ประกันสังคม / SSO
ประกันสังคม นายจ้างจ่ายเท่าไหร่ และคำนวณจากฐานไหน

เขียนโดย
หัวหน้าฝ่ายบัญชี (CPA)
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ขึ้นทะเบียนสภาวิชาชีพบัญชี
ปิดงบและเซ็นรับรองงบการเงินให้ธุรกิจ SME และบริษัทต่างชาติมากว่า 10 ปี ดูแลมาตรฐาน TFRS for NPAEs และการวางผังบัญชีตั้งแต่วันแรกของกิจการ
ตรวจทานโดย
หัวหน้าฝ่ายภาษี
ที่ปรึกษาภาษีอากรและผู้ตรวจสอบภาษี (TA)
ตรวจความถูกต้องของข้อกฎหมายและตัวเลขก่อนเผยแพร่ · เผยแพร่ 2026-08-31 · แก้ไขล่าสุด 2026-08-31
ดูคุณวุฒิผู้ตรวจทานคำตอบสั้น: ผู้ประกันตนมาตรา 33 คำนวณเงินสมทบจากค่าจ้างในช่วงฐานที่กฎหมายกำหนด โดยนายจ้างจ่ายสมทบในอัตราเท่ากับที่หักจากลูกจ้าง และมีเพดานสูงสุดต่อคนต่อเดือน อัตราปกติคือฝ่ายละ 5 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้างในช่วงฐาน แต่รัฐอาจประกาศลดอัตราเป็นการชั่วคราวได้ จึงต้องยึดประกาศที่มีผลในเดือนนั้น
1) ฐานค่าจ้างและเพดาน
การคำนวณใช้ค่าจ้างในช่วงฐานขั้นต่ำถึงขั้นสูงที่กฎหมายกำหนด ค่าจ้างที่ต่ำกว่าฐานขั้นต่ำให้ใช้ฐานขั้นต่ำ ส่วนค่าจ้างที่สูงกว่าฐานขั้นสูงให้คิดเพียงเท่าฐานขั้นสูง ผลคือพนักงานเงินเดือนสูงทุกคนเสียเงินสมทบเท่ากันที่เพดาน
เพดานและช่วงฐานเป็นตัวเลขที่แก้ไขได้โดยกฎหมายลำดับรอง จึงควรตรวจอัตราและช่วงฐานที่ใช้บังคับในเดือนที่คำนวณจากสำนักงานประกันสังคมทุกครั้งที่มีประกาศใหม่
2) อะไรนับเป็นค่าจ้างและอะไรไม่นับ
ค่าจ้างที่ใช้คำนวณคือเงินที่จ่ายเพื่อตอบแทนการทำงานตามสัญญาจ้าง เงินที่มีลักษณะเป็นสวัสดิการหรือการชดเชยค่าใช้จ่ายบางประเภทอาจไม่นับรวม การจัดประเภทผิดทำให้ยอดนำส่งคลาดเคลื่อนทั้งฝั่งนายจ้างและลูกจ้าง
จุดที่ตรวจพบบ่อยคือค่าล่วงเวลาและเบี้ยขยันที่จ่ายประจำ ควรตรวจนิยามตามแนวปฏิบัติของสำนักงานประกันสังคมก่อนตั้งรหัสค่าจ้างในระบบเงินเดือน
3) การนำส่งและการแก้ไขย้อนหลัง
นายจ้างมีหน้าที่หักส่วนของลูกจ้าง สมทบส่วนของตนเอง และนำส่งภายในกำหนดรายเดือน พร้อมแจ้งเข้าออกของพนักงานตามระยะเวลาที่กำหนด การแจ้งออกช้าทำให้ยังคงมีภาระนำส่งของคนที่ลาออกไปแล้ว
หากพบว่านำส่งขาด ให้แก้ไขงวดที่ผิดโดยตรงพร้อมเอกสารอธิบาย ไม่ควรนำไปรวมกับงวดปัจจุบัน เพราะจะทำให้ประวัติเงินสมทบรายบุคคลไม่ตรงกับค่าจ้างจริงในเดือนนั้น
แหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบได้
ทุกข้อความในหน้านี้อิงตัวบทและเอกสารของหน่วยงานที่ออกกฎเอง ลิงก์ด้านล่างเปิดไปยังเว็บไซต์ต้นทางโดยตรง หากตัวบทมีการแก้ไข ให้ยึดฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นสำคัญ
1. พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533สำนักงานประกันสังคม
การขึ้นทะเบียนนายจ้างและผู้ประกันตน ฐานค่าจ้าง อัตราเงินสมทบ กำหนดนำส่ง และสิทธิประโยชน์เจ็ดกรณี
2. พระราชบัญญัติ
สำนักงานประกันสังคม: บทแก้ไขมาตรา 34 และ 47สำนักงานประกันสังคม
ขึ้นทะเบียนภายใน 30 วันเมื่อลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน และนำส่งเงินสมทบภายในวันที่ 15 เดือนถัดไป; ตรวจฐาน อัตราและประกาศเฉพาะงวดแยก
สรุป
ต้องการให้ตรวจการคำนวณเงินสมทบย้อนหลังหรือดูแลงานเงินเดือนทั้งระบบ ส่งจำนวนพนักงานและโครงสร้างค่าจ้างมาทางไลน์หรืออีเมล เสนอราคาเป็นรายกรณี ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 โปรดตรวจสอบอัตราที่มีผลบังคับกับสำนักงานประกันสังคม
ปรึกษาทีมเราฟรีคำถามที่พบบ่อย
ลูกจ้างทำงานไม่เต็มเดือนคิดเงินสมทบอย่างไร+
คำนวณจากค่าจ้างที่จ่ายจริงในเดือนนั้นภายในช่วงฐานที่กำหนด ไม่ใช่จากเงินเดือนเต็มเดือน และถ้าค่าจ้างที่จ่ายจริงต่ำกว่าฐานขั้นต่ำ ให้ใช้ฐานขั้นต่ำในการคำนวณ
นายจ้างจ่ายแทนลูกจ้างทั้งหมดได้ไหม+
ในทางปฏิบัติบางกิจการเลือกรับภาระส่วนของลูกจ้าง แต่ยอดที่นำส่งยังต้องแสดงการหักตามกฎหมาย และส่วนที่นายจ้างออกให้ถือเป็นประโยชน์ที่ต้องพิจารณาผลทางภาษีของลูกจ้างด้วย
นายจ้างคำนวณเงินสมทบของพนักงานต่างชาติต่างจากพนักงานไทยหรือไม่+
ใช้ฐานค่าจ้างและวิธีคำนวณชุดเดียวกับพนักงานไทย ไม่มีสูตรแยกตามสัญชาติ สิ่งที่ต่างคือขั้นตอนเอกสารตอนขึ้นทะเบียนซึ่งต้องใช้เลขประจำตัวและหลักฐานการทำงานที่ถูกต้องของบุคคลนั้น
บทความที่เกี่ยวข้อง
ดูทั้งหมด →