รับมือหนังสือเชิญพบสรรพากร
โรงแรมบูทีค: ตอบหนังสือเชิญพบสรรพากรเรื่องรายได้ห้องพักไม่ตรงกับ OTA
โรงแรมบูทีค 28 ห้องในเชียงใหม่ รายได้ 19 ล้านบาท/ปี ขายผ่าน Agoda, Booking.com และ walk-in
สรุปสั้นสำหรับผู้บริหาร
สรรพากรเทียบข้อมูลจากแพลตฟอร์มจองที่พักกับรายได้ที่ยื่น แล้วพบส่วนต่าง เพราะโรงแรมบันทึกเฉพาะยอดที่ OTA โอนเข้า (หักค่าคอมมิชชันแล้ว) เราจัดทำตารางกระทบยอดรายเดือน แสดงยอดขายขั้นต้น ค่าคอมมิชชัน และภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกี่ยวข้อง พร้อมคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร ผลคือปิดเรื่องโดยปรับปรุงเฉพาะส่วนที่ขาดจริงและไม่มีเบี้ยปรับสองเท่า
ปัญหาที่พบเมื่อเข้ารับงาน
- บันทึกรายได้ตามยอดโอนสุทธิจาก OTA ทำให้รายได้ต่ำกว่าข้อมูลที่สรรพากรมี
- ค่าคอมมิชชันจ่ายให้ OTA ต่างประเทศไม่ได้นำส่ง VAT ตามมาตรา 83/6
- รายได้ห้องพัก อาหาร และค่าบริการอื่นถูกรวมเป็นบัญชีเดียว
- ไม่มีรายงานผู้เข้าพักรายวันที่กระทบยอดกับใบเสร็จได้
ขั้นตอนการแก้ไข
1. ประเมินขอบเขตคำถามก่อนตอบ
3 วันอ่านหนังสือเชิญพบอย่างละเอียดว่าถามปีภาษีใดและประเด็นใด แล้วขอขยายเวลาชี้แจงตามสิทธิเพื่อเตรียมเอกสารให้ครบก่อนเข้าพบ
2. กระทบยอดรายได้กับข้อมูล OTA
3 สัปดาห์ดึงรายงานการจองรายเดือนของทุกแพลตฟอร์ม เทียบกับ PMS ของโรงแรมและใบเสร็จ แล้วอธิบายส่วนต่างเป็นค่าคอมมิชชัน ยกเลิกการจอง และ no-show
3. แก้ประเด็น VAT ค่าคอมมิชชันต่างประเทศ
2 สัปดาห์คำนวณ VAT ที่ต้องนำส่งเองสำหรับบริการที่รับจากต่างประเทศ ยื่น ภ.พ.36 ย้อนหลังพร้อมเงินเพิ่ม และนำไปเป็นภาษีซื้อในเดือนถัดไป
4. ยื่นคำชี้แจงและเข้าพบ
1 วันทำหนังสือชี้แจงพร้อมตารางกระทบยอดรายเดือนเป็นภาคผนวก ทีมเราเข้าพบพร้อมลูกค้าและตอบคำถามเจ้าพนักงานโดยตรง
เอกสารที่ใช้ในเคสนี้
- หนังสือเชิญพบ/หมายเรียกฉบับจริง
- รายงานการจองและ statement จากทุก OTA
- รายงานผู้เข้าพักรายวันจากระบบ PMS
- ใบกำกับภาษีขายและใบเสร็จรับเงินทั้งหมด
- Statement ธนาคารและหลักฐานการรับโอนจาก OTA
ผลลัพธ์ที่วัดได้
| ผลการพิจารณา | ปิดเรื่อง ปรับปรุงเฉพาะส่วนขาดจริง |
|---|---|
| เบี้ยปรับ 2 เท่าที่หลีกเลี่ยงได้ | ทั้งจำนวน |
| ระยะเวลารวม | 7 สัปดาห์ |
| ระบบที่วางใหม่ | กระทบยอด OTA อัตโนมัติรายเดือน |
ข้อควรระวังที่ธุรกิจแบบเดียวกันมักพลาด
