จด VAT + ขึ้นทะเบียน e-Filing
สตาร์ทอัพ SaaS: รายได้ทะลุ 1.8 ล้านโดยไม่รู้ตัว แล้วจด VAT ย้อนหลังอย่างไรให้เสียหายน้อยที่สุด
บริษัทซอฟต์แวร์แบบสมัครสมาชิก ก่อตั้งปี 2567 ทีมงาน 9 คน ลูกค้าเป็นบริษัทในไทย 70% และต่างประเทศ 30%
สรุปสั้นสำหรับผู้บริหาร
ผู้ประกอบการต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ลูกค้ารายนี้เลยกำหนดมา 4 เดือน เราคำนวณภาษีขายที่ต้องนำส่งย้อนหลัง แยกรายได้ส่งออกบริการที่ใช้อัตรา 0 ออกจากรายได้ในประเทศ ยื่น ภ.พ.01 พร้อมคำชี้แจงโดยสมัครใจก่อนถูกออกหมายเรียก จึงรับผิดเฉพาะภาษีและเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน แล้ววางระบบออกใบกำกับภาษีอัตโนมัติในระบบเรียกเก็บเงินของลูกค้า
เขียนโดย
หัวหน้าฝ่ายบัญชี (CPA)
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ขึ้นทะเบียนสภาวิชาชีพบัญชี
ปิดงบและเซ็นรับรองงบการเงินให้ธุรกิจ SME และบริษัทต่างชาติมากว่า 10 ปี ดูแลมาตรฐาน TFRS for NPAEs และการวางผังบัญชีตั้งแต่วันแรกของกิจการ
ตรวจทานโดย
หัวหน้าฝ่ายภาษี
ที่ปรึกษาภาษีอากรและผู้ตรวจสอบภาษี (TA)
ตรวจความถูกต้องของข้อกฎหมายและตัวเลขก่อนเผยแพร่ · เผยแพร่ 2026-08
ดูประวัติทีมงานปัญหาที่พบเมื่อเข้ารับงาน
- ทีมบัญชีภายในดูยอดตามรอบบัญชี ไม่ได้ดูยอดสะสม 12 เดือนย้อนหลังตามเกณฑ์ VAT
- ออกใบแจ้งหนี้โดยไม่มี VAT ให้ลูกค้านิติบุคคลไปแล้วกว่า 200 ใบ
- รายได้จากลูกค้าต่างประเทศถูกรวมกับรายได้ในประเทศ ทำให้ประเมินภาระเกินจริง
- ไม่มีใบกำกับภาษีซื้อเก็บไว้เลยในช่วงก่อนจด จึงเครดิตภาษีซื้อไม่ได้
ขั้นตอนการแก้ไข
1. แยกฐานรายได้ก่อนคำนวณภาษี
4 วันทำการจัดกลุ่มรายได้เป็นบริการในประเทศ บริการที่ใช้ในต่างประเทศ และรายได้ที่ไม่อยู่ในบังคับ VAT เพื่อให้ยอดภาษีขายย้อนหลังสะท้อนความจริง ไม่ใช่คูณ 7% ทั้งก้อน
2. ยื่น ภ.พ.01 พร้อมคำชี้แจงโดยสมัครใจ
1 สัปดาห์ยื่นคำขอจดทะเบียนพร้อมหนังสือชี้แจงเหตุผลที่ล่าช้าและตารางคำนวณภาษีที่จะนำส่ง การเข้าหาก่อนถูกตรวจทำให้บทสนทนากับเจ้าหน้าที่เป็นเรื่องการชำระ ไม่ใช่การสอบสวน
3. เจรจากับลูกค้าเรื่อง VAT ที่ต้องเรียกเก็บเพิ่ม
3 สัปดาห์ร่างหนังสือแจ้งลูกค้านิติบุคคลพร้อมออกใบกำกับภาษีให้ถูกต้อง ลูกค้าที่จด VAT เองรับได้เพราะเครดิตภาษีซื้อกลับได้ ทำให้เก็บ VAT คืนได้ราว 78% ของยอด
4. ต่อระบบเรียกเก็บเงินเข้ากับใบกำกับภาษี
2 สัปดาห์ตั้งค่าให้ระบบสมัครสมาชิกออกใบกำกับภาษีเต็มรูปอัตโนมัติทุกครั้งที่ตัดบัตร พร้อมเลขที่เรียงต่อเนื่องและเก็บสำเนาอิเล็กทรอนิกส์ครบ 5 ปี
เอกสารที่ใช้ในเคสนี้
- งบทดลองและรายงานรายได้รายเดือนย้อนหลัง 18 เดือน
- ใบแจ้งหนี้ที่ออกไปแล้วทั้งหมดในช่วงที่เกินเกณฑ์
- สัญญาหรือหลักฐานว่าบริการถูกใช้ในต่างประเทศ
- หนังสือรับรองบริษัทและสำเนาบัตรกรรมการ
- หลักฐานที่ตั้งสถานประกอบการ เช่น สัญญาเช่าและแผนที่
ผลลัพธ์ที่วัดได้
| VAT ที่เรียกเก็บคืนจากลูกค้าได้ | ประมาณ 78% ของยอดย้อนหลัง |
|---|---|
| รายได้ที่พิสูจน์ได้ว่าใช้อัตรา 0 | ราว 30% ของยอดรวม |
