ศูนย์บริการภาษาไทย
เลิกกิจการและชำระบัญชีบริษัทในประเทศไทยอย่างถูกต้อง
การปิดบริษัทในไทยเป็นกระบวนการทางบัญชีและภาษีพอ ๆ กับกระบวนการทางทะเบียน กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจดทะเบียนเลิกกิจการและชำระบัญชีให้ แต่การเคลียร์กับกรมสรรพากร ทั้งแบบภาษีงวดสุดท้าย การแจ้งเลิก VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ค้าง ต่างหากที่ทำให้ชีวิตของบริษัทสิ้นสุดลงจริง บริษัทที่ถูกทิ้งไว้เฉย ๆ โดยไม่ชำระบัญชีจะยังคงมีหน้าที่ยื่นแบบและมีค่าปรับสะสมตกกับชื่อกรรมการต่อไปเรื่อย ๆ
โทร +66-92-017-0000 · LINE @THAIL · อ่านฉบับภาษาอังกฤษได้ที่หน้า English hub ด้านล่าง
ขอบเขตงานที่คุณจะได้รับ
จดทะเบียนเลิกกิจการและชำระบัญชี
จัดทำมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น จดทะเบียนเลิกกิจการ และแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี พร้อมยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าตามลำดับขั้นตอนที่ถูกต้อง
ยื่นแบบภาษีงวดสุดท้าย
จัดทำและยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลของรอบระยะเวลาสุดท้ายและช่วงชำระบัญชี แบบภาษีมูลค่าเพิ่มฉบับสุดท้ายพร้อมแจ้งเลิกการเป็นผู้ประกอบการ และยื่นแบบหัก ณ ที่จ่ายฉบับสุดท้ายให้ครบทุกประเภท
จัดทำบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเมื่อชำระบัญชี
งบดุลการชำระบัญชี แสดงทรัพย์สินที่แปลงเป็นเงินสด เจ้าหนี้ที่ชำระแล้ว และส่วนที่เหลือแบ่งคืนผู้ถือหุ้น จัดทำในมาตรฐานที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมสรรพากรยอมรับ
รวบรวมไฟล์หลักฐานการปิดกิจการ
ใบเสร็จรับเงินการยื่นแบบทุกฉบับและหนังสือรับรองการปิดบัญชีถูกรวบรวมไว้ในไฟล์เดียว เพราะกรรมการมักถูกขอหลักฐานว่าเคยปิดกิจการอย่างถูกต้องเมื่อจะเปิดธุรกิจใหม่ในภายหลัง
ขั้นตอนการทำงานร่วมกัน
1. ตรวจสอบสถานะปัจจุบัน
เราไล่ตรวจก่อนว่ามีแบบภาษีค้างยื่น ภาษีค้างชำระ สถานะทะเบียน VAT และประกันสังคมเป็นอย่างไร รวมถึงสภาพของสมุดบัญชี เพราะรายการค้างสะสมมักกำหนดต้นทุนของการปิดกิจการมากกว่าตัวงานปิดกิจการเอง
2. ยื่นแบบย้อนหลังที่ค้างอยู่ให้ครบ
ปีที่ขาดหายจะถูกจัดทำและยื่นก่อนการจดทะเบียนเลิกกิจการ เพราะบริษัทไม่สามารถชำระบัญชีอย่างสะอาดได้หากยังมีภาระการยื่นแบบค้างอยู่
3. จดทะเบียนเลิกกิจการและชำระบัญชี
จดทะเบียนเลิกกิจการ แต่งตั้งผู้ชำระบัญชี ชำระสินทรัพย์และหนี้สิน แล้วจึงจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีเพื่อปิดบริษัทที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
4. แจ้งเลิกทะเบียนภาษี
ทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและทะเบียนภาษีอื่นถูกปิดพร้อมแบบภาษีงวดสุดท้าย และไฟล์ที่กรมสรรพากรถูกเคลียร์ให้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้มีภาระเกิดขึ้นต่อเนื่อง
