แพ็กเกจบัญชีและคอมไพลแอนซ์สำหรับกิจการ BOI
เหมาะกับ: บริษัทที่เพิ่งได้รับบัตรส่งเสริม โรงงานและกิจการเทคโนโลยีที่ใช้สิทธิยกเว้นภาษี และบริษัทที่มีทั้งกิจการ BOI และ non-BOI
คิดตามจำนวนบัตรส่งเสริมและปริมาณรายการ ประเมินฟรี
สรุปขอบงาน
ความเสี่ยงหลักของกิจการ BOI ไม่ใช่การทำบัญชีทั่วไป แต่เป็นการแยกรายได้และค่าใช้จ่ายระหว่างกิจการที่ได้รับส่งเสริมกับกิจการที่ไม่ได้รับส่งเสริมให้ชัดเจน และการทำรายงานตามเงื่อนไขในบัตรส่งเสริมให้ครบกำหนด แพ็กเกจนี้วางผังบัญชีแบบแยกกิจการตั้งแต่ต้น จัดเกณฑ์ปันส่วนค่าใช้จ่ายร่วมที่อธิบายได้ และจัดชุดเอกสารให้พร้อมทั้งการตรวจของสรรพากรและการติดตามผลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
ข้อเท็จจริงหลัก
| หัวใจของงาน | แยกบัญชีรายได้และค่าใช้จ่ายกิจการ BOI กับ non-BOI อย่างชัดเจน |
|---|---|
| รายงานหลัก | รายงานผลการดำเนินงานตามเงื่อนไขบัตรส่งเสริมและแบบภาษีประจำปี |
| สิทธิที่ต้องรักษา | การยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลตามที่ระบุในบัตร |
| ผู้ดูแลเคส | ผู้ทำบัญชีที่มีประสบการณ์กิจการส่งเสริม พร้อมผู้สอบบัญชีรีวิว |
สิ่งที่รวมในแพ็กเกจ
วางผังบัญชีแยกกิจการ
แยกศูนย์ต้นทุนและรหัสรายได้ระหว่างกิจการ BOI และ non-BOI ตั้งแต่รายการแรก
กำหนดเกณฑ์ปันส่วนค่าใช้จ่ายร่วม
จัดทำนโยบายปันส่วนที่มีเหตุผลรองรับและใช้สม่ำเสมอทุกงวด
บัญชีรายเดือนและแบบภาษีครบชุด
บันทึกบัญชี ยื่น ภ.พ.30 ภ.ง.ด. และงบภายในตามกำหนด
ติดตามเงื่อนไขบัตรส่งเสริม
ทำปฏิทินเงื่อนไขและเตือนล่วงหน้าก่อนถึงกำหนดรายงานแต่ละรายการ
เตรียมข้อมูลรองรับการตรวจ
จัดกระดาษทำการแยกกิจการพร้อมคำอธิบายให้ผู้ตรวจอ่านเข้าใจได้ทันที
ระดับแพ็กเกจและกรอบราคา
ระดับเริ่มต้น — ดูแลรายงานตามเงื่อนไขบัตรส่งเสริม
12,000–20,000 บาทต่อเดือน
รายเดือน
กิจการที่ได้รับบัตรส่งเสริมหนึ่งโครงการ และยังไม่เริ่มใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้
- บันทึกบัญชีแยกโครงการที่ได้รับส่งเสริมออกจากกิจการปกติตั้งแต่ต้นทาง
- จัดทำรายงานตามเงื่อนไขที่ต้องส่งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนตามรอบ
- ติดตามกำหนดเวลาเงื่อนไขบัตรและแจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนครบกำหนดทุกครั้ง
เริ่มงานได้ภายใน 2 สัปดาห์