| บทลงโทษ | รับผิดภาษีและเงินเพิ่ม 1.5%/เดือน ไม่มีเบี้ยปรับจากการตรวจ |
| ระยะเวลารวม | 7 สัปดาห์ |
ข้อควรระวังที่ธุรกิจแบบเดียวกันมักพลาด
- นับเกณฑ์ 1.8 ล้านบาทจากรอบบัญชีแทนที่จะนับจากรายได้ที่เกิดขึ้นจริงในปี ทำให้รู้ตัวช้า
- ออกใบกำกับภาษีย้อนหลังโดยลงวันที่ย้อนหลัง ซึ่งเป็นความผิดคนละเรื่องและหนักกว่าเดิม
- เหมารวมรายได้ต่างประเทศเป็นฐาน 7% ทำให้จ่ายภาษีเกินโดยไม่จำเป็น
- ไม่เก็บใบกำกับภาษีซื้อไว้ตั้งแต่ต้น ทำให้เสียสิทธิเครดิตภาษีอย่างถาวร
มุมมองที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่รับจ้างทำ
จุดที่ทีมเราต่างจากการจ้างจดทะเบียนอย่างเดียวคือเราคำนวณผลกระทบก่อนตัดสินใจ เจ้าของกิจการหลายรายเข้าใจว่าการจด VAT ช้าคือเรื่องค่าปรับ ทั้งที่ต้นทุนจริงคือ VAT ที่เรียกคืนจากลูกค้าไม่ได้ ถ้าไม่อยากเสียเวลาไล่ตรวจยอดสะสมเองทุกเดือน ทีมที่ปรึกษาของเราซึ่งดูแลงานภาษีมากว่า 15 ปีจะเฝ้าเกณฑ์ให้ พร้อมแจ้งล่วงหน้าก่อนถึงเส้น 1.8 ล้านบาท และดำเนินการจดทะเบียนพร้อมวางระบบใบกำกับภาษีให้จบในงานเดียว
คำถามที่พบบ่อยจากเคสนี้
- ต้องจด VAT ภายในกี่วันหลังรายได้เกินเกณฑ์
- ต้องยื่นคำขอภายใน 30 วันนับแต่วันที่มูลค่าฐานภาษีเกิน 1.8 ล้านบาท ประเด็นที่มักพลาดคือการนับวัน เพราะนับจากวันที่รายการขายทำให้ยอดสะสมเกินเส้น ไม่ใช่วันสิ้นเดือนหรือวันปิดงบ เราจึงแนะนำให้ดูยอดสะสมทุกเดือน ไม่ใช่ทุกไตรมาส
- จดช้าแล้วต้องจ่ายอะไรบ้าง
- โดยหลักคือภาษีขายที่ควรเรียกเก็บในช่วงที่ยังไม่จด บวกเงินเพิ่มในอัตรา 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องชำระ และอาจมีเบี้ยปรับตามกรณี การเข้าไปยื่นเองก่อนเจ้าหน้าที่ออกหมายเรียกมักทำให้ขอบเขตความรับผิดแคบกว่าการรอให้ถูกตรวจพบ
- เรียก VAT ย้อนหลังจากลูกค้าได้จริงหรือไม่
- ทำได้ในทางปฏิบัติเมื่อลูกค้าเป็นนิติบุคคลที่จด VAT เพราะเขานำไปเครดิตภาษีซื้อได้จึงไม่ใช่ต้นทุนสุทธิ แต่ลูกค้ารายย่อยหรือลูกค้าที่ไม่จด VAT มักไม่ยอมจ่ายเพิ่ม กิจการจึงต้องรับภาระส่วนนั้นเอง การประเมินสัดส่วนลูกค้าสองกลุ่มนี้ก่อนจึงสำคัญ
- รายได้จากลูกค้าต่างประเทศนับรวมในเกณฑ์ 1.8 ล้านหรือไม่
- รายได้จากการให้บริการที่อยู่ในบังคับภาษีมูลค่าเพิ่มนับรวมในฐานภาษี แม้จะใช้อัตราศูนย์ก็ตาม สิ่งที่ต่างกันคืออัตราภาษีที่ใช้ ไม่ใช่การนับฐาน ธุรกิจส่งออกบริการจึงมักต้องจดทะเบียนแม้แทบไม่มีภาษีต้องชำระ และการจดทะเบียนยังทำให้ขอคืนภาษีซื้อได้
- หลังจด VAT แล้วต้องทำอะไรทุกเดือน
- ต้องออกใบกำกับภาษีเต็มรูปทุกครั้งที่ความรับผิดเกิดขึ้น จัดทำรายงานภาษีซื้อและภาษีขาย และยื่นแบบ ภ.พ.30 พร้อมชำระภาษีภายในกำหนดของเดือนถัดไป แม้เดือนนั้นไม่มีรายการก็ยังต้องยื่นแบบเปล่า การขาดยื่นแม้ไม่มียอดก็ยังมีค่าปรับ
กรณีศึกษาอื่น
ทีมทนายความและผู้สอบบัญชี Thai Law & Accounting Services · ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาของหน่วยงานราชการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ หรือให้ทีมเราตรวจสอบให้