เลิกบริษัท + ชำระบัญชี
บริษัทหยุดดำเนินงาน 3 ปี: ปิดบริษัทให้จบถูกกฎหมาย แทนการปล่อยร้างจนกรรมการถูกเรียกเก็บย้อนหลัง
บริษัทที่ปรึกษาการตลาดขนาดเล็ก หยุดดำเนินงานตั้งแต่ปี 2566 กรรมการ 2 คน ไม่มีลูกจ้างเหลือ
สรุปสั้นสำหรับผู้บริหาร
บริษัทที่หยุดดำเนินงานยังคงมีหน้าที่ยื่นงบการเงินและแบบภาษีจนกว่าจะจดทะเบียนเลิกและเสร็จการชำระบัญชี ลูกค้ารายนี้ปล่อยไว้ 3 ปีจนมีค่าปรับสะสมและเสี่ยงถูกขีดชื่อออกจากทะเบียน เราจัดทำงบการเงินย้อนหลังให้ครบ ยื่นแบบที่ค้าง จดทะเบียนเลิกพร้อมตั้งผู้ชำระบัญชี ประกาศหนังสือพิมพ์และแจ้งเจ้าหนี้ ถอนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วยื่นจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีเป็นขั้นสุดท้าย
เขียนโดย
หัวหน้าฝ่ายบัญชี (CPA)
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ขึ้นทะเบียนสภาวิชาชีพบัญชี
ปิดงบและเซ็นรับรองงบการเงินให้ธุรกิจ SME และบริษัทต่างชาติมากว่า 10 ปี ดูแลมาตรฐาน TFRS for NPAEs และการวางผังบัญชีตั้งแต่วันแรกของกิจการ
ตรวจทานโดย
หัวหน้าฝ่ายภาษี
ที่ปรึกษาภาษีอากรและผู้ตรวจสอบภาษี (TA)
ตรวจความถูกต้องของข้อกฎหมายและตัวเลขก่อนเผยแพร่ · เผยแพร่ 2026-08
ดูประวัติทีมงานปัญหาที่พบเมื่อเข้ารับงาน
- งบการเงินไม่ได้ยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า 3 รอบปีติดต่อกัน
- ยังอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มแต่ไม่ได้ยื่น ภ.พ.30 ทำให้มีค่าปรับรายเดือนสะสม
- มีเงินกู้ยืมกรรมการค้างในงบ ซึ่งต้องเคลียร์ก่อนชำระบัญชีจบ
- กรรมการเข้าใจว่าการหยุดใช้บริษัทเท่ากับปิดบริษัท
ขั้นตอนการแก้ไข
1. ประเมินภาระค้างก่อนตัดสินใจปิด
1 สัปดาห์ดึงข้อมูลการยื่นย้อนหลังจากระบบราชการ สรุปว่ามีแบบใดค้างและค่าปรับประมาณเท่าใด เพื่อให้กรรมการตัดสินใจบนตัวเลขจริง
2. จัดทำงบย้อนหลังและยื่นแบบที่ค้าง
6 สัปดาห์ปิดงบสามรอบปีตามมาตรฐานรายงานทางการเงิน ให้ผู้สอบบัญชีตรวจ แล้วยื่นทั้ง ภ.ง.ด.50 และงบต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
3. จดทะเบียนเลิกและดำเนินการชำระบัญชี
6–8 สัปดาห์ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติเลิก ตั้งผู้ชำระบัญชี ประกาศโฆษณาและมีหนังสือแจ้งเจ้าหนี้ จัดทำงบ ณ วันเลิกให้ผู้สอบบัญชีตรวจ
4. ถอนทะเบียนภาษีและปิดงานขั้นสุดท้าย
4 สัปดาห์ยื่นแจ้งเลิกต่อกรมสรรพากรและขอถอนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม จากนั้นยื่นจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีและจัดเก็บเอกสารตามอายุความ 5 ปี
เอกสารที่ใช้ในเคสนี้
- หนังสือรับรองบริษัท ข้อบังคับ และบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น
- งบการเงินและงบทดลองของทุกปีที่ยังไม่ได้ยื่น
- Statement ธนาคารทุกบัญชีจนถึงวันปิดบัญชี
- หลักฐานหนี้สินคงค้างและเงินกู้ยืมกรรมการ
- ภ.พ.20 และแบบภาษีที่ยื่นแล้วย้อนหลัง
ผลลัพธ์ที่วัดได้
| รอบปีที่จัดทำงบย้อนหลัง | 3 รอบปี |
|---|---|
| สถานะทะเบียน | จดเสร็จการชำระบัญชีเรียบร้อย |