- อย่าเข้าพบสรรพากรโดยไม่มีตารางกระทบยอด การตอบด้วยความจำทำให้เรื่องบานปลาย
- ค่าบริการที่จ่ายให้ผู้ประกอบการต่างประเทศและใช้บริการในไทย ต้องนำส่ง VAT ด้วย ภ.พ.36
- การจองที่ถูกยกเลิกและ no-show ต้องมีหลักฐานในระบบ ไม่ใช่แค่คำอธิบายปากเปล่า
มุมมองที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่รับจ้างทำ
สิ่งที่ทำให้เคสนี้จบเร็วคือลูกค้าโทรหาเราในวันที่ได้รับหนังสือ ไม่ใช่หลังเข้าพบครั้งแรกแล้วตอบผิดไปแล้ว เราให้คำปรึกษาตั้งแต่ขั้นตอนอ่านหนังสือเชิญพบ วางกลยุทธ์การชี้แจง และเข้าพบพร้อมลูกค้าเสมอ ถ้าคุณเพิ่งได้รับหนังสือจากสรรพากร อย่าเพิ่งตอบ ให้เราดูให้ก่อน
คำถามที่พบบ่อยจากเคสนี้
- ได้รับหนังสือเชิญพบสรรพากรต้องทำอย่างไร
- อ่านให้ชัดว่าเป็นหนังสือเชิญพบเพื่อขอข้อมูลหรือหมายเรียกตรวจสอบ ตรวจปีภาษีและประเด็นที่ถาม จากนั้นรวบรวมเอกสารตามที่ระบุ และหากเตรียมไม่ทันสามารถขอเลื่อนได้ ไม่ควรเพิกเฉยเพราะจะนำไปสู่การประเมินโดยเจ้าพนักงาน
- สรรพากรรู้ยอดขายจาก OTA ได้อย่างไร
- กรมสรรพากรมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับแพลตฟอร์มและใช้ข้อมูลธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงข้อมูลการรับโอนเงินจากสถาบันการเงินตามกฎหมาย e-Payment เพื่อเทียบกับรายได้ที่ผู้ประกอบการยื่น
- ภ.พ.36 คืออะไร ต้องยื่นเมื่อไร
- เป็นแบบนำส่ง VAT แทนผู้ประกอบการต่างประเทศ เมื่อจ่ายค่าบริการให้ผู้ประกอบการที่ไม่ได้จด VAT ในไทยและมีการใช้บริการในไทย กำหนดนำส่งคือวันที่ 7 ของเดือนถัดจากเดือนที่จ่ายเงิน และใบเสร็จที่ได้จะใช้เป็นภาษีซื้อในเดือนถัดไปได้
- ต้องจ้างทนายหรือนักบัญชีเข้าพบด้วยไหม
- กฎหมายไม่ได้บังคับ แต่แนะนำอย่างยิ่ง เพราะคำตอบในชั้นชี้แจงมีผลต่อการประเมินและถูกบันทึกไว้ ผู้มีประสบการณ์จะช่วยจำกัดขอบเขตคำถามและเสนอเอกสารที่ตอบประเด็นได้ตรงจุด
- ถ้าไม่เห็นด้วยกับการประเมินทำอย่างไร
- สามารถยื่นอุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับหนังสือแจ้งการประเมิน และหากผลอุทธรณ์ไม่เป็นที่พอใจ ยังฟ้องต่อศาลภาษีอากรกลางได้ภายในกำหนด
กรณีศึกษาอื่น
ทีมทนายความและผู้สอบบัญชี Thai Law & Accounting Services · ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาของหน่วยงานราชการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ หรือให้ทีมเราตรวจสอบให้