กำหนดเวลายื่นแบบ อัตรา และรูปแบบเอกสารมีการแก้ไขได้ตลอด โปรดยืนยันเงื่อนไขล่าสุดกับกรมสรรพากร สำนักงานประกันสังคม หรือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือให้ทีมงานตรวจสอบให้ตามข้อเท็จจริงของกิจการก่อนนำไปใช้
ทำไมการปล่อยบริษัทให้เงียบไปเป็นทางเลือกที่แพงกว่า
เจ้าของกิจการจำนวนไม่น้อยเข้าใจว่าเมื่อหยุดทำธุรกิจแล้วก็สามารถเลิกยื่นแบบและปล่อยให้บริษัทเงียบหายไปเองได้ ความเข้าใจนี้ผิดอย่างสิ้นเชิงตามกฎหมายไทย เพราะสถานะนิติบุคคลยังคงอยู่จนกว่าจะมีการจดทะเบียนเลิกกิจการและชำระบัญชีเสร็จสิ้นอย่างเป็นทางการ ตราบใดที่บริษัทยังไม่ถูกปิดอย่างถูกต้อง หน้าที่ยื่นงบตรวจสอบและแบบภาษีประจำปียังคงมีอยู่ทุกปี
ผลที่ตามมาคือค่าปรับการยื่นงบล่าช้า เงินเพิ่มจากภาษีที่ไม่ได้ยื่น และค่าปรับทางอาญาเล็กน้อยที่สะสมทบต้นไปเรื่อย ๆ ตามจำนวนปีที่ปล่อยทิ้งไว้ เมื่อสะสมนานหลายปีจำนวนเงินรวมอาจสูงกว่าค่าใช้จ่ายในการปิดกิจการอย่างถูกต้องตั้งแต่แรกหลายเท่าตัว
นอกจากนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีอำนาจขีดชื่อบริษัทที่ไม่ยื่นงบติดต่อกันหลายปีออกจากทะเบียนโดยอัตโนมัติ แต่การถูกขีดชื่อไม่ได้แปลว่าภาระภาษีสิ้นสุดลงตามไปด้วย กรมสรรพากรยังคงติดตามหนี้ภาษีที่ค้างอยู่ และชื่อกรรมการยังคงถูกบันทึกไว้ในประวัติที่อาจกระทบต่อการขอสินเชื่อหรือการเปิดธุรกิจใหม่ในอนาคต
ลำดับขั้นตอนของการเลิกกิจการที่ถูกต้อง
กระบวนการเริ่มจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติพิเศษให้เลิกบริษัทและแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี จากนั้นจึงจดทะเบียนเลิกกิจการต่อนายทะเบียนภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่มีมติ พร้อมประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์และแจ้งเจ้าหนี้ที่ทราบตัวเป็นหนังสือตามที่กฎหมายว่าด้วยหุ้นส่วนบริษัทกำหนด
ในระหว่างการชำระบัญชี ผู้ชำระบัญชีมีหน้าที่รวบรวมทรัพย์สิน ขายทรัพย์สินที่จำเป็น ชำระหนี้สินให้เจ้าหนี้ตามลำดับที่กฎหมายกำหนด และจัดทำรายงานการชำระบัญชีเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นทุกสามเดือนจนกว่าการชำระบัญชีจะเสร็จสิ้น ขั้นตอนนี้มักถูกมองข้ามไปเพราะเจ้าของกิจการเข้าใจว่าจดทะเบียนเลิกแล้วจบทันที
เมื่อชำระบัญชีเสร็จสมบูรณ์ ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติรายงานการชำระบัญชีฉบับสุดท้าย และผู้ชำระบัญชีจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งเป็นจุดที่สถานะนิติบุคคลของบริษัทสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์ตามกฎหมาย
ภาระภาษีที่ต้องเคลียร์ให้จบก่อนปิดบริษัทได้จริง