ปรึกษา 2 ชั่วโมงต่อเดือน
ขอใบเสนอราคาระดับนี้ระดับมาตรฐาน — ใช้สิทธิยกเว้นภาษีอย่างปลอดภัย
25,000–45,000 บาทต่อเดือน
รายเดือน
กิจการที่เริ่มใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ นำเข้าเครื่องจักรหรือวัตถุดิบโดยใช้สิทธิยกเว้นอากร
- ทุกอย่างในระดับเริ่มต้น พร้อมคำนวณกำไรที่ได้รับยกเว้นและเฉลี่ยค่าใช้จ่ายร่วมอย่างมีหลักฐานรองรับ
- กระทบยอดบัญชีเครื่องจักรและวัตถุดิบกับระบบสิทธิประโยชน์ให้ตรงกันทุกงวด
- จัดทำเอกสารประกอบแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลส่วนที่ได้รับยกเว้นให้พร้อมถูกตรวจ
เริ่มงานได้ภายใน 3 สัปดาห์
ปรึกษา 5 ชั่วโมงต่อเดือน
ขอใบเสนอราคาระดับนี้ระดับที่ปรึกษา — หลายโครงการและตรวจสอบสิทธิ
60,000–140,000 บาทต่อเดือน
รายเดือน ตามจำนวนโครงการที่ได้รับส่งเสริม
กลุ่มบริษัทที่ถือบัตรส่งเสริมหลายโครงการ มีทั้งกิจการที่ได้รับและไม่ได้รับส่งเสริม หรืออยู่ระหว่างถูกตรวจสอบการใช้สิทธิ
- ทุกอย่างในระดับมาตรฐาน พร้อมงบการเงินแยกรายโครงการที่ผู้สอบบัญชีรับรองได้
- เตรียมเอกสารและเข้าร่วมการตรวจสอบการใช้สิทธิประโยชน์แทนลูกค้า
- วางแผนช่วงสิ้นสุดสิทธิยกเว้นภาษี เพื่อให้ภาระภาษีปีถัดไปไม่กระโดดโดยไม่ทันตั้งตัว
เริ่มงานได้ภายใน 4 สัปดาห์
ปรึกษาไม่จำกัดในขอบเขตสิทธิประโยชน์การลงทุน
ขอใบเสนอราคาระดับนี้| หัวข้อเปรียบเทียบ | ระดับเริ่มต้น — ดูแลรายงานตามเงื่อนไขบัตรส่งเสริม | ระดับมาตรฐาน — ใช้สิทธิยกเว้นภาษีอย่างปลอดภัย | ระดับที่ปรึกษา — หลายโครงการและตรวจสอบสิทธิ |
|---|---|---|---|
| กรอบราคา | 12,000–20,000 บาทต่อเดือน | 25,000–45,000 บาทต่อเดือน | 60,000–140,000 บาทต่อเดือน |
| รอบการเรียกเก็บ | รายเดือน | รายเดือน | รายเดือน ตามจำนวนโครงการที่ได้รับส่งเสริม |
| ระยะเวลาดำเนินงาน | เริ่มงานได้ภายใน 2 สัปดาห์ | เริ่มงานได้ภายใน 3 สัปดาห์ | เริ่มงานได้ภายใน 4 สัปดาห์ |
| เวลาที่ปรึกษาที่รวมให้ | ปรึกษา 2 ชั่วโมงต่อเดือน | ปรึกษา 5 ชั่วโมงต่อเดือน | ปรึกษาไม่จำกัดในขอบเขตสิทธิประโยชน์การลงทุน |
| เหมาะกับใคร | กิจการที่ได้รับบัตรส่งเสริมหนึ่งโครงการ และยังไม่เริ่มใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ | กิจการที่เริ่มใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ นำเข้าเครื่องจักรหรือวัตถุดิบโดยใช้สิทธิยกเว้นอากร | กลุ่มบริษัทที่ถือบัตรส่งเสริมหลายโครงการ มีทั้งกิจการที่ได้รับและไม่ได้รับส่งเสริม หรืออยู่ระหว่างถูกตรวจสอบการใช้สิทธิ |
