนการทิ้ง ใบลดหนี้และใบเพิ่มหนี้ต้องระบุเหตุที่ออก เพราะมีผลต่อยอดภาษีขายของเดือนที่ออกเอกสาร บริษัทที่ใช้ e-Tax Invoice ให้ส่งรายงานสรุปจากระบบแทนการพิมพ์ทีละใบ

ร้านออนไลน์ที่รับเงินผ่านแพลตฟอร์มหรือ Payment Gateway ให้ส่งรายงานการโอนเงิน (settlement) ที่แยกค่าธรรมเนียมไว้ เพราะรายได้ต้องลงตามยอดขายเต็ม ส่วนเงินที่แพลตฟอร์มหักไว้ลงเป็นรายจ่ายอีกบรรทัดหนึ่ง

2) ฝั่งรายจ่าย: ใบกำกับภาษีซื้อและหนังสือรับรองการหักภาษี

ใบกำกับภาษีซื้อควรส่งทันทีที่ได้รับ ภาษีซื้อนำไปเครดิตในเดือนที่ได้รับใบกำกับ หรือเดือนถัดไปได้ไม่เกิน 6 เดือนนับจากเดือนที่ออกใบกำกับ (มาตรา 82/3) ตรวจก่อนส่งว่าชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของบริษัทถูกต้อง และระบุสำนักงานใหญ่หรือสาขาตรงกับที่จดทะเบียน

ทุกครั้งที่จ่ายค่าบริการ ค่าเช่า ค่าขนส่ง หรือค่าโฆษณา ให้ส่งสำเนาหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ที่ออกให้ผู้รับเงินด้วย ผู้ทำบัญชีจะนำไปยื่น ภ.ง.ด.3 เมื่อผู้รับเงินเป็นบุคคลธรรมดา และ ภ.ง.ด.53 เมื่อผู้รับเงินเป็นนิติบุคคล ส่วนค่าใช้จ่ายที่พนักงานสำรองจ่าย ให้แนบใบเบิกที่มีลายเซ็นผู้อนุมัติ

3) เงินเดือนและประกันสังคม

ส่งสรุปเงินเดือน ค่าล่วงเวลา โบนัส และรายชื่อพนักงานเข้าออกของเดือน ข้อมูลนี้ใช้คำนวณ ภ.ง.ด.1 ซึ่งกำหนดกระดาษคือวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ส่วนวันที่ 15 เป็นกำหนดออนไลน์ตามมาตรการขยายเวลา ขณะที่เงินสมทบประกันสังคมนำส่งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ถ้ามีพนักงานใหม่ ให้แจ้งเลขบัตรประชาชนและวันเริ่มงานด้วย เพื่อขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนให้ทันกำหนด

4) ธนาคารและเงินสด

ส่งรายการเดินบัญชี (statement) ของทุกบัญชีที่เปิดในชื่อบริษัททุกเดือน รวมถึงบัญชีที่แทบไม่มีรายการ ผู้ทำบัญชีจะกระทบยอดเงินเข้ากับยอดขาย และเงินออกกับเอกสารรายจ่าย รายการที่หาเอกสารไม่ได้ควรเขียนคำอธิบายสั้น ๆ กำกับไว้ ภายใต้กฎหมาย e-Payment สถาบันการเงินต้องรายงานบัญชีที่รับโอนถี่ตามเกณฑ์ให้กรมสรรพากร ยอดเงินเข้าที่ไม่ตรงกับยอดขายจึงควรอธิบายได้

ถ้ามีเงินสดย่อย ให้ส่งทะเบียนคุมเงินสดย่อยพร้อมใบเสร็จ ยอดเงินสดคงเหลือในบัญชีที่สูงผิดปกติมักแปลว่ามีรายจ่ายที่ยังไม่ได้บันทึก