แม้ทะเบียนบริษัทจะถูกปิดที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าแล้ว แต่หากยังมีภาระภาษีค้างอยู่กับกรมสรรพากร ปัญหายังไม่จบสำหรับกรรมการและผู้ชำระบัญชี แบบภาษีเงินได้นิติบุคคลของรอบระยะเวลาบัญชีสุดท้ายก่อนเลิกกิจการ และรอบระยะเวลาการชำระบัญชีเอง ต้องยื่นแยกจากกันตามที่ประมวลรัษฎากรกำหนด
ภาษีมูลค่าเพิ่มต้องยื่นแบบสุดท้ายพร้อมแจ้งขอถอนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเจ้าหน้าที่มักเข้ามาตรวจสอบยอดสินค้าคงเหลือและสินทรัพย์ที่เคยใช้สิทธิภาษีซื้อ หากมีการขายหรือแจกจ่ายสินทรัพย์เหล่านั้นในช่วงเลิกกิจการ อาจต้องนำส่งภาษีขายเพิ่มเติมตามมูลค่าตลาด
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่เกี่ยวข้องกับพนักงานและคู่ค้าต้องปิดยอดให้ครบทุกประเภทในงวดสุดท้าย รวมถึงหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายที่ต้องออกให้ครบก่อนที่บริษัทจะสิ้นสภาพนิติบุคคล เพราะหลังจากนั้นจะไม่มีชื่อผู้จ่ายเงินที่ถูกต้องให้ระบุในเอกสารอีกต่อไป
กรณีที่ซับซ้อนเพิ่มขึ้นเมื่อมีผู้ถือหุ้นต่างชาติหรือหนี้สินซับซ้อน
บริษัทที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติมักมีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นในขั้นตอนการลงนามเอกสาร เพราะเอกสารบางฉบับต้องได้รับการรับรองจากสถานทูตหรือโนตารีพับลิกในประเทศที่ผู้ถือหุ้นพำนักอยู่ หากวางแผนเรื่องนี้ล่วงหน้าและจัดเตรียมหนังสือมอบอำนาจที่ครอบคลุมทุกขั้นตอนไว้ตั้งแต่ต้น จะช่วยลดจำนวนรอบที่ต้องขอเอกสารเพิ่มเติมได้มาก
สำหรับบริษัทที่มีเงินกู้ยืมจากกรรมการหรือบริษัทในเครือค้างอยู่ในบัญชี ต้องตัดสินใจว่าจะให้ผู้ถือหุ้นชำระคืนเงินกู้ก่อนชำระบัญชี หรือจะแปลงเป็นการสละสิทธิเรียกร้องซึ่งอาจมีผลทางภาษีที่แตกต่างกัน การตัดสินใจนี้ควรทำก่อนเริ่มกระบวนการชำระบัญชี ไม่ใช่เมื่อใกล้จะปิดบัญชีแล้ว
หากบริษัทมีสินทรัพย์ที่จดทะเบียนกรรมสิทธิ์ เช่น ที่ดินหรือยานพาหนะ การโอนกรรมสิทธิ์คืนผู้ถือหุ้นหรือขายให้บุคคลภายนอกต้องดำเนินการให้เสร็จก่อนวันจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี พร้อมคำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะหรือค่าธรรมเนียมการโอนที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนตามประเภทของทรัพย์สินนั้น
เหตุผลที่ควรให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลการปิดกิจการทั้งกระบวนการ
การปิดกิจการเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานพร้อมกัน ทั้งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสรรพากร สำนักงานประกันสังคม และในบางกรณีกรมที่ดิน แต่ละหน่วยงานมีแบบฟอร์มและกำหนดเวลาของตนเอง หากดำเนินการผิดลำดับ เช่น จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีก่อนที่จะได้รับการอนุมัติปิดภาษีจากกรมสรรพากร อาจทำให้ต้องย้อนกลับมาแก้ไขซึ่งใช้เวลานานกว่าเดิม
