Virtual Office กับเช่าออฟฟิศจริง เลือกแบบไหนจึงจด VAT ผ่าน
คำตอบสั้น
ทั้งสองแบบใช้จดทะเบียนบริษัทได้ ความต่างอยู่ที่ขั้นยื่นจดภาษีมูลค่าเพิ่ม เพราะเจ้าหน้าที่ต้องเห็นว่ามีสถานประกอบการอยู่จริงและติดต่อได้ ที่อยู่แบบให้บริการจะผ่านก็ต่อเมื่อมีหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ หลักฐานกรรมสิทธิ์หรือสัญญาเช่าของเจ้าของ แผนที่ ภาพถ่ายป้ายชื่อบริษัทที่ติดจริง และมีคนรับเอกสารในเวลาทำการ ส่วนออฟฟิศที่เช่าเองผ่านง่ายกว่าแต่แลกมาด้วยค่าเช่า ค่าส่วนกลาง และภาระผูกพันตามสัญญา
เขียนโดย
หัวหน้าฝ่ายบัญชี (CPA)
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ขึ้นทะเบียนสภาวิชาชีพบัญชี
ปิดงบและเซ็นรับรองงบการเงินให้ธุรกิจ SME และบริษัทต่างชาติมากว่า 10 ปี ดูแลมาตรฐาน TFRS for NPAEs และการวางผังบัญชีตั้งแต่วันแรกของกิจการ
ตรวจทานโดย
หัวหน้าฝ่ายภาษี
ที่ปรึกษาภาษีอากรและผู้ตรวจสอบภาษี (TA)
ตรวจความถูกต้องของข้อกฎหมายและตัวเลขก่อนเผยแพร่ · เผยแพร่ 2026-08
ดูคุณวุฒิผู้ตรวจทานตารางเปรียบเทียบ
| หัวข้อ | ใช้ที่อยู่สำนักงานให้บริการที่จัดเตรียมเอกสารสถานที่ให้ครบ | เช่าพื้นที่สำนักงานของตนเองเต็มรูปแบบ |
|---|---|---|
| ใช้จดทะเบียนบริษัทได้หรือไม่ | ได้ ถ้าเจ้าของสถานที่ให้ความยินยอมเป็นหนังสือพร้อมหลักฐานสิทธิ | ได้ โดยใช้สัญญาเช่าในชื่อบริษัทเป็นหลักฐาน |
| ด่านจดภาษีมูลค่าเพิ่ม | ผ่านได้ แต่ถูกตรวจละเอียดกว่า เพราะมีหลายบริษัทใช้ที่อยู่เดียวกัน | ผ่านง่ายกว่าเมื่อมีพื้นที่ทำงานและพนักงานอยู่จริง |
| การตรวจสถานประกอบการ | ต้องมีป้ายชื่อบริษัทติดถาวรและมีผู้รับเอกสารในเวลาทำการ | ต้องมีป้ายเช่นกัน แต่สภาพพื้นที่ตอบคำถามเรื่องการประกอบกิจการได้ในตัว |
| ค่าใช้จ่ายต่อปี | ค่าบริการรายปีคงที่ รวมการรับเอกสารและสิทธิใช้ห้องประชุมตามแพ็กเกจ | ค่าเช่า เงินประกัน ค่าส่วนกลาง ค่าไฟ อินเทอร์เน็ต และค่าตกแต่งเริ่มต้น |
| ความยืดหยุ่นเมื่อแผนเปลี่ยน | ยกเลิกหรือย้ายได้ตามรอบสัญญาสั้น | ผูกพันตามอายุสัญญาเช่า และมักมีค่าปรับหากออกก่อน |
| ภาพลักษณ์ต่อคู่ค้า | ได้ที่อยู่ย่านธุรกิจ แต่คู่ค้าบางรายขอเข้าดูสถานที่จริง | พาลูกค้าเข้ามาประชุมที่พื้นที่ของตนเองได้ทันที |
| เหมาะกับรูปแบบทีม | ทีมที่ทำงานนอกสถานที่หรือขายผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก | ทีมที่ต้องนั่งรวมกัน มีสต๊อก หรือมีลูกค้าเดินเข้ามา |
เลือกทางนี้เมื่อ — ใช้ที่อยู่สำนักงานให้บริการที่จัดเตรียมเอกสารสถานที่ให้ครบ
- เพิ่งเริ่มกิจการและยังไม่รู้ว่าทีมจะโตไปทางไหน
- งานส่วนใหญ่เกิดที่หน้างานลูกค้าหรือทำจากระยะไกล
- ต้องการที่อยู่ในย่านธุรกิจโดยไม่ผูกพันสัญญาเช่ายาว
- ผู้ถือหุ้นอยู่ต่างประเทศและต้องการคนรับเอกสารราชการแทน
เลือกทางนี้เมื่อ — เช่าพื้นที่สำนักงานของตนเองเต็มรูปแบบ
- มีสินค้าที่ต้องเก็บ หรือมีอุปกรณ์ที่ต้องติดตั้งประจำ