| ระยะเวลารวม | ประมาณ 5 เดือน |
| ความเสี่ยงที่ปิดได้ | ไม่มีภาระยื่นแบบต่อเนื่องอีก |
ข้อควรระวังที่ธุรกิจแบบเดียวกันมักพลาด
- คิดว่าการเลิกใช้บริษัทเท่ากับปิดบริษัท ทั้งที่หน้าที่ยื่นงบยังเดินต่อทุกปี
- จดเลิกแล้วไม่ทำชำระบัญชีให้จบ ทำให้สถานะยังค้างและกรรมการยังมีภาระ
- ลืมถอนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ทำให้ยังต้องยื่น ภ.พ.30 และถูกปรับต่อเนื่อง
- ทิ้งเงินกู้ยืมกรรมการไว้ในงบโดยไม่เคลียร์ ซึ่งอาจถูกมองเป็นเงินได้ของกรรมการ
มุมมองที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่รับจ้างทำ
การปิดบริษัทเป็นงานที่ลูกค้ามักผัดไว้เพราะไม่รู้ว่าค่าใช้จ่ายจะบานปลายแค่ไหน เราจึงเริ่มจากการประเมินภาระค้างให้เห็นตัวเลขก่อนเสมอ แล้วค่อยเสนอทางเลือกว่าปิดตอนนี้หรือรักษาสถานะไว้แบบต้นทุนต่ำสุด ทีมที่ปรึกษาซึ่งดูแลงานลักษณะนี้มากว่า 15 ปีจะบอกตรงว่าทางไหนคุ้มกว่าในสถานการณ์ของคุณ และถ้าเลือกปิด เราดำเนินการแทนได้ทั้งกระบวนการจนถึงหนังสือเสร็จการชำระบัญชี
คำถามที่พบบ่อยจากเคสนี้
- ไม่ใช้บริษัทแล้วต้องยื่นงบอยู่หรือไม่
- ต้องยื่นอยู่ ตราบใดที่ยังไม่จดทะเบียนเลิกและเสร็จการชำระบัญชี บริษัทยังมีหน้าที่จัดทำและยื่นงบการเงินประจำปีพร้อมแบบภาษีเงินได้นิติบุคคล แม้จะไม่มีรายได้เลยก็ยังต้องยื่นงบเปล่า การละเลยทำให้เกิดค่าปรับสะสมทั้งกับบริษัทและกรรมการ
- ปิดบริษัทใช้เวลานานเท่าใด
- กรณีเอกสารครบและไม่มีข้อพิพาท กระบวนการตั้งแต่จดเลิกจนถึงจดเสร็จการชำระบัญชีมักใช้เวลาหลายเดือน เพราะต้องเว้นระยะประกาศให้เจ้าหนี้ยื่นคำทวงหนี้ และต้องมีงบ ณ วันเลิกที่ผ่านการตรวจสอบ ถ้ามีงบค้างหลายปีต้องบวกเวลาจัดทำย้อนหลังเข้าไปอีก
- มีหนี้ค้างอยู่ปิดบริษัทได้ไหม
- การชำระบัญชีมีขั้นตอนชำระหนี้ก่อนคืนทุนแก่ผู้ถือหุ้น หากทรัพย์สินไม่พอชำระหนี้ ผู้ชำระบัญชีมีหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายซึ่งอาจนำไปสู่กระบวนการล้มละลาย การพยายามปิดโดยปกปิดหนี้จึงสร้างความรับผิดส่วนบุคคลแก่ผู้ชำระบัญชีเอง
- ปิดบริษัทกับหยุดกิจการชั่วคราวต่างกันอย่างไร
- การหยุดกิจการชั่วคราวไม่ใช่สถานะทางทะเบียนที่ยกเว้นหน้าที่ยื่นงบและแบบภาษี ต่างจากการจดทะเบียนเลิกซึ่งตัดภาระในอนาคตเมื่อชำระบัญชีเสร็จ ทางเลือกที่ประหยัดที่สุดจึงขึ้นกับว่าจะกลับมาใช้บริษัทภายในกี่ปี ซึ่งเราคำนวณเปรียบเทียบต้นทุนให้ก่อนตัดสินใจได้
- หลังปิดบริษัทต้องเก็บเอกสารไว้นานแค่ไหน
- เอกสารทางบัญชีและภาษีต้องเก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี แม้บริษัทจะปิดไปแล้ว เพราะเจ้าพนักงานยังมีอำนาจตรวจสอบย้อนหลังได้ภายในอายุความ ผู้ชำระบัญชีจึงควรระบุผู้เก็บรักษาเอกสารไว้ให้ชัดเจนในรายงานการชำระบัญชี
กรณีศึกษาอื่น
ทีมทนายความและผู้สอบบัญชี Thai Law & Accounting Services · ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาของหน่วยงานราชการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ หรือให้ทีมเราตรวจสอบให้