เมื่อผลประเมินมาถึงโต๊ะ
คดีภาษีอากร อุทธรณ์การประเมิน และการเจรจากับสรรพากร
หนังสือแจ้งการประเมินไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มของกรอบเวลาที่เดินทันที การรู้ว่าเหลือเวลาเท่าไรและต้องยื่นอะไรก่อน คือสิ่งที่แยกผลลัพธ์ระหว่างการลดจำนวนที่ต้องชำระกับการเสียสิทธิโต้แย้งไปทั้งหมด
คำตอบโดยสรุป
เมื่อได้รับหนังสือแจ้งการประเมิน ผู้ถูกประเมินมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายในกำหนดเวลานับจากวันได้รับหนังสือ หากไม่ยื่นภายในกำหนดจะถือว่ายุติและถูกเรียกเก็บได้ทันที เมื่อมีคำวินิจฉัยแล้วยังนำคดีขึ้นสู่ศาลภาษีอากรได้อีกชั้น โดยการยื่นอุทธรณ์ไม่ได้ทำให้เงินเพิ่มหยุดเดินโดยอัตโนมัติ
หน้านี้เขียนให้ใคร
- บริษัทที่ได้รับหนังสือเชิญพบหรือหนังสือแจ้งการประเมินจากสรรพากร
- กิจการที่ถูกปรับปรุงรายได้หรือถูกตัดรายจ่ายจนภาระภาษีเปลี่ยนไปมาก
- ผู้บริหารที่ต้องตัดสินใจว่าจะยอมชำระหรือสู้ต่อในชั้นอุทธรณ์
อ่านหนังสือให้ออกก่อนว่าอยู่ชั้นไหน
เอกสารจากสรรพากรมีหลายแบบและผลต่างกันมาก หนังสือเชิญพบเพื่อชี้แจงยังเป็นขั้นตรวจสอบ ขณะที่หนังสือแจ้งการประเมินคือคำสั่งทางปกครองที่เริ่มนับกรอบเวลาอุทธรณ์ทันที เราจึงเริ่มจากระบุประเภทเอกสาร วันที่ได้รับ และวันสุดท้ายของสิทธิโต้แย้ง ก่อนพูดถึงเนื้อหาประเด็น
แยกประเด็นข้อเท็จจริงออกจากประเด็นข้อกฎหมาย
ข้อโต้แย้งบางเรื่องแพ้ชนะกันที่เอกสาร เช่น พิสูจน์ได้หรือไม่ว่ารายจ่ายเกิดขึ้นจริงและเกี่ยวกับกิจการ อีกบางเรื่องเป็นการตีความบทบัญญัติหรือแนวปฏิบัติ ซึ่งต้องอ้างคำวินิจฉัยและแนวคำพิพากษาประกอบ การแยกสองส่วนนี้ให้ชัดทำให้คำอุทธรณ์กระชับและตรงประเด็นกว่าการเขียนรวมกันทั้งฉบับ
ตัวเลขต้องเดินไปทางเดียวกับคำอธิบาย
คำอุทธรณ์ที่มีน้ำหนักต้องแนบกระดาษทำการที่กระทบยอดได้ตั้งแต่เอกสารต้นทางจนถึงยอดในแบบที่ยื่นไว้ ประสบการณ์ที่พบบ่อยคือคำอธิบายถูกต้องแต่ตารางที่แนบไปคนละชุดกับบัญชี ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องตั้งคำถามใหม่ทั้งรอบ เราจึงให้ทีมบัญชีจัดชุดตัวเลขก่อน แล้วทีมกฎหมายจึงเขียนข้อโต้แย้งทับลงไป
ชั่งน้ำหนักระหว่างสู้ต่อกับจบที่ชั้นเจรจา
ทุกคดีมีต้นทุนที่มองไม่เห็น ทั้งเวลาผู้บริหาร ค่าดำเนินการ และเงินเพิ่มที่เดินระหว่างทาง บางกรณีการชำระบางส่วนพร้อมขอพิจารณาลดเบี้ยปรับให้ผลดีกว่าการสู้จนถึงศาล เราเสนอทั้งสองทางพร้อมตัวเลขประมาณการ เพื่อให้เจ้าของกิจการเลือกบนข้อมูล ไม่ใช่บนความรู้สึก
เอกสารที่ควรเตรียม
| เอกสาร | ใช้ทำอะไร |
|---|---|
| หนังสือจากสรรพากรทุกฉบับ | รวมซองที่มีตราประทับวันที่ เพราะใช้นับกรอบเวลาอุทธรณ์ |
| แบบแสดงรายการที่ยื่นไว้ | ปีที่ถูกประเมินและปีข้างเคียง พร้อมใบเสร็จรับเงินภาษี |
| งบการเงินและงบทดลอง | ฉบับที่ผู้สอบบัญชีลงนาม พร้อมกระดาษทำการที่กระทบยอดได้ |
| เอกสารรายจ่ายที่ถูกตัด | ใบกำกับภาษี ใบเสร็จ สัญญา และหลักฐานการชำระเงินของรายการที่เป็นประเด็น |