5) กำหนดยื่นแบบที่ควรรู้

ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 ยื่นแบบกระดาษภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ยื่นออนไลน์ได้ถึงวันที่ 15 ส่วน ภ.พ.30 ยื่นแบบกระดาษภายในวันที่ 15 และยื่นออนไลน์ได้ถึงวันที่ 23 ตามมาตรการขยายเวลาของกรมสรรพากร ซึ่งต่ออายุเป็นคราว ๆ จึงควรเช็กประกาศล่าสุด เพื่อให้มีเวลาตรวจตัวเลขก่อนยื่น สำนักงานบัญชีส่วนใหญ่จึงขอให้ลูกค้าส่งเอกสารภายในต้นเดือน

6) ต้องเก็บต้นฉบับนานแค่ไหน

ภาพถ่ายหรือไฟล์สแกนช่วยให้ลงบัญชีได้เร็ว แต่ยังต้องเก็บเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปีนับจากวันปิดบัญชี ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 14 และรายงานภาษีซื้อภาษีขายกับใบกำกับภาษีก็ต้องเก็บไว้ 5 ปีเช่นกันตามประมวลรัษฎากร มาตรา 87/3 ควรจัดแฟ้มตามเดือนให้หยิบได้ทันทีเมื่อสรรพากรขอดู

แหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบได้

ทุกข้อความในหน้านี้อิงตัวบทและเอกสารของหน่วยงานที่ออกกฎเอง ลิงก์ด้านล่างเปิดไปยังเว็บไซต์ต้นทางโดยตรง หากตัวบทมีการแก้ไข ให้ยึดฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นสำคัญ

  1. 1. ประมวลกฎหมาย

    ประมวลรัษฎากร

    กรมสรรพากร

    ตัวบทหลักของภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ พร้อมกฎกระทรวงและคำสั่งที่ออกตามความในประมวล

  2. 2. พระราชบัญญัติ

    พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543

    กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

    หน้าที่จัดทำบัญชี คุณสมบัติผู้ทำบัญชี ระยะเวลาเก็บรักษาบัญชีและเอกสาร และกำหนดนำส่งงบการเงิน

  3. 3. ระบบ/แบบฟอร์มราชการ

    ระบบยื่นแบบผ่านอินเทอร์เน็ตของกรมสรรพากร

    กรมสรรพากร

    ช่องทางยื่นแบบและชำระภาษีออนไลน์ พร้อมกำหนดเวลาขยายเพิ่มสำหรับการยื่นทางอิเล็กทรอนิกส์

สรุป

ถ้าไม่แน่ใจว่าเอกสารที่ส่งแต่ละเดือนครบหรือยัง ทีม CPA และนักบัญชีภาษีของเราช่วยจัดเช็คลิสต์ให้เหมาะกับธุรกิจคุณ และเสนอราคาก่อนเริ่มงาน โทร 092-0170000 หรือดูขอบเขตงานได้ที่หน้าบริการทำบัญชีรายเดือน

ปรึกษาทีมเราฟรี

คำถามที่พบบ่อย

ส่งเอกสารช้ากว่าที่สำนักงานบัญชีกำหนดได้ไหม?+

ได้ แต่ควรแจ้งล่วงหน้า เพราะแบบภาษีต้องยื่นตามกำหนดของกรมสรรพากรอยู่ดี ถ้ายื่นไปก่อนแล้วมีเอกสารตามมา อาจต้องยื่นแบบเพิ่มเติมและเสียเงินเพิ่มส่วนที่ชำระขาด

ยังไม่ได้จด VAT ต้องส่งใบเสร็จทุกใบไหม?+

ต้องส่ง เพราะรายได้และรายจ่ายทุกรายการต้องลงบัญชี ไม่ว่าจะจดภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ และยอดขายสะสมยังใช้ดูว่าเมื่อไรรายได้ถึง 1.8 ล้านบาทต่อปีที่ต้องจด VAT

ส่งรูปถ่ายเอกสารแทนตัวจริงได้ไหม?+

ใช้ลงบัญชีได้ แต่ต้องเก็บต้นฉบับไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี ตามกฎหมายการบัญชีและประมวลรัษฎากร ถ้าเป็น e-Tax Invoice ไฟล์อิเล็กทรอนิกส์นั้นถือเป็นต้นฉบับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด →
Loading related articles