จ้างเป็นพนักงาน หรือจ้างเป็นฟรีแลนซ์ ต่างกันทางบัญชีและภาษีอย่างไร

คำตอบสั้น
ตัวชี้ขาดไม่ใช่ชื่อสัญญา แต่คือลักษณะการทำงานจริง ถ้าผู้ว่าจ้างกำหนดเวลาทำงาน สั่งงานรายวัน และให้ใช้เครื่องมือของกิจการ ความสัมพันธ์นั้นมักถือเป็นการจ้างแรงงาน ซึ่งมาพร้อมการหักภาษี ณ ที่จ่ายแบบเงินเดือน การขึ้นทะเบียนประกันสังคม และสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ส่วนงานที่ส่งมอบเป็นชิ้นงานและผู้รับจ้างบริหารวิธีทำงานเอง จะเข้าลักษณะจ้างทำของมากกว่า
เขียนโดย
หัวหน้าฝ่ายบัญชี (CPA)
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ขึ้นทะเบียนสภาวิชาชีพบัญชี
ปิดงบและเซ็นรับรองงบการเงินให้ธุรกิจ SME และบริษัทต่างชาติมากว่า 10 ปี ดูแลมาตรฐาน TFRS for NPAEs และการวางผังบัญชีตั้งแต่วันแรกของกิจการ
ตรวจทานโดย
หัวหน้าฝ่ายภาษี
ที่ปรึกษาภาษีอากรและผู้ตรวจสอบภาษี (TA)
ตรวจความถูกต้องของข้อกฎหมายและตัวเลขก่อนเผยแพร่ · เผยแพร่ 2026-08
ดูคุณวุฒิผู้ตรวจทานตารางเปรียบเทียบ
| หัวข้อ | จ้างเป็นพนักงานประจำตามสัญญาจ้างแรงงาน | จ้างเป็นผู้รับจ้างอิสระตามสัญญาจ้างทำของ |
|---|---|---|
| ฐานภาษีของผู้รับเงิน | เงินได้จากการจ้างแรงงาน คำนวณหักตามตารางเงินเดือน | เงินได้จากรับจ้างทำงานหรือวิชาชีพ อัตราหักต่างกันตามลักษณะงาน |
| ประกันสังคม | นายจ้างขึ้นทะเบียนและนำส่งเงินสมทบทุกเดือน | ไม่มีการนำส่งในฐานะลูกจ้าง ผู้รับจ้างดูแลสถานะตนเอง |
| เอกสารประกอบรายจ่าย | สลิปเงินเดือน ทะเบียนค่าจ้าง และหลักฐานการโอน | สัญญา ใบส่งมอบงาน ใบสำคัญรับเงินหรือใบกำกับภาษีของผู้รับจ้าง |
| สิทธิตามกฎหมายแรงงาน | วันหยุด ค่าล่วงเวลา และค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้าง | ไม่มีสิทธิเหล่านี้หากเป็นผู้รับจ้างจริง |
| ความยืดหยุ่นของต้นทุน | เป็นต้นทุนคงที่รายเดือน | ผูกกับปริมาณงาน ปรับขึ้นลงได้เร็วกว่า |
| ความเสี่ยงถูกตีความใหม่ | ต่ำ เพราะสถานะชัดตั้งแต่ต้น | สูงขึ้นเมื่อทำงานประจำที่ออฟฟิศเหมือนพนักงาน |
เลือกทางนี้เมื่อ — จ้างเป็นพนักงานประจำตามสัญญาจ้างแรงงาน
- งานต้องทำต่อเนื่องทุกวันภายใต้การกำกับของกิจการ
- ต้องการให้ผู้ทำงานผูกพันตามข้อกำหนดความลับและทรัพย์สินทางปัญญาแบบพนักงาน
- ตำแหน่งนั้นต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนลูกจ้างเพื่อใช้ยื่นเรื่องอื่น
เลือกทางนี้เมื่อ — จ้างเป็นผู้รับจ้างอิสระตามสัญญาจ้างทำของ
- งานเป็นโครงการมีขอบเขตและกำหนดส่งมอบชัดเจน
- ผู้รับจ้างมีลูกค้าหลายรายและใช้เครื่องมือของตนเอง
- ปริมาณงานไม่แน่นอนจนไม่คุ้มกับตำแหน่งประจำ
เอกสารที่ต้องเตรียม
- สัญญาที่สะท้อนลักษณะงานจริง ไม่ใช่แบบฟอร์มสำเร็จรูป
- หลักฐานการจ่ายเงินผ่านบัญชีธนาคารที่ตรวจสอบได้
- ใบรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ออกให้ผู้รับเงินตามงวดที่จ่ายจริง
- ใบส่งมอบงานหรือรายงานความคืบหน้าสำหรับงานโครงการ
- สำเนาบัตรประชาชนหรือเอกสารทะเบียนของผู้รับจ้าง
ขั้นตอนการดำเนินการ
1. อธิบายลักษณะงานจริงเป็นข้อ ๆ
ระบุว่าใครกำหนดเวลาทำงาน ใครจัดหาเครื่องมือ และวัดผลด้วยชั่วโมงหรือชิ้นงาน ข้อมูลชุดนี้คือฐานของการจัดประเภท
