Skip to main content

เช็กลิสต์เอกสารขึ้นทะเบียนนายจ้างและลูกจ้างกับประกันสังคม

เหมาะกับ: บริษัทที่เพิ่งรับพนักงานคนแรก กิจการที่เปิดสาขาใหม่ และฝ่ายบุคคลที่รับช่วงงานเงินเดือนต่อจากทีมเดิม

คำตอบสั้น

กิจการที่รับลูกจ้างแม้เพียงรายเดียวมีหน้าที่ยื่นขึ้นทะเบียนต่อสำนักงานประกันสังคม โดยนับกรอบสามสิบวันจากวันเริ่มงานของรายแรก เอกสารหลักคือหนังสือรับรองนิติบุคคลฉบับปัจจุบัน แบบขึ้นทะเบียนนายจ้าง แบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนของลูกจ้างแต่ละคน และหลักฐานที่ตั้งสถานประกอบการ เมื่อได้เลขที่บัญชีนายจ้างแล้ว เงินสมทบของแต่ละงวดต้องนำส่งไม่เกินวันที่สิบห้าในเดือนถัดมา

เขียนโดย

หัวหน้าฝ่ายบัญชี (CPA)

ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ขึ้นทะเบียนสภาวิชาชีพบัญชี

ปิดงบและเซ็นรับรองงบการเงินให้ธุรกิจ SME และบริษัทต่างชาติมากว่า 10 ปี ดูแลมาตรฐาน TFRS for NPAEs และการวางผังบัญชีตั้งแต่วันแรกของกิจการ

ตรวจทานโดย

หัวหน้าฝ่ายภาษี

ที่ปรึกษาภาษีอากรและผู้ตรวจสอบภาษี (TA)

ตรวจความถูกต้องของข้อกฎหมายและตัวเลขก่อนเผยแพร่ · เผยแพร่ 2026-08

ดูคุณวุฒิผู้ตรวจทาน

ข้อเท็จจริงหลัก

หน่วยงานสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน
กรอบเวลาขึ้นทะเบียนนายจ้างภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างรายแรก
กรอบเวลาแจ้งลูกจ้างเข้าใหม่ภายใน 30 วันนับแต่วันเริ่มงานของลูกจ้างรายนั้น
กำหนดนำส่งเงินสมทบภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่จ่ายค่าจ้าง
การแจ้งลูกจ้างออกแจ้งสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนภายในกรอบเวลาที่กำหนด พร้อมระบุสาเหตุการออก

เอกสารที่ต้องมีทุกกรณี

  • หนังสือรับรองนิติบุคคลฉบับที่ออกภายในหกเดือนล่าสุด

    ต้องแสดงกรรมการผู้มีอำนาจลงนามตรงกับผู้ที่ลงนามในแบบ

  • แบบขึ้นทะเบียนนายจ้างพร้อมลายมือชื่อผู้มีอำนาจ

    ประทับตราบริษัทหากข้อบังคับกำหนดให้ใช้ตราสำคัญร่วมกับลายมือชื่อ

  • แบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนของลูกจ้างทุกคน

    กรอกวันเริ่มงานให้ตรงกับสัญญาจ้างและกับวันที่เริ่มจ่ายค่าจ้างจริง

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของลูกจ้างไทย

    ชื่อสกุลต้องตรงกับบัญชีเงินเดือน หากเปลี่ยนนามสกุลให้แนบหลักฐานการเปลี่ยน

  • หลักฐานที่ตั้งสถานประกอบการ

    แผนที่และสัญญาเช่า ใช้ระบุสำนักงานประกันสังคมพื้นที่ที่รับผิดชอบ

เอกสารเพิ่มเติมเฉพาะบางกรณี

  • สำเนาหนังสือเดินทางและใบอนุญาตทำงานของลูกจ้างต่างชาติ

    ต้องยังไม่หมดอายุในวันยื่น และตำแหน่งในใบอนุญาตควรสอดคล้องกับสัญญาจ้าง

  • หนังสือมอบอำนาจพร้อมอากรแสตมป์

    ใช้เมื่อให้สำนักงานบัญชีหรือฝ่ายบุคคลภายนอกยื่นแทน

  • เอกสารแจ้งเปลี่ยนแปลงสาขาหรือย้ายสถานประกอบการ

    การย้ายที่ตั้งเปลี่ยนสำนักงานพื้นที่ที่ดูแล ต้องแจ้งก่อนนำส่งเงินสมทบงวดถัดไป

ขั้นตอนการดำเนินการ

  1. 1. รวบรวมข้อมูลพนักงานให้ครบก่อนยื่น

    ทำตารางพนักงานที่มีชื่อ เลขบัตร วันเริ่มงาน ค่าจ้าง และเลขบัญชีธนาคาร แล้วตรวจซ้ำกับสัญญาจ้าง ข้อมูลที่ขาดแม้ช่องเดียวทำให้ทั้งชุดถูกส่งคืน