บริการเสริมที่สั่งเพิ่มได้
ขอแก้ไขเงื่อนไขบัตรส่งเสริม — 30,000–80,000 บาทต่อคำขอ
รวมจัดทำคำขอและติดตามผล
รายงานเปรียบเทียบสำหรับบริษัทแม่ — 15,000–35,000 บาทต่อไตรมาส
จัดทำสองภาษาตามรูปแบบของกลุ่ม
ตัวเลขข้างต้นเป็นกรอบงบประมาณเริ่มต้นสำหรับวางแผน ไม่ใช่ราคาสุดท้าย ค่าธรรมเนียมราชการ ค่าอากรแสตมป์ และค่าบริการหน่วยงานภายนอกเรียกเก็บตามจริงแยกจากค่าบริการวิชาชีพ ราคาที่ผูกพันจะระบุในใบเสนอราคาหลังประเมินขอบงานฟรี
สิ่งที่ไม่รวม
- การยื่นขอบัตรส่งเสริมหรือแก้ไขโครงการ ซึ่งเป็นงานที่ปรึกษาแยกต่างหาก
- การขออนุมัติสิทธิเครื่องจักรและวัตถุดิบผ่านระบบของหน่วยงาน
- ค่าสอบบัญชีประจำปีซึ่งเสนอราคาแยกตามขนาดงบ
ขั้นตอนการทำงาน
1. อ่านบัตรส่งเสริมและถอดเงื่อนไข
ถอดเงื่อนไขทุกข้อในบัตรออกเป็นรายการงานที่ต้องทำ พร้อมกำหนดเวลาและผู้รับผิดชอบ
ระยะเวลา: 3–5 วัน
2. วางระบบบัญชีแยกกิจการ
ตั้งผังบัญชี ศูนย์ต้นทุน และเกณฑ์ปันส่วน แล้วทดลองปิดหนึ่งงวดเพื่อยืนยันว่าแยกได้จริง
ระยะเวลา: 1–2 สัปดาห์
3. ดำเนินงานรายเดือนและรายงาน
บันทึกบัญชี ยื่นแบบ และออกรายงานแยกกิจการให้ผู้บริหารเห็นกำไรของแต่ละส่วนทุกเดือน
ระยะเวลา: ต่อเนื่องทุกงวด
4. ปิดปีและเตรียมรับการตรวจ
ปิดงบ ประสานผู้สอบบัญชี และจัดแฟ้มหลักฐานการใช้สิทธิให้พร้อมก่อนถูกเรียกตรวจ
ระยะเวลา: ตามรอบปีบัญชี
ทำไมต้องเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่เอเจนซี่
- เราทำเกณฑ์ปันส่วนเป็นเอกสารนโยบาย ไม่ใช่ตัวเลขที่อธิบายไม่ได้ตอนถูกตรวจ
- มีทนายภาษีร่วมทีมเมื่อเกิดประเด็นการใช้สิทธิและการประเมินย้อนหลัง
- รายงานผู้บริหารรายเดือนแยกกำไรกิจการ BOI และ non-BOI ให้เห็นภาพตัดสินใจได้จริง
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมต้องแยกบัญชี BOI กับ non-BOI
เพราะสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลใช้ได้เฉพาะกำไรจากกิจการที่ได้รับการส่งเสริมตามที่ระบุในบัตรเท่านั้น หากรวมบัญชีกันจนแยกไม่ออก เจ้าพนักงานประเมินอาจไม่ยอมรับการปันส่วนและประเมินภาษีจากกำไรทั้งก้อน การวางระบบแยกตั้งแต่ต้นจึงถูกกว่าการมาพิสูจน์ย้อนหลังหลายเท่า