- ต้องขอใบอนุญาตเฉพาะที่กำหนดสภาพพื้นที่ไว้
- มีพนักงานประจำหลายคนที่ต้องทำงานร่วมกันทุกวัน
- ลูกค้าเดินเข้ามาใช้บริการที่สถานที่โดยตรง
เอกสารที่ต้องเตรียม
- หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่จากเจ้าของ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนที่ลงนามรับรอง
- สำเนาโฉนดที่ดินหรือสัญญาเช่าหลักที่แสดงสิทธิของผู้ให้ความยินยอม
- แผนที่แสดงเส้นทางไปยังสถานประกอบการ
- ภาพถ่ายอาคาร เลขที่ และป้ายชื่อบริษัทที่ติดตั้งแล้ว
- หนังสือรับรองนิติบุคคลฉบับล่าสุดพร้อมสำเนาบัญชีผู้ถือหุ้นที่เป็นปัจจุบัน
- เอกสารแสดงการเริ่มประกอบกิจการ เช่น ใบเสนอราคา สัญญากับลูกค้า หรือหลักฐานการสั่งซื้อ
ขั้นตอนการดำเนินการ
1. ตรวจสิทธิของเจ้าของสถานที่ก่อน
ขอดูว่าผู้ลงนามยินยอมเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้เช่าที่มีสิทธิให้ใช้ช่วง ถ้าเป็นผู้เช่าต้องมีข้อความอนุญาตให้ใช้ช่วงในสัญญาเช่าหลักด้วย จุดนี้เป็นสาเหตุของการตีกลับที่พบบ่อยที่สุด
ระยะเวลา: 1–3 วัน
2. ติดป้ายและถ่ายภาพให้ครบมุม
ติดป้ายชื่อบริษัทตามที่จดทะเบียนไว้ให้เห็นชัดจากด้านหน้า แล้วถ่ายทั้งภาพระยะไกลที่เห็นอาคารและเลขที่ และภาพระยะใกล้ที่อ่านชื่อบริษัทออก
ระยะเวลา: 1 วัน
3. ยื่นคำขอจดภาษีมูลค่าเพิ่ม
ยื่นพร้อมชุดเอกสารสถานที่และหลักฐานการเริ่มประกอบกิจการ ระบุลักษณะธุรกิจให้ตรงกับวัตถุประสงค์ที่จดไว้ เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ต้องเรียกชี้แจงเพิ่ม
ระยะเวลา: ตามคิวของสำนักงานพื้นที่
4. เตรียมคนรอรับการตรวจ
เจ้าหน้าที่อาจเข้าตรวจโดยไม่นัดล่วงหน้า ควรมีผู้รับเอกสารในเวลาทำการ และเตรียมแฟ้มเอกสารบริษัทไว้ให้ตรวจได้ทันที
ระยะเวลา: ต่อเนื่องหลังยื่น
ข้อควรระวัง
- ใช้ที่อยู่ที่มีบริษัทจดทะเบียนอยู่จำนวนมากโดยไม่มีป้ายชื่อของตนเอง
- หนังสือยินยอมลงนามโดยผู้ที่ไม่มีสิทธิในสถานที่ ทำให้ชุดเอกสารใช้ไม่ได้ทั้งชุด
- ระบุประเภทกิจการในคำขอไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ที่จดทะเบียนไว้
- ไม่มีผู้รับเอกสารในเวลาทำการ จนหนังสือจากราชการถูกตีคืนและเรื่องค้าง
- ย้ายที่ตั้งแล้วแจ้งเปลี่ยนแปลงเฉพาะกับนายทะเบียน แต่ลืมแจ้งด้านภาษีมูลค่าเพิ่ม
คำถามที่พบบ่อย
ใช้ Virtual Office จด VAT ผ่านจริงหรือไม่
ผ่านได้และทำกันเป็นปกติ แต่ต้องพิสูจน์ได้ว่ามีสถานประกอบการอยู่จริง ไม่ใช่เพียงชื่อบนซอง สิ่งที่ทำให้ผ่านคือชุดเอกสารสิทธิของเจ้าของสถานที่ที่ครบ ป้ายชื่อบริษัทที่ติดจริง และมีผู้รับเอกสารในเวลาทำการ ถ้าสามอย่างนี้ครบ โอกาสถูกตีกลับจะลดลงมาก
เจ้าหน้าที่จะมาตรวจเมื่อไร
ไม่มีตารางตายตัวและมักไม่แจ้งล่วงหน้า บางพื้นที่เข้าตรวจระหว่างพิจารณาคำขอ บางพื้นที่เข้าตรวจหลังอนุมัติแล้ว จึงควรถือว่าอาจถูกตรวจได้ตลอดช่วงแรก และรักษาสภาพสถานที่กับป้ายชื่อไว้ให้ตรงกับที่ยื่นไปเสมอ
บริษัทหลายแห่งใช้ที่อยู่เดียวกันเป็นปัญหาไหม
