เงินเดือนและงานบุคคล
คลินิกความงาม 3 สาขา: จัดระบบเงินเดือน–ประกันสังคม และแก้ปัญหาแพทย์พาร์ทไทม์
คลินิกเวชกรรมความงาม 3 สาขา (กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต) พนักงานประจำ 34 คน แพทย์พาร์ทไทม์ 11 คน
สรุปสั้นสำหรับผู้บริหาร
ปัญหาหลักคือการจ่ายค่าตอบแทนแพทย์พาร์ทไทม์แบบเดียวกับเงินเดือนพนักงาน ทำให้หักภาษี ณ ที่จ่ายผิดประเภทและเกิดภาระประกันสังคมที่ไม่ควรมี เราแยกสัญญาออกเป็นลูกจ้างกับผู้รับจ้างอิสระตามข้อเท็จจริงของการทำงาน ปรับการหักภาษีเป็น ภ.ง.ด.1 และ ภ.ง.ด.3 ตามสถานะ ขึ้นทะเบียนประกันสังคมให้ครบ และวางระบบเงินเดือนรวมศูนย์สามสาขา
ปัญหาที่พบเมื่อเข้ารับงาน
- แพทย์พาร์ทไทม์ถูกหักภาษีแบบเงินเดือนทั้งที่ทำงานลักษณะรับจ้างอิสระ
- พนักงานทดลองงานยังไม่ถูกขึ้นทะเบียนประกันสังคมภายใน 30 วัน
- แต่ละสาขาคำนวณเงินเดือนแยกกัน ทำให้ยอด ภ.ง.ด.1 ไม่ตรงกับบัญชี
- ค่าคอมมิชชันพนักงานขายคอร์สไม่ได้รวมเป็นฐานคำนวณเงินสมทบ
ขั้นตอนการแก้ไข
1. ทบทวนข้อเท็จจริงของการจ้าง
2 สัปดาห์ดูอำนาจบังคับบัญชา ตารางเวลา การจัดหาเครื่องมือ และการรับความเสี่ยง เพื่อจัดสถานะเป็นลูกจ้างหรือผู้รับจ้างตามความเป็นจริง ไม่ใช่ตามชื่อสัญญา
2. ปรับสัญญาและวิธีหักภาษี
2 สัปดาห์ลูกจ้างหักตาม ภ.ง.ด.1 ผู้รับจ้างอิสระหัก 3% ตาม ภ.ง.ด.3 พร้อมออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายทุกครั้งที่จ่าย
3. เก็บงานประกันสังคมค้าง
3 สัปดาห์ขึ้นทะเบียนลูกจ้างที่ตกหล่นย้อนหลัง ชำระเงินสมทบพร้อมเงินเพิ่ม และปรับฐานคำนวณให้รวมค่าคอมมิชชันตามกฎหมาย
4. รวมศูนย์เงินเดือนสามสาขา
2 สัปดาห์ใช้รอบเดียวกันทั้งสามสาขา ออก payslip อิเล็กทรอนิกส์ และกระทบยอด ภ.ง.ด.1 กับบัญชีค่าใช้จ่ายพนักงานทุกเดือน
เอกสารที่ใช้ในเคสนี้
- สัญญาจ้างและข้อตกลงค่าตอบแทนทุกฉบับ
- ทะเบียนลูกจ้างและวันเริ่มงานจริง
- แบบ ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.1ก, ภ.ง.ด.3 ย้อนหลัง 12 เดือน
- แบบ สปส.1-10 และใบเสร็จเงินสมทบ
- โครงสร้างค่าคอมมิชชันและเงื่อนไขการจ่าย
ผลลัพธ์ที่วัดได้
| ความเสี่ยงเงินสมทบย้อนหลัง | ปิดครบทุกราย |
|---|---|
| เวลาทำเงินเดือนต่อเดือน | ลดจาก 3 วัน เหลือ 4 ชั่วโมง |
| ความคลาดเคลื่อน ภ.ง.ด.1 กับบัญชี | 0 บาท ต่อเนื่อง 12 เดือน |
| ระยะเวลารวม | 5 สัปดาห์ |
ข้อควรระวังที่ธุรกิจแบบเดียวกันมักพลาด
