Market entry / เข้าตลาดไทย
สาขา บริษัทย่อย หรือสำนักงานผู้แทนในไทย: บัญชีและภาษีต่างกันอย่างไร

เขียนโดย
หุ้นส่วนผู้จัดการ
ทนายความอาวุโส สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์
ที่ปรึกษากฎหมายธุรกิจกว่า 15 ปี ดูแลงานควบรวมกิจการ สัญญาการค้า และข้อพิพาทพาณิชย์ระหว่างประเทศให้ลูกค้าองค์กร
ตรวจทานโดย
หัวหน้าฝ่ายบัญชี (CPA)
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ขึ้นทะเบียนสภาวิชาชีพบัญชี
ตรวจความถูกต้องของข้อกฎหมายและตัวเลขก่อนเผยแพร่ · เผยแพร่ 2027-04-10 · แก้ไขล่าสุด 2027-04-10
ดูคุณวุฒิผู้ตรวจทานการเลือกรูปแบบมักถูกมองเป็นเรื่องใบอนุญาต แต่สิ่งที่กลุ่มบริษัทต่างชาติต้องอยู่ด้วยทุกเดือนหลังจากนั้นคือผลทางบัญชี สาขากับบริษัทย่อยอาจดูคล้ายกันในผังองค์กร แต่ให้หน้าที่ยื่นแบบต่างกัน รับรู้ต้นทุนของสำนักงานใหญ่ต่างกัน และให้คำตอบต่างกันเมื่อกลุ่มบริษัทต้องการนำกำไรออก บทความนี้เทียบความต่างเหล่านั้นในภาษาที่ฝ่ายการเงินใช้จริง
1) แต่ละรูปแบบคืออะไรกันแน่
บริษัทย่อยคือบริษัทไทยที่กลุ่มบริษัทต่างชาติถือหุ้น มีสภาพบุคคลของตนเอง มีทุนของตนเอง และมีงบการเงินของตนเอง ส่วนสาขาคือนิติบุคคลต่างประเทศรายเดียวกันที่เข้ามาดำเนินงานในไทย กิจกรรมในไทยจึงเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทแม่ ไม่ใช่บริษัทแยกต่างหาก ขณะที่สำนักงานผู้แทนเป็นการมีอยู่แบบไม่ค้าขาย จำกัดเฉพาะกิจกรรมสนับสนุนที่กำหนดไว้ หารายได้ในไทยไม่ได้ และรับเงินสนับสนุนจากสำนักงานใหญ่ทั้งหมด
ความต่างนี้ส่งผลต่อทุกเรื่องที่ตามมา บริษัทย่อยทำสัญญาในชื่อตนเองและรับผิดเอง สาขาผูกพันบริษัทแม่ ส่วนสำนักงานผู้แทนไม่ควรทำสัญญากับลูกค้าเลย เพราะเป็นทางลัดที่สุดที่จะทำให้เสียสถานะ
2) เทียบหน้าที่ในการยื่นแบบ
ทั้งสามรูปแบบต้องเก็บบัญชีตามกฎหมายไทยและยื่นงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบ บริษัทย่อยรายงานผลของตนเอง สาขารายงานผลของการดำเนินงานในไทย ซึ่งต้องมีวิธีปันส่วนสิ่งที่ใช้ร่วมกับบริษัทแม่ที่อธิบายได้ ส่วนสำนักงานผู้แทนยังต้องยื่นงบที่ผ่านการตรวจสอบแม้ไม่มีรายได้ เพราะต้องแสดงรายจ่ายและแหล่งเงินที่นำมาใช้
งานรายเดือนของทั้งสามใกล้เคียงกัน คือหักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินที่จ่ายออก เงินสมทบประกันสังคมของพนักงาน และภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อจดทะเบียนและเริ่มค้าขาย สำนักงานผู้แทนเบาที่สุดแต่ไม่ได้รับยกเว้น ยังต้องหักและรายงานจากเงินที่จ่าย ทั้งเงินเดือนและค่าบริการในประเทศ
3) การเสียภาษีจากกำไรและการส่งกำไรกลับ
บริษัทย่อยเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรแล้วจ่ายเงินปันผล ซึ่งมีวิธีหักภาษีของตนเองและอาจลดลงตามอนุสัญญาภาษีซ้อน ส่วนสาขาเสียภาษีจากกำไรของการดำเนินงานในไทย และการส่งกำไรกลับสำนักงานใหญ่เป็นเหตุการณ์ที่มีผลทางภาษีในตัวเอง การเปรียบเทียบสองแบบนี้จึงต้องดูภาระรวมตั้งแต่หากำไรจนถึงนำเงินออก ไม่ใช่ดูอัตราภาษีบรรทัดเดียว
สำนักงานผู้แทนไม่มีรายได้จึงไม่มีกำไรให้เสียภาษี ต้นทุนของมันคือค่าใช้จ่ายล้วน ทั้งค่าพนักงาน ค่าสถานที่ และเงินที่สำนักงานใหญ่ส่งมาชดเชย ซึ่งทั้งหมดยังต้องมีเอกสารรองรับให้ครบ