ไม่ผิดกฎหมาย แต่ทำให้ถูกตรวจละเอียดขึ้น เพราะเจ้าหน้าที่ต้องแยกให้ออกว่าแต่ละรายประกอบกิจการจริง วิธีลดแรงเสียดทานคือมีป้ายชื่อของบริษัทตนเองแยกชัด มีพื้นที่หรือห้องที่ระบุได้ และมีเอกสารการค้าที่แสดงว่ามีธุรกรรมเกิดขึ้นจริง
ถ้ายังไม่มีรายได้ถึงเกณฑ์ ควรจด VAT ไว้ก่อนไหม
ขึ้นกับว่าซื้อของจากผู้ขายที่จด VAT มากแค่ไหน ถ้าต้นทุนส่วนใหญ่มีภาษีซื้ออยู่แล้วและลูกค้าเป็นบริษัทที่ต้องการใบกำกับภาษี การจดก่อนจะช่วยเรื่องเครดิตภาษีซื้อและการรับงาน แต่ต้องแลกกับหน้าที่ยื่นแบบภาษีมูลค่าเพิ่มทุกเดือนต่อเนื่อง แม้เดือนนั้นไม่มีรายการซื้อขายเลย
เปลี่ยนจาก Virtual Office ไปออฟฟิศจริงต้องทำอะไรบ้าง
ต้องแจ้งเปลี่ยนที่ตั้งกับนายทะเบียนและแจ้งด้านภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย จากนั้นแก้ที่อยู่บนเอกสารที่ออกให้ลูกค้า ทั้งใบกำกับภาษีและใบเสร็จ ให้ตรงกับทะเบียนใหม่ หากปล่อยให้เอกสารยังใช้ที่อยู่เดิม จะกลายเป็นประเด็นตอนถูกตรวจย้อนหลัง
เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจ
ติ๊กทีละข้อ ถ้ายังตอบไม่ได้เกินสองข้อ ให้ส่งคำถามเข้ามาก่อนตัดสินใจ
อ่านต่อในหมวดที่เกี่ยวข้อง
ไม่ใช่แค่รับทำ — เราเป็นที่ปรึกษาให้ด้วย
ก่อนเลือกที่ตั้ง ให้ตอบคำถามเดียวนี้ก่อน คือเมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงหน้าประตูโดยไม่นัดล่วงหน้า จะมีใครเปิดรับเอกสารและมีป้ายชื่อบริษัทให้เห็นหรือไม่ ถ้าตอบได้ทั้งสองข้อ ที่อยู่แบบให้บริการก็เพียงพอ ถ้าตอบไม่ได้ การเช่าพื้นที่จริงจะประหยัดกว่าค่าเสียเวลาจากการยื่นซ้ำ
แหล่งอ้างอิง
เปรียบเทียบเรื่องอื่นที่มักตัดสินใจพร้อมกัน
- BOI กับ Amity Treaty เลือกทางไหนสำหรับธุรกิจต่างชาติ
- จ้างนักบัญชีประจำ หรือใช้สำนักงานบัญชี แบบไหนคุ้มกว่า
- ทะเบียนพาณิชย์บุคคลธรรมดา กับ บริษัทจำกัด เลือกแบบไหน
- จดเครื่องหมายการค้าในไทย กับ ยื่นผ่านระบบมาดริด ต่างกันอย่างไร
- เปลี่ยนสำนักงานบัญชีกลางปี หรือรอสิ้นรอบบัญชี
- ทำบัญชีรายเดือน หรือรวบทำทีเดียวตอนสิ้นปี
- จดภาษีมูลค่าเพิ่มก่อนถึงเกณฑ์ หรือรอให้ถึงเกณฑ์
- ทำเงินเดือนเองในบริษัท หรือให้สำนักงานบัญชีดูแล
- จ้างนักบัญชีพาร์ตไทม์ หรือรับพนักงานบัญชีประจำ
- เปลี่ยนรอบระยะเวลาบัญชี หรือคงรอบเดิมไว้
- ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ กับใบกำกับกระดาษ เลือกแบบไหน
- ปิดบริษัทถาวร หรือคงสถานะไว้แบบไม่มีรายได้ แบบไหนเหมาะกว่า
- จ้างเป็นพนักงาน หรือจ้างเป็นฟรีแลนซ์ ต่างกันทางบัญชีและภาษีอย่างไร
- จ้างสำนักงานบัญชี หรือรับพนักงานบัญชีประจำ แบบไหนคุ้มกว่า
ทีมทนายความและผู้สอบบัญชี Thai Law & Accounting Services · ตรวจทานโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ · ปรับปรุง 2026-08
ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาของหน่วยงานราชการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ หรือให้ทีมเราตรวจสอบให้