ทีมงานที่ทำงานด้านนี้เป็นประจำจะรู้ลำดับขั้นตอนที่ถูกต้องและรู้ว่าหน่วยงานใดควรติดต่อก่อนหลัง ทำให้กระบวนการทั้งหมดเสร็จเร็วขึ้นและลดโอกาสที่กรรมการจะต้องเดินทางไปติดต่อหน่วยงานราชการด้วยตนเองหลายรอบ
ที่สำคัญยิ่งกว่าความรวดเร็วคือความถูกต้องของหลักฐาน เพราะเอกสารการปิดกิจการที่ไม่ครบถ้วนอาจกลายเป็นปัญหาสำหรับกรรมการในอนาคต เมื่อธนาคารหรือหน่วยงานราชการขอตรวจสอบประวัติการทำธุรกิจก่อนอนุมัติสินเชื่อหรือใบอนุญาตใหม่ การมีไฟล์หลักฐานปิดกิจการที่ครบถ้วนจึงเป็นการป้องกันความเสี่ยงในระยะยาวให้กรรมการทุกคน
สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาเลิกกิจการและอยากทราบขอบเขตงานจริงก่อนตัดสินใจ สามารถแจ้งชื่อบริษัทพร้อมปีล่าสุดที่ยื่นแบบภาษีให้ทีมงานประเมินให้ได้ทันที ติดต่อผ่าน Call Center 092-0170000 แอดไลน์ @THAIL หรือส่งอีเมลมาที่ contact@thailaw-accounting.co.th เพื่อขอรับใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มดำเนินการทุกขั้นตอน
สถานการณ์ที่ลูกค้ามักเรียกใช้เรา
บริษัทหยุดนิ่งที่ไม่เคยปิดตัวอย่างเป็นทางการ
แต่ละปีที่หยุดนิ่งยังคงมีหน้าที่จัดทำงบตรวจสอบและยื่นแบบภาษีตามปกติ เราประเมินภาระที่ค้างสะสมทั้งหมด ยื่นให้ครบ แล้วจึงเริ่มกระบวนการเลิกกิจการ
ธุรกิจหยุดดำเนินงานกลางปี
รอบบัญชีสุดท้ายจะนับถึงวันจดทะเบียนเลิกกิจการ และหน้าที่ยื่นแบบครึ่งปีกับแบบประจำปีจะถูกปรับให้สอดคล้องกับรอบระยะเวลาที่สั้นลงตามจริง
ผู้ถือหุ้นเดินทางออกจากประเทศไทยแล้ว
มติที่ประชุมและหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ชำระบัญชีสามารถจัดทำในรูปแบบที่สมบูรณ์ตามกฎหมายได้ โดยไม่ต้องให้ผู้ถือหุ้นทุกรายเดินทางกลับมาเซ็นเอกสารด้วยตนเอง
บริษัทมีความเสี่ยงด้านภาษีค้างอยู่
หากพบว่าแบบภาษีที่ยื่นไปก่อนหน้ามีรายได้แสดงต่ำกว่าความเป็นจริง เราประเมินความเสี่ยงและแนวทางแก้ไขก่อนเริ่มชำระบัญชี เพราะการเลิกกิจการไม่ได้ลบล้างภาระภาษีที่มีอยู่เดิม
คำถามที่เจ้าของกิจการถามบ่อย
- หยุดยื่นแบบแล้วปล่อยให้บริษัทเงียบไปได้หรือไม่
- ไม่ได้ บริษัทที่จดทะเบียนแล้วยังคงมีหน้าที่จัดทำงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบและยื่นแบบภาษีทุกปีไม่ว่าจะดำเนินกิจการหรือไม่ก็ตาม ค่าปรับและเงินเพิ่มจะสะสมต่อเนื่อง และกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีอำนาจขีดชื่อบริษัทออกจากทะเบียนซึ่งไม่ได้ล้างภาระภาษีที่มีอยู่ การชำระบัญชีอย่างเป็นทางการเท่านั้นที่ปิดบริษัทได้อย่างสมบูรณ์
- การชำระบัญชีใช้เวลานานเท่าใด
