บัญชีและ Compliance BOI
ผู้ผลิตอิเล็กทรอนิกส์ BOI: แยกบัญชีกิจการที่ได้รับส่งเสริมกับไม่ได้รับส่งเสริมในปีแรก
ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุน มีทั้งสายการผลิตที่ได้รับส่งเสริมและงานรับจ้างผลิตทั่วไป
สรุปสั้นสำหรับผู้บริหาร
กิจการที่ได้รับบัตรส่งเสริมต้องแยกบัญชีรายได้ ต้นทุน และค่าใช้จ่ายของกิจการที่ได้รับส่งเสริมออกจากกิจการที่ไม่ได้รับส่งเสริมให้ชัดเจน เพื่อคำนวณกำไรที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ถูกต้อง เราวางผังบัญชีให้แยกศูนย์ต้นทุนตั้งแต่ต้น กำหนดเกณฑ์ปันส่วนค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่อธิบายได้ จัดทำเอกสารรองรับการใช้สิทธิ และเตรียมชุดกระดาษทำการให้ผู้สอบบัญชีและเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้โดยไม่ต้องรื้อระบบภายหลัง
เขียนโดย
หัวหน้าฝ่ายบัญชี (CPA)
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ขึ้นทะเบียนสภาวิชาชีพบัญชี
ปิดงบและเซ็นรับรองงบการเงินให้ธุรกิจ SME และบริษัทต่างชาติมากว่า 10 ปี ดูแลมาตรฐาน TFRS for NPAEs และการวางผังบัญชีตั้งแต่วันแรกของกิจการ
ตรวจทานโดย
หัวหน้าฝ่ายภาษี
ที่ปรึกษาภาษีอากรและผู้ตรวจสอบภาษี (TA)
ตรวจความถูกต้องของข้อกฎหมายและตัวเลขก่อนเผยแพร่ · เผยแพร่ 2026-08
ดูประวัติทีมงานปัญหาที่พบเมื่อเข้ารับงาน
- ใช้ผังบัญชีเดิมที่ไม่แยกกิจการได้รับส่งเสริมออกจากงานรับจ้างทั่วไป
- ค่าใช้จ่ายส่วนกลาง เช่น ค่าไฟและเงินเดือนฝ่ายสนับสนุน ไม่มีเกณฑ์ปันส่วนที่อธิบายได้
- เครื่องจักรที่ใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าไม่มีทะเบียนคุมแยกจากทรัพย์สินอื่น
- ทีมบัญชีภายในไม่เคยจัดทำรายงานประกอบการใช้สิทธิมาก่อน
ขั้นตอนการแก้ไข
1. ออกแบบผังบัญชีแบบสองศูนย์ตั้งแต่ต้นปี
2 สัปดาห์แยกรหัสรายได้ ต้นทุน และค่าใช้จ่ายเป็นกิจการที่ได้รับส่งเสริมและไม่ได้รับส่งเสริม เพื่อไม่ต้องมานั่งแยกย้อนหลังตอนปิดงบ
2. กำหนดเกณฑ์ปันส่วนที่มีเอกสารรองรับ
1 สัปดาห์เลือกตัวขับเคลื่อนต้นทุนที่วัดได้จริง เช่น ชั่วโมงเครื่องจักรและพื้นที่ใช้งาน แล้วบันทึกวิธีการไว้เป็นนโยบายเพื่อใช้สม่ำเสมอทุกปี
3. ตั้งทะเบียนทรัพย์สินที่ใช้สิทธิ
2 สัปดาห์แยกทะเบียนเครื่องจักรที่ได้รับยกเว้นอากรพร้อมเลขที่อนุมัติ วันที่นำเข้า และสถานที่ติดตั้ง เพื่อให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ทันที
4. ซ้อมตรวจก่อนผู้สอบบัญชีเข้า
1 สัปดาห์จำลองคำถามที่มักถูกถามเรื่องการแยกบัญชีและการปันส่วน แล้วเติมเอกสารที่ยังขาดให้ครบก่อนถึงรอบตรวจจริง
เอกสารที่ใช้ในเคสนี้
- บัตรส่งเสริมและเงื่อนไขแนบท้ายทุกฉบับ
- รายงานการผลิตแยกตามสายการผลิตที่ได้รับส่งเสริม
- เอกสารนำเข้าเครื่องจักรและหลักฐานการใช้สิทธิยกเว้นอากร
- ทะเบียนทรัพย์สินและตารางค่าเสื่อมราคา
- เอกสารเงินเดือนแยกฝ่ายผลิตและฝ่ายสนับสนุน
ผลลัพธ์ที่วัดได้
| การแยกบัญชี | แยกครบทั้งรายได้ ต้นทุน และค่าใช้จ่ายส่วนกลาง |
|---|---|
| เกณฑ์ปันส่วน | มีนโยบายเป็นลายลักษณ์อักษรใช้สม่ำเสมอ |
