Skip to main content
กลับสู่บทความทั้งหมด

SSO / เงินสมทบ

Social Security Contribution Thailand: เงินสมทบทำงานอย่างไร

2026-08-31 8 minหัวหน้าฝ่ายบัญชี (CPA)
นักบัญชีกำลังตรวจสอบเอกสารบัญชีรายเดือนของบริษัทในสำนักงานบัญชี
นักบัญชีกำลังตรวจสอบเอกสารบัญชีรายเดือนของบริษัทในสำนักงานบัญชี

เขียนโดย

หัวหน้าฝ่ายบัญชี (CPA)

ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ขึ้นทะเบียนสภาวิชาชีพบัญชี

ปิดงบและเซ็นรับรองงบการเงินให้ธุรกิจ SME และบริษัทต่างชาติมากว่า 10 ปี ดูแลมาตรฐาน TFRS for NPAEs และการวางผังบัญชีตั้งแต่วันแรกของกิจการ

ตรวจทานโดย

หัวหน้าฝ่ายภาษี

ที่ปรึกษาภาษีอากรและผู้ตรวจสอบภาษี (TA)

ตรวจความถูกต้องของข้อกฎหมายและตัวเลขก่อนเผยแพร่ · เผยแพร่ 2026-08-31 · แก้ไขล่าสุด 2026-08-31

ดูคุณวุฒิผู้ตรวจทาน

คำตอบสั้น: ระบบเงินสมทบประกันสังคมของไทยสำหรับลูกจ้างมาตรา 33 เป็นการจ่ายร่วมสามฝ่าย คือลูกจ้าง นายจ้าง และรัฐ โดยนายจ้างหักส่วนของลูกจ้างจากค่าจ้าง สมทบส่วนของตนในอัตราเดียวกัน แล้วนำส่งสำนักงานประกันสังคมภายในกำหนดของแต่ละเดือน เงินสมทบที่นำส่งเป็นตัวกำหนดสิทธิประโยชน์ที่ลูกจ้างใช้ได้

Loading table of contents

1) การขึ้นทะเบียนเป็นจุดเริ่มต้น

นายจ้างที่มีลูกจ้างต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างและขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดนับแต่วันเริ่มจ้าง การขึ้นทะเบียนช้าทำให้เกิดทั้งภาระนำส่งย้อนหลังและปัญหาเรื่องสิทธิของลูกจ้างในช่วงที่ยังไม่มีชื่อในระบบ

เมื่อพนักงานลาออกต้องแจ้งสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนตามกำหนดเช่นกัน ข้อมูลเข้าออกที่ไม่ตรงคือสาเหตุหลักของยอดนำส่งที่คลาดเคลื่อน

2) สิทธิประโยชน์ที่ผูกกับการนำส่ง

สิทธิประโยชน์หลายกรณีกำหนดเงื่อนไขจำนวนเดือนที่นำส่งเงินสมทบภายในช่วงเวลาที่กำหนด การนำส่งขาดบางเดือนจึงกระทบสิทธิของลูกจ้างโดยตรง แม้ภายหลังจะจ่ายย้อนหลังแล้วก็อาจกระทบช่วงเวลาที่ใช้สิทธิ

ด้วยเหตุนี้การตรวจรายชื่อผู้ประกันตนกับทะเบียนพนักงานทุกเดือนจึงเป็นงานควบคุมภายในที่คุ้มค่า ไม่ใช่งานเอกสารส่วนเกิน

3) เอกสารที่ควรเก็บคู่กัน

แบบนำส่งเงินสมทบรายเดือน หลักฐานการชำระ รายชื่อผู้ประกันตนที่ใช้ในเดือนนั้น และเอกสารแจ้งเข้าออก ควรจัดเก็บเป็นชุดเดียวกับข้อมูลเงินเดือนของเดือนนั้น เพื่อให้ตรวจย้อนหลังได้โดยไม่ต้องประกอบข้อมูลใหม่

หากมีการแก้ไขย้อนหลัง ให้แนบคำอธิบายเหตุผลไว้ในชุดเดียวกัน เพราะการอธิบายภายหลังโดยไม่มีบันทึกมักใช้เวลามากกว่ายอดเงินที่แก้ไข

แหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบได้

ทุกข้อความในหน้านี้อิงตัวบทและเอกสารของหน่วยงานที่ออกกฎเอง ลิงก์ด้านล่างเปิดไปยังเว็บไซต์ต้นทางโดยตรง หากตัวบทมีการแก้ไข ให้ยึดฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นสำคัญ

  1. 1. พระราชบัญญัติ

    พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533

    สำนักงานประกันสังคม

    การขึ้นทะเบียนนายจ้างและผู้ประกันตน ฐานค่าจ้าง อัตราเงินสมทบ กำหนดนำส่ง และสิทธิประโยชน์เจ็ดกรณี

  2. 2. พระราชบัญญัติ

    สำนักงานประกันสังคม: บทแก้ไขมาตรา 34 และ 47

    สำนักงานประกันสังคม

    ขึ้นทะเบียนภายใน 30 วันเมื่อลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน และนำส่งเงินสมทบภายในวันที่ 15 เดือนถัดไป; ตรวจฐาน อัตราและประกาศเฉพาะงวดแยก

สรุป

ต้องการให้ตรวจความถูกต้องของการนำส่งย้อนหลังหรือรับดูแลงานเงินเดือนและประกันสังคมทั้งระบบ ส่งจำนวนพนักงานและช่วงเดือนที่ต้องการตรวจมาทางไลน์หรืออีเมล เสนอราคาเป็นรายกรณี ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 โปรดตรวจสอบอัตราและเงื่อนไขล่าสุดกับสำนักงานประกันสังคม

ปรึกษาทีมเราฟรี

คำถามที่พบบ่อย

ลูกจ้างทำงานหลายนายจ้างพร้อมกันนำส่งอย่างไร+

นายจ้างแต่ละรายมีหน้าที่นำส่งตามค่าจ้างที่ตนจ่าย และผู้ประกันตนอาจนำส่งรวมเกินเพดานได้ กรณีเช่นนี้ควรตรวจสอบสิทธิขอคืนส่วนที่เกินกับสำนักงานประกันสังคม

ลาออกแล้วสิทธิสิ้นสุดทันทีไหม+

โดยทั่วไปยังมีความคุ้มครองต่อเนื่องในบางกรณีตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดหลังสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง และผู้ที่ต้องการรักษาสถานะต่อสามารถพิจารณาสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตราอื่นได้

นายจ้างนำส่งขาดจะแก้อย่างไร+

ให้แก้ไขงวดที่นำส่งขาดโดยตรงพร้อมเอกสารประกอบ ไม่ควรนำไปรวมกับงวดปัจจุบัน และควรตรวจว่าประวัติรายบุคคลได้รับการปรับปรุงแล้ว เพราะสิทธิประโยชน์อ้างอิงจากประวัตินั้น

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด →
Loading related articles