| บันทึกการชี้แจงที่เคยส่งไปแล้ว | เพื่อไม่ให้คำอุทธรณ์ขัดกับคำชี้แจงเดิมที่เคยให้ไว้ |
ลำดับการทำงาน
- 1
ตรวจกรอบเวลาเป็นอันดับแรก
ระบุวันสุดท้ายของการยื่นอุทธรณ์และวางตารางย้อนกลับว่าต้องได้เอกสารครบเมื่อใด
- 2
ประเมินโอกาสรายประเด็น
ให้ความเห็นตรงไปตรงมาว่าประเด็นใดมีน้ำหนักและประเด็นใดควรยอมเพื่อลดภาระรวม
- 3
จัดชุดเอกสารและกระดาษทำการ
ทีมบัญชีเรียงหลักฐานตามประเด็น พร้อมตารางกระทบยอดที่ตรวจสอบย้อนได้
- 4
ยื่นคำอุทธรณ์และติดตาม
ยื่นภายในกำหนด เข้าชี้แจงเมื่อถูกเรียก และบันทึกทุกคำถามที่เจ้าหน้าที่ตั้งไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
- 5
ตัดสินใจขั้นถัดไป
เมื่อมีคำวินิจฉัย ประเมินร่วมกันว่าจะฟ้องต่อศาลภาษีอากรหรือปิดเรื่องพร้อมวางแผนชำระ
กรอบเวลา
การจัดชุดเอกสารและร่างคำอุทธรณ์มักใช้เวลาเป็นหลักสัปดาห์ ส่วนการพิจารณาของคณะกรรมการใช้เวลานานกว่านั้นมากและควบคุมไม่ได้ จึงวางแผนกระแสเงินสดเผื่อไว้ตั้งแต่ต้น
การคิดค่าบริการ
ประเมินตามจำนวนประเด็นที่โต้แย้ง ปริมาณเอกสาร และจำนวนปีภาษีที่เกี่ยวข้อง แจ้งขอบเขตงานเป็นลายลักษณ์อักษร และแยกค่าบริการชั้นอุทธรณ์กับชั้นศาลออกจากกันอย่างชัดเจน
คำถามที่พบบ่อย
ยื่นอุทธรณ์แล้วต้องชำระภาษีไปก่อนหรือไม่
การยื่นอุทธรณ์ไม่ได้ทำให้หนี้ภาษีระงับโดยอัตโนมัติ และเงินเพิ่มยังเดินอยู่ระหว่างการพิจารณา หลายกรณีจึงพิจารณาชำระบางส่วนเพื่อหยุดภาระที่งอกเพิ่ม แล้วโต้แย้งเฉพาะส่วนที่เห็นต่าง
เลยกำหนดอุทธรณ์ไปแล้วยังทำอะไรได้บ้าง
เมื่อพ้นกำหนด สิทธิโต้แย้งตามช่องทางปกติจะเสียไป สิ่งที่ยังทำได้คือเจรจาเรื่องการผ่อนชำระและขอพิจารณาลดเบี้ยปรับตามหลักเกณฑ์ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการโต้แย้งยอดประเมิน
ต้องไปพบเจ้าหน้าที่เองหรือให้ตัวแทนไปได้
มอบอำนาจให้ผู้แทนเข้าชี้แจงแทนได้ โดยต้องมีหนังสือมอบอำนาจที่ถูกต้อง ในทางปฏิบัติเรามักให้ผู้บริหารเข้าร่วมด้วยในนัดที่เป็นประเด็นข้อเท็จจริงของธุรกิจ เพราะตอบได้ตรงกว่า
ถูกประเมินหลายปีพร้อมกันควรทำอย่างไร
ตรวจว่าแต่ละปีมีประเด็นเดียวกันหรือไม่ หากซ้ำกันสามารถใช้ชุดเอกสารและข้อโต้แย้งชุดเดียวกันได้ แต่ต้องยื่นแยกตามหนังสือประเมินแต่ละฉบับและระวังกรอบเวลาที่อาจไม่ตรงกัน
ตอนต่อรองควรแยกสองรายการนี้ออกจากกันอย่างไร
รายการแรกเป็นบทลงโทษที่คิดเป็นจำนวนเท่าของภาษีที่ขาดไป และมีหลักเกณฑ์ให้ยื่นขอลดได้หากให้ความร่วมมือตั้งแต่ต้น อีกรายการคิดเป็นอัตราต่อเดือนของยอดที่ค้างและเดินไปเรื่อยตามเวลาที่ล่าช้า จึงลดด้วยการเจรจาไม่ได้แต่หยุดได้ด้วยการชำระ
ป้องกันไม่ให้ถูกเรียกตรวจซ้ำได้อย่างไร
ปิดช่องที่ทำให้ถูกตั้งคำถามตั้งแต่แรก เช่น เอกสารรายจ่ายที่ไม่ครบองค์ประกอบ รายการเงินสดที่อธิบายที่มาไม่ได้ และการยื่นแบบล่าช้าเป็นประจำ เมื่อจบเรื่องเราจะสรุปรายการที่ต้องแก้ในระบบให้ด้วย
ส่งเรื่องให้เราดูก่อนตัดสินใจ
ส่งเอกสารที่มีอยู่มาให้ดูก่อนได้ เราจะบอกตรง ๆ ว่าควรเดินทางไหน ต้องใช้เวลาเท่าไร และค่าใช้จ่ายอยู่ช่วงใด โดยยังไม่มีค่าใช้จ่ายในการประเมินเบื้องต้น