Virtual Office
ที่ตั้งสำนักงานแบบให้บริการ สำหรับจดทะเบียนบริษัทและยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม
หน้านี้รวมสิ่งที่ต้องรู้ก่อนเลือกที่อยู่ให้กิจการ ตั้งแต่ชุดหลักฐานที่หน่วยงานรับได้ ไปจนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในวันที่เจ้าหน้าที่มาถึงหน้าประตู
คำตอบโดยสรุป
ที่อยู่แบบให้บริการใช้จดทะเบียนนิติบุคคลได้แทบทุกกรณี แต่ขั้นภาษีมูลค่าเพิ่มจะผ่านก็ต่อเมื่อพิสูจน์ได้สามเรื่องพร้อมกัน คือผู้ให้ใช้สถานที่มีสิทธิตามกฎหมาย มีร่องรอยว่ากิจการทำงานอยู่ที่นั่นจริง และมีผู้รับเรื่องเมื่อเจ้าหน้าที่ปรากฏตัวโดยไม่นัดล่วงหน้า หากขาดข้อใดข้อหนึ่ง คำขอมักถูกส่งกลับให้แก้ไขมากกว่าถูกปฏิเสธถาวร
หน้านี้เขียนให้ใคร
- ผู้ก่อตั้งที่ยังไม่ต้องการผูกพันสัญญาเช่าพื้นที่ระยะยาวตั้งแต่เดือนแรก
- กิจการที่ทีมทำงานกระจายตัว แต่ยังต้องมีที่ตั้งตามทะเบียนที่ติดต่อได้จริง
- ผู้ประกอบการที่รายได้กำลังเข้าใกล้เกณฑ์ที่ต้องเข้าระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม
- ผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติที่ต้องแสดงที่ตั้งกิจการประกอบการยื่นเรื่องกับหน่วยงานรัฐ
ที่อยู่แบบให้บริการต่างจากการเช่าโต๊ะทำงานอย่างไร
สิ่งที่ซื้อจริงไม่ใช่โต๊ะหรือห้อง แต่คือสิทธิใช้เลขที่ตามทะเบียนพร้อมชุดหลักฐานที่หน่วยงานรับได้ ผู้ให้บริการที่ทำงานเป็นจะส่งมอบหนังสือยินยอม สำเนาเอกสารสิทธิ แผนที่เส้นทาง และยอมให้ติดตั้งป้ายชื่อของกิจการ ส่วนบริการที่ขายเพียงกล่องรับจดหมายมักจบลงที่คำขอถูกส่งกลับ เพราะไม่มีสิ่งใดยืนยันได้ว่ากิจการดำเนินงานที่จุดนั้น
เส้นทางจากวันจดทะเบียนถึงวันได้เลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
งานเดินเป็นสองช่วงที่แยกขาดจากกัน ช่วงแรกคือการจัดตั้งนิติบุคคลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งพิจารณาจากเอกสารเป็นหลักและมักจบภายในไม่กี่วันทำการ ช่วงที่สองคือการยื่นคำขอเข้าระบบภาษีมูลค่าเพิ่มกับสำนักงานพื้นที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจสภาพจริงของสถานที่ประกอบการ การเตรียมช่วงที่สองไว้ล่วงหน้าตั้งแต่วันเลือกที่อยู่ ช่วยลดการเสียเวลาแก้เอกสารย้อนหลังได้มากที่สุด
เจ้าหน้าที่มองหาอะไรตอนเข้าตรวจ
คำถามในใจของผู้ตรวจมีข้อเดียวคือกิจการนี้ติดต่อได้จริงหรือไม่ สิ่งที่ตอบคำถามนั้นได้คือป้ายชื่อที่ติดตั้งแล้วและอ่านได้จากภายนอก พื้นที่ทำงานหรือจุดรับเรื่องที่ใช้งานได้ เอกสารประกอบกิจการที่หยิบให้ดูได้ทันที และบุคคลที่ตอบคำถามพื้นฐานเรื่องลักษณะธุรกิจได้โดยไม่ต้องโทรถามใคร การนัดหมายให้ผู้มีอำนาจอยู่ในวันที่คาดว่าจะมีการตรวจจึงสำคัญกว่าการตกแต่งพื้นที่
