บริการสำหรับเจ้าของกิจการอินเดีย
ภาษีธุรกิจเฉพาะ ภ.ธ.40 สำหรับรายได้ที่อยู่นอกระบบ VATสำหรับบริษัททุนอินเดียในประเทศไทย
ผู้ประกอบการอินเดียในไทยมักทำการค้า อัญมณี สิ่งทอ หรือธุรกิจไอที ที่มีคู่ค้าทั้งในและนอกประเทศ การแยกรายการซื้อขายในประเทศกับการนำเข้าจึงมีผลต่อภาษีมูลค่าเพิ่มโดยตรง
ภาษีธุรกิจเฉพาะมักโผล่ขึ้นในกิจการต่างชาติเมื่อบริษัทแม่ให้กู้ยืมโดยคิดดอกเบี้ย หรือมีการขายอาคารที่เคยใช้ประกอบกิจการ เราอ่านสัญญาฉบับต่างประเทศก่อนสรุปว่ารายการนั้นเข้าข่ายหรือไม่
เริ่มงานกับเราอย่างไร
ขั้นตอนการทำงานและเอกสารที่ต้องเตรียม
งานภาษีธุรกิจเฉพาะเริ่มจากตรวจว่ากิจกรรมที่ทำอยู่เข้าข่ายต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแทนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ เช่น การให้กู้ยืมเป็นปกติธุระ หรือการขายอสังหาริมทรัพย์เชิงการค้า จากนั้นจดทะเบียน คำนวณฐานภาษี และยื่น ภ.ธ.40 เป็นรายเดือน
สำหรับกิจการทุนอินเดีย เราจัดรอบรายงานให้ตรงกับปฏิทินของบริษัทแม่ และสรุปประเด็นภาษีเป็นภาษาอังกฤษควบคู่ภาษาไทยทุกงวด
วันที่ 1–3
1. ตรวจว่าเข้าข่ายหรือไม่
อ่านสัญญาและลักษณะรายได้จริง ไม่ใช่ดูแค่ชื่อวัตถุประสงค์ที่จดไว้ เพราะการเข้าข่ายภาษีธุรกิจเฉพาะดูที่ลักษณะการประกอบกิจการ
สัปดาห์ที่ 1
2. จดทะเบียนและตั้งระบบบันทึก
ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ และตั้งทะเบียนรายรับที่แยกฐานภาษีของแต่ละประเภทกิจกรรมออกจากกันตั้งแต่ต้น
ทุกเดือน
3. คำนวณฐานภาษีและยื่น ภ.ธ.40
คำนวณจากรายรับก่อนหักรายจ่าย พร้อมภาษีท้องถิ่นที่เก็บเพิ่มจากภาษีธุรกิจเฉพาะ แล้วยื่นภายในกำหนดของเดือนถัดไป
รายปี
4. สอบทานสถานะและการซ้อนกับ VAT
ทบทวนว่ารายได้ส่วนใดยังอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มและส่วนใดอยู่ในภาษีธุรกิจเฉพาะ เพื่อไม่ให้เสียซ้ำหรือขาดยื่นด้านใดด้านหนึ่ง
เอกสารเบื้องต้นแยกตามประเภทผู้ใช้บริการ
บริษัทจำกัด / ห้างหุ้นส่วน
- สัญญากู้ยืมหรือสัญญาที่ก่อให้เกิดดอกเบี้ยรับ
- รายงานรายรับรายเดือนแยกตามประเภทกิจกรรม
- เอกสารจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะและใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี)
เจ้าของกิจการ / บุคคลธรรมดา
- สัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์และหลักฐานวันที่ได้มา
- หลักฐานการชำระภาษีที่กรมที่ดินเรียกเก็บ ณ วันโอน
กิจการที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติ / BOI
- โครงสร้างการให้กู้ยืมระหว่างบริษัทในเครือ พร้อมอัตราดอกเบี้ยที่ใช้
ข้อควรระวังก่อนเริ่ม
- การให้บริษัทในเครือกู้ยืมโดยคิดดอกเบี้ย อาจถูกถือว่าเป็นการประกอบกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์และเข้าข่ายภาษีธุรกิจเฉพาะ
- การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ถือครองไม่ถึงเกณฑ์เวลา มักถูกมองว่าเป็นการค้าและต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
- ภาษีธุรกิจเฉพาะคำนวณจากรายรับ ไม่ใช่กำไร การคิดว่าปีนี้ขาดทุนจึงไม่ต้องยื่นเป็นความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
ส่งรายการเอกสารเท่าที่มีอยู่ตอนนี้มาก่อนได้เลย เราจะตอบกลับว่ายังขาดชิ้นไหน ใช้เวลาประมาณเท่าใด แล้วจึงเสนอขอบเขตงานและค่าบริการเป็นรายกรณี ทักไลน์ @THAIL หรือโทร 092-0170000
สิ่งที่กิจการทุนอินเดียต้องดูแลในประเทศไทย
นักลงทุนอินเดียที่เข้ามาตั้งบริษัทในไทยส่วนใหญ่อยู่ในธุรกิจไอที ยา สิ่งทอ หรือการค้าอัญมณี และมักบริหารผ่านครอบครัวหรือกลุ่มธุรกิจที่มีบริษัทแม่จดทะเบียนในมุมไบหรือเดลี รูปแบบการกำกับดูแลของกลุ่มมักผสมระหว่างความเป็นกันเองแบบครอบครัวกับข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับหลักทรัพย์อินเดียที่ต้องการรายละเอียดการลงทุนในต่างประเทศครบถ้วน ทีมบัญชีไทยจึงต้องส่งรายงานที่ครบทั้งตัวเลขและคำอธิบายเชิงธุรกิจ ไม่ใช่เพียงงบทดลองที่ขาดบริบท
เมื่อกลุ่มแม่ในอินเดียถือหุ้นในบริษัทไทยผ่านโครงสร้างที่มีการลงทุนซ้อนหลายชั้น รายงานประจำปีที่ส่งกลับต้องระบุแหล่งที่มาของเงินลงทุน มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ และผลประกอบการของบริษัทไทยตามแบบฟอร์มการรายงานเงินลงทุนต่างประเทศที่ธนาคารกลางอินเดียกำหนด ความล่าช้าในการปิดบัญชีที่ไทยจึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำหนดยื่นรายงานของบริษัทแม่ เราจึงวางระบบปิดบัญชีที่ผลิตตัวเลขพร้อมคำอธิบายความเคลื่อนไหวของเงินลงทุนให้ทันตามกำหนดฝั่งอินเดีย
บริษัทลูกอินเดียในไทยจำนวนมากมีรายการระหว่างกันที่เป็นค่าธรรมเนียมทางเทคนิคหรือค่าบริการสนับสนุนซอฟต์แวร์ที่จ่ายกลับไปยังบริษัทแม่หรือบริษัทพี่น้องเป็นประจำทุกเดือน รายการเหล่านี้อยู่ในสายตาของทั้งกรมสรรพากรไทยและหน่วยงานภาษีของอินเดียซึ่งมีกฎเกณฑ์ราคาโอนที่เข้มงวดของตนเอง การจัดเอกสารสนับสนุนให้พร้อมตั้งแต่ต้นปีช่วยลดความเสี่ยงที่ตัวเลขจะถูกตั้งคำถามพร้อมกันจากทั้งสองฝั่ง
ปฏิทินรายงานของบริษัทแม่และชุดงบตรวจสอบกลุ่ม
ปีภาษีของอินเดียเริ่มเดือนเมษายนและสิ้นสุดมีนาคม ต่างจากปีปฏิทินที่บริษัทไทยส่วนใหญ่ใช้ ทำให้บริษัทแม่มักขอตัวเลขกลางปีของบริษัทไทยเพื่อประกอบการยื่นรายงานเงินลงทุนต่างประเทศและการปิดงบรวมของกลุ่มในเดือนมีนาคม เราจัดทำงบทดลองชั่วคราว ณ จุดตัดที่กลุ่มต้องการ พร้อมหมายเหตุอธิบายรายการที่ยังไม่ปิดสมบูรณ์ตามรอบภาษีไทย เพื่อให้ฝ่ายบัญชีกลางในอินเดียนำไปรวมกับบริษัทในเครือประเทศอื่นได้โดยไม่ต้องรอจนสิ้นปีภาษีไทย