- บริษัทที่ยื่นแบบครบถ้วนและเป็นปัจจุบันสามารถทำขั้นตอนทางทะเบียนให้เสร็จได้ภายในเวลาไม่กี่เดือน ส่วนที่ใช้เวลานานที่สุดมักเป็นการตรวจสอบแบบภาษีงวดสุดท้ายของกรมสรรพากร บริษัทที่มีแบบภาษีค้างยื่นหลายปีต้องจัดการส่วนนั้นให้เสร็จก่อน ซึ่งเป็นตัวกำหนดระยะเวลาที่แท้จริง
- ทรัพย์สินหรือเงินสดที่เหลืออยู่จะเป็นอย่างไร
- หลังจากชำระเจ้าหนี้และภาษีครบถ้วนแล้ว ส่วนที่เหลือจะแบ่งคืนให้ผู้ถือหุ้นตามสัดส่วนการถือหุ้น การแบ่งคืนนี้ถูกบันทึกไว้ในบัญชีการชำระบัญชี และภาระหัก ณ ที่จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากการแบ่งคืนจะถูกดำเนินการในขั้นตอนนั้น
- ค่าใช้จ่ายในการปิดกิจการคิดอย่างไร
- งานด้านทะเบียนและการยื่นแบบมีค่าใช้จ่ายไม่มากนัก ส่วนที่ผันแปรคือปริมาณงานค้างที่ต้องจัดทำย้อนหลัง ส่งชื่อบริษัทและปีล่าสุดที่ยื่นแบบมาให้เรา เราจะตอบกลับเป็นใบเสนอราคาที่แยกงานค้างออกจากงานปิดกิจการให้ชัดเจน
- กรรมการต้องรับผิดชอบอะไรหลังปิดบริษัทแล้ว
- หากการชำระบัญชีดำเนินไปอย่างถูกต้องและภาระภาษีถูกเคลียร์ครบถ้วนก่อนปิดบริษัท กรรมการจะไม่มีภาระผูกพันต่อเนื่องจากบริษัทนั้นอีก แต่หากภายหลังพบว่ามีการปกปิดหนี้สินหรือภาษีที่ยังไม่ได้ชำระ กรรมการหรือผู้ชำระบัญชีอาจถูกเรียกให้ชี้แจงเพิ่มเติมได้
- บริษัทที่มีลูกจ้างต้องทำอะไรเพิ่มก่อนเลิกกิจการ
- ต้องแจ้งเลิกจ้างตามกฎหมายแรงงาน จัดทำและจ่ายค่าชดเชยตามสิทธิ แจ้งออกจากระบบประกันสังคมของพนักงานทุกคน และปิดยอดภาษีหัก ณ ที่จ่ายเงินเดือนงวดสุดท้ายให้ครบก่อนยื่นแบบภาษีงวดสุดท้ายของบริษัท
- บริษัทที่มีสาขาหลายแห่งต้องปิดอย่างไร
- แต่ละสาขาที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแยกต่างหากต้องแจ้งเลิกและยื่นแบบภาษีงวดสุดท้ายของสาขานั้นด้วย ก่อนที่จะจดทะเบียนเลิกกิจการของสำนักงานใหญ่และปิดบริษัททั้งระบบ
- หากพบว่าเอกสารบัญชีเก่าสูญหายจะปิดกิจการได้หรือไม่
- ยังดำเนินการได้ แต่ต้องใช้เวลาสืบค้นข้อมูลจากธนาคาร คู่ค้า และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างหลักฐานทดแทน ยิ่งเอกสารหายมากเท่าไรกระบวนการปิดกิจการก็ยิ่งใช้เวลานานขึ้นเท่านั้น
ดูภาพรวม บริการบัญชีและภาษีทั้งหมด หรืออ่านฉบับภาษาอังกฤษได้จากลิงก์ด้านล่าง
อ่านต่อรายจังหวัด
จดทะเบียนเลิกบริษัทและชำระบัญชีจนถึงเสร็จการชำระบัญชี — เลือกจังหวัดของคุณ
แต่ละจังหวัดมีสำนักงานพื้นที่ที่ต้องติดต่อ รอบส่งเอกสาร และลักษณะธุรกิจต่างกัน หน้าด้านล่างเขียนแยกตามพื้นที่จริงและเสนอราคาเป็นรายกรณี
ภาคกลาง
ภาคตะวันออก
ภาคตะวันตก
ภาคเหนือ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน)
ภาคใต้
ต้องการเวอร์ชันภาษาอังกฤษสำหรับผู้ถือหุ้นหรือผู้บริหารต่างชาติ? เปิดหน้า English hub ของบริการเดียวกันได้ทันที
Read in English