| ผลการตรวจปีแรก | ผ่านโดยไม่มีประเด็นเรื่องการแยกบัญชี |
| ระยะเวลาวางระบบ | 6 สัปดาห์ |
ข้อควรระวังที่ธุรกิจแบบเดียวกันมักพลาด
- รอปิดงบสิ้นปีแล้วค่อยแยกบัญชีย้อนหลัง ซึ่งมักหาเอกสารรองรับไม่ทัน
- ใช้เกณฑ์ปันส่วนแบบสัดส่วนรายได้อย่างเดียวโดยไม่มีเหตุผลรองรับในเชิงปฏิบัติ
- นำเครื่องจักรที่ใช้สิทธิยกเว้นอากรไปใช้กับงานที่ไม่ได้รับส่งเสริมโดยไม่บันทึก
- เปลี่ยนวิธีปันส่วนระหว่างปีโดยไม่บันทึกเหตุผล ทำให้ตัวเลขเปรียบเทียบข้ามปีไม่ได้
มุมมองที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่รับจ้างทำ
สิทธิประโยชน์ BOI มีมูลค่าสูง แต่จะรักษาไว้ได้ก็ต่อเมื่อระบบบัญชีรองรับการพิสูจน์ ทีมของเราจึงเข้าไปตั้งแต่ต้นปีแรกของการใช้สิทธิ ไม่ใช่รอมาแก้ตอนถูกตรวจ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในงานบัญชีอุตสาหกรรมและงานภาษี เราออกแบบระบบให้ทีมภายในของลูกค้าเดินต่อเองได้ พร้อมรีวิวรายไตรมาส ถ้าคุณเพิ่งได้บัตรส่งเสริมและยังไม่แน่ใจว่าต้องแยกบัญชีอย่างไร ให้เราวางโครงให้ตั้งแต่ต้นจะประหยัดกว่าการแก้ย้อนหลังมาก
คำถามที่พบบ่อยจากเคสนี้
- ทำไมต้องแยกบัญชีกิจการที่ได้รับส่งเสริม
- เพราะสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลใช้กับกำไรที่เกิดจากกิจการที่ได้รับส่งเสริมเท่านั้น หากรวมกับกิจการอื่นจะพิสูจน์ไม่ได้ว่ากำไรส่วนใดได้รับสิทธิ ผลคือเสี่ยงถูกปรับปรุงฐานภาษีทั้งก้อน การแยกตั้งแต่ต้นจึงเป็นการรักษาสิทธิ ไม่ใช่เพียงงานเอกสาร
- ค่าใช้จ่ายส่วนกลางปันส่วนอย่างไรให้ยอมรับได้
- ควรใช้ตัวขับเคลื่อนต้นทุนที่สะท้อนการใช้ทรัพยากรจริงและวัดได้ เช่น ชั่วโมงเครื่องจักร จำนวนพนักงาน หรือพื้นที่ใช้งาน แล้วบันทึกวิธีไว้เป็นนโยบายและใช้ให้สม่ำเสมอ สิ่งที่ทำให้ถูกตั้งคำถามมากที่สุดคือการเปลี่ยนเกณฑ์ไปมาโดยไม่มีเหตุผลรองรับ
- ถ้ามีทั้งงาน BOI และงานทั่วไปในโรงงานเดียวกันทำได้ไหม
- ทำได้และเป็นเรื่องปกติ แต่ต้องมีระบบบันทึกที่แยกการใช้เครื่องจักร วัตถุดิบ และแรงงานระหว่างสองส่วนได้จริง รวมถึงเอกสารการผลิตที่ระบุว่าคำสั่งผลิตใดอยู่ในขอบเขตที่ได้รับส่งเสริม ความชัดเจนของเอกสารการผลิตมักสำคัญกว่าตัวเลขในบัญชีเสียอีก
- สิทธิยกเว้นภาษีเริ่มนับเมื่อใด
- โดยทั่วไปนับตามเงื่อนไขที่ระบุในบัตรส่งเสริมซึ่งมักผูกกับวันที่มีรายได้ครั้งแรกจากกิจการที่ได้รับส่งเสริม ไม่ใช่วันที่ได้รับบัตร จุดนี้สำคัญเพราะกระทบการวางแผนรับรู้รายได้ในปีแรก จึงควรอ่านเงื่อนไขแนบท้ายบัตรอย่างละเอียดก่อนเริ่มขาย
- ต้องรายงานอะไรเพิ่มนอกจากงบการเงินปกติ
- นอกจากงบการเงินและแบบภาษีตามปกติ กิจการที่ได้รับส่งเสริมยังต้องจัดทำข้อมูลประกอบการใช้สิทธิและรายงานตามเงื่อนไขที่ระบุในบัตร ซึ่งแตกต่างกันตามประเภทกิจการ การเตรียมข้อมูลนี้ควบคู่ไปกับการปิดบัญชีรายเดือนจะง่ายกว่าการรวบรวมย้อนหลังตอนสิ้นปีมาก
กรณีศึกษาอื่น
ทีมทนายความและผู้สอบบัญชี Thai Law & Accounting Services · ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาของหน่วยงานราชการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ หรือให้ทีมเราตรวจสอบให้