อนุสัญญาภาษีซ้อนไทย–อินเดีย
รายจ่ายประเภทเงินปันผล ดอกเบี้ย ค่าสิทธิ ตลอดจนค่าบริการทางเทคนิคที่บริษัทลูกในไทยส่งกลับไปยังบริษัทแม่ในอินเดียนั้นอาจเข้าหลักเกณฑ์อัตราหัก ณ ที่จ่ายที่ผ่อนปรนลงตามอนุสัญญาภาษีซ้อนไทย–อินเดีย ทว่าค่าบริการทางเทคนิคมักถูกตีความแยกจากค่าบริการทั่วไป และการมีสถานประกอบการถาวรในไทยอาจเกิดขึ้นได้แม้ไม่มีสำนักงานถาวรหากมีบุคลากรเข้ามาปฏิบัติงานต่อเนื่อง เราตรวจลักษณะรายได้และระยะเวลาที่บุคลากรอินเดียเข้ามาทำงานในไทยก่อนสรุปว่าจะขอใช้สิทธิ์ตามอนุสัญญาได้หรือไม่ และช่วยเตรียมหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ทางภาษีจากทางการอินเดียประกอบการยื่นต่อกรมสรรพากรไทย
เอกสารราคาโอนสำหรับกลุ่มทุนอินเดีย
กลุ่มทุนอินเดียส่วนใหญ่คุ้นเคยกับกฎราคาโอนที่เข้มงวดในประเทศตนเองอยู่แล้ว จึงมักมีนโยบายกำหนดราคาระดับกลุ่มพร้อมรายงานเปรียบเทียบราคาตลาดที่จัดทำไว้แล้วบางส่วน งานของเราคือปรับนโยบายนั้นให้สอดคล้องกับรูปแบบแฟ้มข้อมูลท้องถิ่นที่ต้องจัดทำเมื่อรายได้ผ่านเกณฑ์ที่ทางการไทยวางไว้และมีธุรกรรมกับบริษัทในเครือ พร้อมตรวจสอบว่าฐานข้อมูลเปรียบเทียบที่ใช้ในอินเดียยังเหมาะสมกับตลาดไทยหรือไม่ ก่อนนำมาอ้างอิงในรายงานที่ยื่นต่อกรมสรรพากรไทย
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในบริษัทลูกทุนอินเดีย
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือการบันทึกค่าธรรมเนียมทางเทคนิคที่จ่ายกลับไปยังบริษัทแม่โดยไม่หักภาษี ณ ที่จ่ายให้ครบตามอัตราปกติก่อน แล้วค่อยไปขอใช้สิทธิ์ตามอนุสัญญาย้อนหลัง ซึ่งทำให้เกิดภาระดอกเบี้ยหากตรวจพบภายหลัง อีกกรณีคือการส่งพนักงานอินเดียเข้ามาดูแลโครงการในไทยเป็นเวลานานโดยไม่ประเมินว่าเกิดสถานประกอบการถาวรหรือไม่ ทำให้รายได้บางส่วนที่ควรเสียภาษีในไทยยังไม่ถูกนำมารวมคำนวณ เราตรวจทั้งสองประเด็นนี้ตั้งแต่ต้นปีก่อนเป็นปัญหาสะสม
ความเป็นจริงด้านภาษาและเอกสาร
ผู้บริหารอินเดียที่ดูแลกิจการในไทยมักสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษได้คล่องและคาดหวังรายงานที่ให้เหตุผลประกอบตัวเลขอย่างละเอียด ไม่ใช่แค่สรุปยอดรวม เราจึงจัดทำรายงานที่มีคำอธิบายรายการสำคัญแนบท้ายงบทุกครั้ง พร้อมแปลเอกสารราชการไทยที่เกี่ยวข้องเป็นภาษาอังกฤษให้ทีมกฎหมายและบัญชีของกลุ่มในอินเดียตรวจสอบได้เอง โดยไม่ต้องพึ่งล่ามหรือผู้แปลบุคคลที่สามในการประชุมทุกครั้ง
ปฏิทินการยื่นภาษีของไทยที่ต้องเดินตาม