เมื่อคำขอถูกส่งกลับ ควรทำอะไรก่อน
ให้ขอทราบเหตุผลเป็นข้อ ๆ จากเจ้าหน้าที่ผู้รับเรื่องก่อนแก้ไขสิ่งใด เพราะเหตุผลส่วนใหญ่เป็นเรื่องความไม่ตรงกันของข้อความ เช่น เลขที่ห้องในหนังสือยินยอมไม่ตรงกับเอกสารสิทธิ หรือภาพถ่ายไม่เห็นป้ายชื่อในเฟรมเดียวกับตัวอาคาร การแก้ให้ตรงประเด็นแล้วยื่นใหม่ใช้เวลาน้อยกว่าการรื้อชุดเอกสารทั้งชุด และไม่ทำให้ประวัติการยื่นเสียหาย
ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
ธุรกิจบางประเภทที่ต้องขอใบอนุญาตเฉพาะ เช่น กิจการที่ต้องมีคลังเก็บสินค้า สถานที่ผลิต หรือพื้นที่ให้บริการลูกค้าโดยตรง ไม่สามารถใช้ที่อยู่แบบให้บริการเป็นสถานประกอบการหลักได้ เพราะหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาตจะตรวจสภาพพื้นที่ตามเงื่อนไขของกิจการนั้นโดยเฉพาะ กรณีเช่นนี้ควรวางแผนใช้ที่อยู่แบบให้บริการเป็นสำนักงานตามทะเบียน และจดสาขาตามสถานที่ปฏิบัติงานจริงควบคู่กัน
ชุดเอกสารสถานที่
| เอกสาร | ใช้ทำอะไร |
|---|---|
| หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ | ระบุผู้ยินยอม สิทธิที่มีเหนือสถานที่ ที่อยู่ที่สะกดตรงกับเอกสารสิทธิ และวัตถุประสงค์การใช้งาน |
| สำเนาโฉนดหรือสัญญาเช่าหลัก | ใช้พิสูจน์ว่าผู้ให้ใช้มีสิทธิ และกรณีเป็นผู้เช่าต้องเห็นข้อความที่อนุญาตให้ผู้อื่นใช้พื้นที่ได้ |
| สำเนาบัตรประชาชนผู้ยินยอม | ลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง แนบคู่กับหนังสือยินยอมเสมอ |
| แผนที่แสดงเส้นทาง | วาดหรือพิมพ์ให้เห็นถนนหลัก จุดสังเกต และตำแหน่งอาคาร เพื่อให้ผู้ตรวจเดินทางถึงได้ |
| ภาพถ่ายสถานที่ | อย่างน้อยภาพตัวอาคารพร้อมเลขที่ ภาพป้ายชื่อที่ติดตั้งแล้ว และภาพพื้นที่ทำงาน |
| เอกสารประกอบกิจการ | ใบเสนอราคา สัญญากับลูกค้า หรือใบกำกับซื้อ ที่แสดงว่ามีการดำเนินงานจริง |
ลำดับการทำงาน
- 1
ประเมินว่ารูปแบบนี้เหมาะกับกิจการหรือไม่
ตรวจประเภทธุรกิจกับเงื่อนไขใบอนุญาตก่อนจ่ายค่าบริการใด ๆ หากต้องมีพื้นที่ปฏิบัติงานตามกฎหมาย ให้วางโครงสำนักงานตามทะเบียนคู่กับสาขาตั้งแต่ต้น
- 2
คัดผู้ให้บริการจากชุดหลักฐานที่ส่งมอบได้
ถามตรง ๆ ว่าจะได้เอกสารครบตามรายการข้างต้นหรือไม่ ติดป้ายชื่อได้หรือไม่ และมีคนอยู่ประจำในวันทำการหรือเปล่า คำตอบสามข้อนี้ชี้ผลของขั้นภาษีมูลค่าเพิ่มมากกว่าค่าบริการรายปี
- 3
จดทะเบียนนิติบุคคลด้วยที่อยู่ที่เลือกไว้
ใช้ที่อยู่เดียวกันทุกฉบับ ทั้งคำขอจดทะเบียน ตราประทับเอกสาร และข้อมูลบัญชีธนาคาร เพื่อไม่ให้เกิดที่อยู่สองชุดในระบบราชการ
- 4