- การเรียกคนว่า “ฟรีแลนซ์” ในสัญญาไม่ได้ทำให้พ้นสถานะลูกจ้าง ศาลและ สปส. ดูข้อเท็จจริงของการทำงาน
- ลูกจ้างใหม่ต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคมภายใน 30 วันนับแต่วันเริ่มงาน รวมถึงช่วงทดลองงาน
- ค่าคอมมิชชันและเบี้ยขยันที่จ่ายประจำถือเป็นค่าจ้าง ต้องรวมในฐานเงินสมทบ
มุมมองที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่รับจ้างทำ
เจ้าของคลินิกมักถามว่า “จ้างแบบไหนถูกกว่า” คำตอบที่ถูกต้องคือจ้างให้ตรงกับความเป็นจริงของงาน แล้วค่อยออกแบบโครงสร้างค่าตอบแทนให้เหมาะสม เราให้คำปรึกษาก่อนเซ็นสัญญาเสมอ เพราะแก้ทีหลังแพงกว่าเสมอ ทีมเราดูแลทั้งเงินเดือน ประกันสังคม และภาษีในจุดเดียว
คำถามที่พบบ่อยจากเคสนี้
- แพทย์พาร์ทไทม์ต้องขึ้นประกันสังคมหรือไม่
- ขึ้นอยู่กับว่ามีสถานะเป็นลูกจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานหรือไม่ หากคลินิกกำหนดตารางเวลา ควบคุมวิธีทำงาน และจ่ายค่าตอบแทนประจำ มักถือเป็นลูกจ้างและต้องขึ้นทะเบียน แต่ถ้าเป็นการรับจ้างอิสระแท้จริงจะไม่เข้าข่าย
- หักภาษี ณ ที่จ่าย ผู้รับจ้างอิสระกี่เปอร์เซ็นต์
- ค่าจ้างทำของหรือบริการที่จ่ายให้บุคคลธรรมดาโดยทั่วไปหัก 3% ยื่นด้วย ภ.ง.ด.3 ส่วนที่จ่ายให้นิติบุคคลหัก 3% เช่นกันแต่ยื่นด้วย ภ.ง.ด.53 ทั้งนี้อัตราต่างกันตามประเภทเงินได้
- เงินสมทบประกันสังคมคำนวณจากฐานเท่าไร
- คำนวณจากค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท ถึงสูงสุด 15,000 บาทต่อเดือน ในอัตราฝ่ายละ 5% เว้นแต่มีประกาศลดอัตราชั่วคราว โดยนายจ้างมีหน้าที่นำส่งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
- จ่ายเงินเดือนเป็นเงินสดได้ไหม
- ทำได้แต่เสี่ยงมาก เพราะพิสูจน์รายจ่ายยากเมื่อถูกตรวจ ควรจ่ายผ่านธนาคารพร้อมสลิปเงินเดือนที่ลูกจ้างรับทราบ เพื่อให้รายจ่ายค่าจ้างเป็นรายจ่ายทางภาษีที่หักได้เต็มจำนวน
- คลินิกหลายสาขาต้องแยกยื่นภาษีหรือไม่
- ภาษีเงินได้นิติบุคคลและ ภ.ง.ด.1 ยื่นรวมในนามนิติบุคคลเดียว แต่ VAT ต้องแจ้งสถานประกอบการทุกแห่งด้วย ภ.พ.09 และแสดง ภ.พ.20 ณ ที่ตั้งแต่ละสาขา ส่วนประกันสังคมขึ้นทะเบียนสาขาแยกได้
กรณีศึกษาอื่น
ทีมทนายความและผู้สอบบัญชี Thai Law & Accounting Services · ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาของหน่วยงานราชการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ หรือให้ทีมเราตรวจสอบให้