อีกด้านหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือหน้าที่ในประเทศไทยเอง บริษัทลูกของกลุ่มทุนอินเดียยังคงต้องปิดรอบภาษีเงินได้นิติบุคคลด้วยแบบ ภ.ง.ด.50 และ ภ.ง.ด.51 ตามปีภาษีไทย ส่งแบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.30 เป็นรายเดือนไม่ขาด นำส่งหัก ณ ที่จ่ายผ่านแบบ ภ.ง.ด.3 กับ ภ.ง.ด.53 ตรงเวลา ดูแลเงินสมทบกองทุนประกันสังคมของบุคลากร และส่งงบการเงินให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเมื่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติแล้ว ทั้งหมดนี้ต้องเดินคู่ขนานไปกับรอบรายงานเงินลงทุนต่างประเทศที่บริษัทแม่ต้องส่งตามปีงบประมาณเมษายนถึงมีนาคม เราจึงรวมทั้งสองปฏิทินไว้ในเอกสารชุดเดียวเพื่อให้ติดตามง่ายขึ้น
การดูแลบัญชีของบริษัทลูกทุนอินเดียให้ตรงทั้งฝั่งไทยและฝั่งกลุ่มต้องอาศัยทีมที่เข้าใจรอบปีงบประมาณเมษายนถึงมีนาคม เงื่อนไขค่าบริการทางเทคนิคภายใต้อนุสัญญา และกฎราคาโอนที่เข้มงวดของทั้งสองประเทศไปพร้อมกัน การทำเองในกิจการมักเสี่ยงต่อการหักภาษี ณ ที่จ่ายผิดอัตราหรือประเมินสถานประกอบการถาวรผิดพลาดจนต้องแก้ไขย้อนหลัง หากท่านมองหาผู้ดูแลที่ส่งรายงานทันรอบของบริษัทแม่ในอินเดีย และยื่นแบบภาษีในประเทศไทยได้ถูกต้องตั้งแต่เดือนแรก โทรมาพูดคุยที่หมายเลข 092-0170000 หรือเพิ่มเพื่อนทางไลน์ @THAIL เพื่อให้เราช่วยดูโครงสร้างงานบัญชีเบื้องต้นโดยไม่มีข้อผูกมัด
โครงสร้างธุรกิจที่พบบ่อย
ผู้ประกอบการอินเดียในไทยมักทำการค้า อัญมณี สิ่งทอ หรือธุรกิจไอที ที่มีคู่ค้าทั้งในและนอกประเทศ การแยกรายการซื้อขายในประเทศกับการนำเข้าจึงมีผลต่อภาษีมูลค่าเพิ่มโดยตรง
การรายงานกลับประเทศต้นทาง
รายการชำระค่าบริการข้ามประเทศต้องพิจารณาทั้งภาษีหัก ณ ที่จ่ายในไทยและข้อกำหนดฝั่งอินเดีย เราจึงตรวจสัญญาและลักษณะบริการก่อนกำหนดอัตรา ไม่ใช้อัตราเดิมซ้ำโดยอัตโนมัติ
ภาษาและเวลาทำงาน
สื่อสารภาษาอังกฤษเป็นหลัก และสรุปกำหนดยื่นแบบของไทยเป็นปฏิทินล่วงหน้าทั้งปี เพื่อให้วางแผนกระแสเงินสดข้ามประเทศได้
สิ่งที่คุณได้รับ
- บทวิเคราะห์ว่ารายได้แต่ละก้อนเข้าข่ายหรือไม่ พร้อมเหตุผลอ้างอิงตัวบท
- ดำเนินการจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะและแจ้งเปลี่ยนแปลงเมื่อจำเป็น
- ยื่นแบบรายเดือนพร้อมภาษีท้องถิ่นที่จัดเก็บควบและเก็บหลักฐานการยื่น
- กระดาษทำการกระทบยอดรายได้ตามแบบกับสมุดบัญชี
- ชุดเอกสารพร้อมชี้แจงหากเจ้าหน้าที่ขอตรวจย้อนหลัง
ประเทศไทยมีอนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนกับอินเดีย การใช้อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามอนุสัญญาต้องมีหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ทางภาษีของผู้รับเงินประกอบทุกครั้ง เราจะแจ้งรายการเอกสารก่อนถึงกำหนดจ่ายเงิน
ค่าบริการประเมินเป็นรายกรณีตามปริมาณเอกสารและความซับซ้อนของรายการข้ามประเทศ เราไม่ประกาศราคาสำเร็จรูป