    ระยะเวลา: 1–2 วัน

  2. 2. ยื่นขึ้นทะเบียนนายจ้าง

    ยื่นแบบพร้อมหนังสือรับรองที่สำนักงานพื้นที่ตามที่ตั้งสถานประกอบการ เมื่อได้เลขที่บัญชีนายจ้างแล้วจึงเปิดสิทธิใช้ระบบนำส่งอิเล็กทรอนิกส์

    ระยะเวลา: 1 วันทำการ

  3. 3. ขึ้นทะเบียนลูกจ้างรายคน

    ยื่นแบบผู้ประกันตนของลูกจ้างทุกคนภายในสามสิบวันนับจากวันเริ่มงาน ลูกจ้างที่เคยเป็นผู้ประกันตนมาก่อนใช้เลขเดิม ไม่ต้องออกเลขใหม่

    ระยะเวลา: ภายใน 30 วัน

  4. 4. ตั้งรอบนำส่งเงินสมทบรายเดือน

    ผูกรอบนำส่งเข้ากับปฏิทินเงินเดือน คำนวณฐานค่าจ้างตามเพดานที่ประกาศใช้อยู่ แล้วเก็บใบเสร็จรับเงินไว้คู่กับสลิปเงินเดือนของเดือนนั้น

    ระยะเวลา: ทุกเดือน

ถูกตีกลับเพราะอะไร

  • วันเริ่มงานในแบบไม่ตรงกับวันที่ปรากฏในบัญชีจ่ายเงินเดือนงวดแรก
  • ยื่นแบบด้วยหนังสือรับรองนิติบุคคลที่ออกนานเกินกำหนด
  • แจ้งลูกจ้างเข้าเกินสามสิบวัน ทำให้ต้องชี้แจงย้อนหลังและมีเงินเพิ่ม
  • นำส่งเงินสมทบโดยใช้ฐานค่าจ้างเต็มจำนวนโดยไม่ปรับตามเพดานที่ใช้อยู่

คำถามที่พบบ่อย

ลูกจ้างทดลองงานต้องขึ้นทะเบียนหรือไม่

ต้องขึ้นทะเบียน เพราะกฎหมายดูที่ความสัมพันธ์นายจ้างลูกจ้างและการจ่ายค่าจ้าง ไม่ได้ดูว่าผ่านทดลองงานแล้วหรือยัง การรอให้ผ่านทดลองงานก่อนแล้วค่อยแจ้งเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของการแจ้งเข้าล่าช้า และทำให้ลูกจ้างเสียสิทธิการรักษาพยาบาลในช่วงเวลานั้นด้วย

จ่ายค่าจ้างเป็นรายวันหรือรายชิ้น คำนวณเงินสมทบอย่างไร

ใช้ค่าจ้างที่จ่ายจริงในเดือนนั้นเป็นฐาน แล้วปรับให้อยู่ในกรอบขั้นต่ำและเพดานที่ประกาศใช้ ลูกจ้างที่ทำงานไม่ครบเดือนก็ใช้ค่าจ้างที่ได้รับจริงเช่นกัน สิ่งที่ต้องระวังคือเงินได้บางประเภทที่ไม่ถือเป็นค่าจ้าง เช่น เงินช่วยเหลือบางรายการ ซึ่งต้องแยกออกจากฐานก่อนคำนวณ

บริษัทเพิ่งจดทะเบียนแต่ยังไม่มีพนักงาน ต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างไหม

หน้าที่ขึ้นทะเบียนเกิดเมื่อมีลูกจ้างรายแรก ไม่ได้เกิดพร้อมกับการจดทะเบียนบริษัท ดังนั้นบริษัทที่ยังไม่มีลูกจ้างจึงยังไม่ต้องยื่น แต่ควรเตรียมชุดเอกสารไว้ล่วงหน้า เพราะกรอบเวลาสามสิบวันเริ่มนับทันทีในวันที่พนักงานคนแรกเริ่มงาน ซึ่งมักเป็นช่วงที่ทีมกำลังยุ่งกับเรื่องอื่น

ไม่อยากจัดเอกสารเอง ให้เราดูแลทั้งชุด

งานประกันสังคมพลาดง่ายที่สุดตอนบริษัทโตเร็ว เพราะการรับคนเพิ่มเดือนละหลายคนทำให้กรอบสามสิบวันของแต่ละคนไม่ตรงกัน เราจึงวางปฏิทินแจ้งเข้าแจ้งออกผูกกับรอบเงินเดือน และตรวจรายชื่อผู้ประกันตนกับบัญชีเงินเดือนทุกเดือนก่อนนำส่ง หากต้องการให้ตรวจสถานะย้อนหลังหรือรับช่วงงานเงินเดือนต่อ โทร 092-0170000

แหล่งอ้างอิง

ทีมทนายความและผู้สอบบัญชี Thai Law & Accounting Services · ตรวจทานโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ · ปรับปรุง 2026-08
ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาของหน่วยงานราชการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ หรือให้ทีมเราตรวจสอบให้