4) ค่าใช้จ่ายจากสำนักงานใหญ่ คือจุดชี้ขาด
ค่าบริหารจัดการ ค่าระบบสารสนเทศ และค่าบริการร่วมที่บริษัทแม่เรียกเก็บ จะถือเป็นรายจ่ายได้ต่อเมื่อหน่วยงานในไทยได้รับบริการจริง จำนวนที่เรียกเก็บสมเหตุสมผลเชิงพาณิชย์ และแสดงเกณฑ์การปันส่วนได้ กลุ่มบริษัทที่เรียกเก็บเป็นร้อยละของยอดขายโดยไม่มีคำอธิบายบริการรองรับ จะเสียสิทธิรายจ่ายและยังมีประเด็นภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากการจ่ายนั้นตามมาด้วย
ในกรณีสาขาประเด็นนี้ยิ่งคมขึ้น เพราะสาขากับสำนักงานใหญ่เป็นนิติบุคคลเดียวกัน การปันส่วนภายในจึงไม่ใช่รายการระหว่างสองฝ่าย การบันทึกเกณฑ์ปันส่วนไว้ก่อนเริ่มเรียกเก็บ แทนการไปชี้แจงในอีกสามปีข้างหน้า คือความต่างจริงระหว่างโครงสร้างที่ใช้งานได้กับโครงสร้างที่สร้างการประเมิน
5) รูปแบบไหนมีต้นทุนดำเนินงานต่ำกว่า
สำหรับกิจการค้าขายทั่วไป บริษัทย่อยเรียบง่ายและถูกกว่าในแง่งานบัญชีต่อเนื่อง เพราะทุกอย่างเป็นของตนเองและไม่ต้องทำงานปันส่วน ส่วนสาขาเหมาะกับกลุ่มที่สัญญาต้องอยู่ในชื่อบริษัทแม่ โดยแลกกับงานปันส่วนที่ต้องทำตลอด ขณะที่สำนักงานผู้แทนดำเนินงานถูกที่สุดและทำได้จำกัดที่สุด เหมาะกับการศึกษาตลาด แต่ใช้ไม่ได้เมื่อเริ่มขาย
เราประเมินการเปรียบเทียบนี้จากแผนจริง ทั้งสัญญาที่คาดว่าจะมี จำนวนพนักงาน รูปแบบการวางบิล และวิธีที่กลุ่มบริษัทต้องการเคลื่อนย้ายกำไร การตรวจชุดนี้ให้ทั้งข้อเสนอแนะและใบเสนอราคา เพราะปริมาณงานต่างกันตามรูปแบบ ส่งแผนมาทางหน้าติดต่อแล้วเราจะสรุปให้เห็นภาพ
สรุป
เลือกโครงสร้างจากผลทางบัญชีที่ต้องอยู่ด้วยในระยะยาว ไม่ใช่จากค่าจัดตั้งครั้งเดียว ส่งกิจกรรมที่ตั้งใจทำ แผนกำลังคน และรูปแบบการทำสัญญามาทางหน้าติดต่อ แล้วเราจะเทียบทั้งสามแบบพร้อมภาระงานตามกฎหมายของแต่ละแบบให้เห็นเคียงกัน
ปรึกษาทีมเราฟรีคำถามที่พบบ่อย
สำนักงานผู้แทนออกใบแจ้งหนี้ให้ลูกค้าในไทยได้ไหม+
ไม่ได้ เพราะถูกจำกัดให้ทำเฉพาะกิจกรรมสนับสนุนที่ไม่ใช่การค้าและหารายได้ในไทยไม่ได้ การออกใบแจ้งหนี้ให้ลูกค้าทำให้สถานะมีความเสี่ยงและสร้างการมีอยู่ที่ต้องเสียภาษีซึ่งไม่เคยจดทะเบียนไว้
สาขาเปลี่ยนเป็นบริษัทย่อยภายหลังได้หรือไม่+
ไม่มีวิธีแปลงสภาพแบบตรงไปตรงมา ในทางปฏิบัติคือจัดตั้งบริษัทขึ้นใหม่แล้วโอนกิจการ ซึ่งมีประเด็นการโอนทรัพย์สิน ภาษีมูลค่าเพิ่ม ความต่อเนื่องของลูกจ้าง และการโอนสิทธิตามสัญญา การวางแผนการโอนก่อนเริ่มถูกกว่าการมาแก้ทีหลังมาก
บทความที่เกี่ยวข้อง
ดูทั้งหมด →BOI ปีที่ 3: จุดที่บริษัทถูกเรียกคืนภาษี CIT ย้อนหลังมากที่สุด
รายงานภายในจากกรณีจริง 12 ราย พบว่าสาเหตุการถูกทบทวนสิทธิ BOI ไม่ใช่รายได้ต่ำกว่าเป้า แต่คือหลักฐาน fixed asset ไม่ตรงกับใบขนสินค้าเข้า
จดทะเบียนบริษัทต่างจังหวัด: ขั้นตอนกลางกับรายละเอียดพื้นที่
ขั้นตอนจดทะเบียนเป็นมาตรฐานเดียวทั้งประเทศ แต่หลักฐานที่ตั้งสำนักงานและงานที่ตามมาหลังจดต่างกันตามพื้นที่
ปิดบริษัทและชำระบัญชีต่างจังหวัด: ลำดับขั้นและกับดักที่พบบ่อย
การปิดบริษัทไม่ใช่แค่หยุดดำเนินงาน แต่ต้องชำระบัญชี ยื่นเรื่องที่เกี่ยวข้องให้ครบ และเก็บเอกสารต่ออีกระยะหนึ่ง