ติดตั้งป้ายชื่อและเก็บภาพถ่ายชุดจริง
ทำก่อนยื่นคำขอเข้าระบบภาษีมูลค่าเพิ่มเสมอ ภาพที่ถ่ายหลังถูกทักท้วงมักมีร่องรอยว่าเพิ่งติดตั้ง และทำให้การพิจารณายืดออกไป
- 5
ยื่นคำขอและเตรียมรับการตรวจ
นัดผู้มีอำนาจให้พร้อมในช่วงสัปดาห์หลังยื่น เตรียมแฟ้มเอกสารประกอบกิจการไว้ที่สถานที่ และแจ้งผู้ให้บริการล่วงหน้าว่าจะมีเจ้าหน้าที่มา
- 6
ดูแลต่อเนื่องหลังได้รับอนุมัติ
เก็บป้ายชื่อไว้ตามเดิม แจ้งเปลี่ยนแปลงเมื่อย้ายที่อยู่ภายในกำหนด และรักษาช่องทางรับเอกสารให้ตอบกลับได้ เพราะการตรวจภายหลังเกิดขึ้นได้ตลอดอายุกิจการ
กรอบเวลา
การจัดตั้งนิติบุคคลมักใช้เวลาไม่กี่วันทำการเมื่อเอกสารครบ ส่วนคำขอเข้าระบบภาษีมูลค่าเพิ่มขึ้นกับคิวและรอบการออกตรวจของสำนักงานพื้นที่ กรอบที่พบบ่อยคือหลักสัปดาห์ และจะยาวขึ้นทุกครั้งที่มีการขอเอกสารเพิ่ม
การคิดค่าบริการ
ประเมินเป็นรายกรณีจากสามตัวแปร คือจำนวนงานจดทะเบียนที่ต้องยื่น ความพร้อมของชุดหลักฐานสถานที่ที่ลูกค้ามีอยู่แล้ว และการต้องเข้าร่วมชี้แจงกับเจ้าหน้าที่หรือไม่ ทุกกรณีแจ้งขอบเขตงานและค่าบริการเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่ม
คำถามที่พบบ่อย
ใช้ที่อยู่แบบให้บริการจดทะเบียนบริษัทได้จริงหรือไม่
ได้ เมื่อผู้ให้ใช้สถานที่มีสิทธิตามกฎหมายและออกหนังสือยินยอมที่ระบุที่อยู่ตรงกับเอกสารสิทธิ ขั้นจดทะเบียนพิจารณาจากความครบถ้วนของเอกสารเป็นหลัก ความเข้มงวดจะมาปรากฏในขั้นภาษีมูลค่าเพิ่มมากกว่า
ทำไมบางรายผ่านขั้นภาษีมูลค่าเพิ่ม บางรายไม่ผ่าน ทั้งที่ใช้ที่อยู่เดียวกัน
เพราะผลขึ้นกับสภาพที่ผู้ตรวจพบในวันนั้น ไม่ได้ขึ้นกับตัวที่อยู่ กิจการที่ติดป้ายชื่อไว้แล้ว มีคนตอบคำถามได้ และหยิบเอกสารประกอบให้ดูได้ทันที ย่อมผ่านง่ายกว่ากิจการที่ไม่มีร่องรอยใดเลยในจุดเดียวกัน
หลายกิจการใช้เลขที่เดียวกันจะเป็นปัญหาหรือไม่
ไม่เป็นปัญหาโดยตัวมันเอง ที่อาคารสำนักงานทั่วไปก็มีหลายกิจการอยู่ในเลขที่เดียวกัน สิ่งที่ต้องมีคือการระบุห้องหรือชั้นให้ชัดในเอกสาร และป้ายชื่อที่แยกแต่ละกิจการออกจากกันได้
ถ้าย้ายออกจากที่อยู่นี้ในภายหลังต้องทำอะไร
ต้องยื่นแจ้งเปลี่ยนแปลงที่ตั้งทั้งต่อนายทะเบียนนิติบุคคลและต่อสรรพากรภายในกำหนด พร้อมชุดหลักฐานสถานที่ใหม่ในรูปแบบเดียวกับตอนยื่นครั้งแรก การปล่อยให้ที่อยู่ตามทะเบียนติดต่อไม่ได้คือสาเหตุอันดับต้นของการพลาดหนังสือราชการ
บริการนี้ช่วยดูแลถึงขั้นไหน
เราจัดชุดเอกสารสถานที่ให้ครบตามรายการ ตรวจความตรงกันของข้อความทุกฉบับ ยื่นคำขอ และร่วมชี้แจงเมื่อเจ้าหน้าที่ขอข้อมูลเพิ่ม โดยแจ้งขอบเขตและค่าบริการเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มงานทุกครั้ง