ปันส่วนค่าใช้จ่ายส่วนกลางแบบไหนที่เจ้าหน้าที่ยอมรับ
ต้องเลือกเกณฑ์ที่สะท้อนการใช้ทรัพยากรจริง เช่น สัดส่วนรายได้ ชั่วโมงแรงงาน พื้นที่ใช้สอย หรือหน่วยผลิต แล้วใช้เกณฑ์เดิมอย่างสม่ำเสมอทุกงวด พร้อมบันทึกเหตุผลไว้เป็นนโยบายลายลักษณ์อักษร การเปลี่ยนเกณฑ์กลางปีโดยไม่มีเหตุผลรองรับเป็นจุดที่ถูกตั้งประเด็นบ่อยที่สุด
สิทธิยกเว้นภาษีครอบคลุมภาษีทุกประเภทไหม
ไม่ครับ สิทธิตามบัตรส่งเสริมโดยทั่วไปเกี่ยวกับภาษีเงินได้นิติบุคคลและสิทธิด้านอากรขาเข้าตามเงื่อนไขที่ระบุ แต่หน้าที่ด้านภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ประกันสังคม และภาษีที่ดินยังคงเหมือนบริษัททั่วไป ลูกค้าหลายรายเข้าใจผิดจุดนี้แล้วละเลยการยื่นแบบรายเดือนจนถูกปรับ
ถ้ารายได้ non-BOI โตขึ้นจะกระทบสิทธิไหม
ไม่ทำให้สิทธิหายไปโดยอัตโนมัติ แต่ทำให้การแยกบัญชีสำคัญขึ้นมาก และอาจกระทบเงื่อนไขบางข้อในบัตร เช่น สัดส่วนการผลิตหรือกำลังการผลิตขั้นต่ำ เราจะติดตามตัวเลขนี้ทุกไตรมาสและแจ้งเตือนล่วงหน้าเมื่อแนวโน้มเข้าใกล้เงื่อนไข เพื่อให้ปรับแผนได้ทันก่อนสิ้นปี
เตรียมอะไรไว้ก่อนถูกเรียกตรวจ
ควรมีบัตรส่งเสริมและเงื่อนไขทั้งชุด งบการเงินแยกกิจการ กระดาษทำการปันส่วนพร้อมนโยบายเป็นลายลักษณ์อักษร รายงานการผลิตหรือการให้บริการ หลักฐานการนำเข้าเครื่องจักรและวัตถุดิบที่ใช้สิทธิ และแบบภาษีที่ยื่นครบทุกงวด เราจัดแฟ้มนี้ให้พร้อมตลอดปี ไม่ใช่มาเร่งทำตอนได้รับหนังสือเรียก
บริษัทเรามีทั้ง BOI และธุรกิจอื่น ต้องแยกนิติบุคคลไหม
ไม่จำเป็นเสมอไป หากระบบบัญชีแยกได้ชัดและเกณฑ์ปันส่วนอธิบายได้ การใช้นิติบุคคลเดียวก็บริหารได้ แต่เมื่อกิจการ non-BOI ใหญ่ขึ้นจนมีลูกค้า ต้นทุน และทีมงานแยกกันชัดเจน การตั้งนิติบุคคลใหม่มักลดความเสี่ยงการถูกตั้งประเด็นและทำให้ขอสินเชื่อง่ายขึ้น เราจะเปรียบเทียบภาระภาษีและต้นทุนบริหารของทั้งสองทางให้เห็นตัวเลขก่อนตัดสินใจ
ให้เราดูแลทั้งกระบวนการ
กิจการ BOI ส่วนใหญ่เสียสิทธิไม่ใช่เพราะทำผิดตั้งใจ แต่เพราะระบบบัญชีไม่ได้ออกแบบมาให้แยกกิจการตั้งแต่วันแรก แล้วมาพิสูจน์ย้อนหลังไม่ได้ตอนถูกตรวจ ส่งสำเนาบัตรส่งเสริมกับผังบัญชีปัจจุบันมาให้เรา เราจะชี้ภายในหนึ่งสัปดาห์ว่าจุดใดยังพิสูจน์ไม่ได้ ต้องแก้อะไรก่อน และถ้าต้องการให้เราดูแลทั้งระบบ ค่าใช้จ่ายอยู่ในกรอบใด