ระยะเวลา: 1 วันทำการ
2. เลือกประเภทสัญญาให้ตรงกับข้อเท็จจริง
หากข้อเท็จจริงเข้าลักษณะลูกจ้าง ให้ทำสัญญาจ้างแรงงานตั้งแต่แรกแทนการเรียกว่าฟรีแลนซ์เพื่อเลี่ยงเงินสมทบ
ระยะเวลา: 2–3 วันทำการ
3. ตั้งค่าการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ถูกประเภท
กำหนดรหัสรายจ่ายและอัตราหักในระบบบัญชีให้ตรงกับประเภทเงินได้ เพื่อไม่ให้ต้องแก้หนังสือรับรองย้อนหลัง
ระยะเวลา: 1 สัปดาห์
4. ขึ้นทะเบียนและนำส่งตามกำหนด
กรณีลูกจ้างให้ขึ้นทะเบียนประกันสังคมภายในกำหนดและนำส่งเงินสมทบทุกเดือนพร้อมยื่นแบบภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ระยะเวลา: รายเดือน
5. ทบทวนสถานะทุกครึ่งปี
ความสัมพันธ์มักค่อย ๆ เปลี่ยนจากงานโครงการเป็นงานประจำ การทบทวนช่วยแก้ก่อนกลายเป็นประเด็นตอนถูกตรวจ
ระยะเวลา: ทุก 6 เดือน
ข้อควรระวัง
- ใช้สัญญาฟรีแลนซ์กับคนที่เข้าออฟฟิศทุกวันตามเวลางานของกิจการ
- จ่ายเงินสดโดยไม่มีหลักฐานการหักภาษี ณ ที่จ่าย
- บันทึกรายจ่ายด้วยใบสำคัญที่ไม่ระบุขอบเขตงาน จนพิสูจน์ความเกี่ยวข้องกับกิจการไม่ได้
- ลืมออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้ผู้รับจ้างจนเกิดข้อพิพาทตอนยื่นภาษีประจำปี
คำถามที่พบบ่อย
ถ้าเรียกว่าฟรีแลนซ์แต่ทำงานเหมือนพนักงาน จะเกิดอะไรขึ้น
เมื่อข้อเท็จจริงเข้าลักษณะการจ้างแรงงาน เจ้าหน้าที่สามารถพิจารณาตามความเป็นจริงได้ ผลที่ตามมามักเป็นเงินสมทบย้อนหลัง การปรับปรุงการหักภาษี ณ ที่จ่าย และประเด็นสิทธิตามกฎหมายแรงงาน จึงควรจัดประเภทให้ตรงตั้งแต่ต้นมากกว่าตามแก้ภายหลัง
จ้างฟรีแลนซ์ต่างชาติที่ทำงานจากนอกประเทศ ต้องหักภาษีไหม
ต้องดูว่าแหล่งเงินได้อยู่ที่ใดและมีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศนั้นหรือไม่ ซึ่งเปลี่ยนอัตราและหน้าที่นำส่งได้อย่างมีนัยสำคัญ ควรตรวจเป็นรายกรณีก่อนโอนเงินงวดแรก เพราะการแก้ไขหลังจ่ายทำได้ยากกว่ามาก
จ่ายค่าจ้างฟรีแลนซ์เป็นรายจ่ายทางภาษีได้เต็มจำนวนหรือไม่
รายจ่ายจะถือเป็นรายจ่ายของกิจการได้เมื่อเกี่ยวข้องกับการหารายได้และมีหลักฐานครบ ทั้งสัญญา หลักฐานการส่งมอบงาน หลักฐานการจ่าย และหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ชุดเอกสารที่ขาดมักเป็นเหตุให้ถูกปรับปรุงตอนตรวจสอบมากกว่าตัวจำนวนเงิน
เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจ
ติ๊กทีละข้อ ถ้ายังตอบไม่ได้เกินสองข้อ ให้ส่งคำถามเข้ามาก่อนตัดสินใจ
อ่านต่อในหมวดที่เกี่ยวข้อง
ไม่ใช่แค่รับทำ — เราเป็นที่ปรึกษาให้ด้วย
จุดที่ควรตรวจก่อนเซ็นสัญญาคือความสอดคล้องระหว่างถ้อยคำในสัญญากับวิธีทำงานจริงในแต่ละสัปดาห์ ที่ปรึกษาจะช่วยไล่คำถามชุดสั้น ๆ เพื่อจัดประเภทให้ถูกตั้งแต่ต้น แล้ววางเอกสารประกอบรายจ่ายให้ครบตามนั้น
แหล่งอ้างอิง
ทีมทนายความและผู้สอบบัญชี Thai Law & Accounting Services · ตรวจทานโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ · ปรับปรุง 2026-08
ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาของหน่วยงานราชการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ หรือให้ทีมเราตรวจสอบให้