บริการตามกลุ่มธุรกิจ
ยื่นภาษีฟรีแลนซ์ให้ถูกประเภทเงินได้ตั้งแต่ต้นปี
รายได้ฟรีแลนซ์ในไทยแบ่งเป็นหลายประเภทตามมาตรา 40 ซึ่งแต่ละประเภทมีวิธีหักค่าใช้จ่ายและอัตราภาษีต่างกัน คนที่รับงานหลายแบบพร้อมกัน เช่น เขียนโปรแกรมบ้าง ให้คำปรึกษาบ้าง มักจัดประเภทผิดตั้งแต่ต้นปีและเสียสิทธิหักค่าใช้จ่ายที่ควรได้ งานของเราคือไล่ดูสัญญาและใบแจ้งหนี้แต่ละรายการ จัดกลุ่มเงินได้ให้ตรงมาตรา เทียบวิธีหักแบบเหมากับหักตามจริงว่าแบบไหนประหยัดกว่า รวบรวมหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายให้ครบก่อนยื่น และบอกตรงๆ ว่าถึงจุดที่ควรจดทะเบียนบริษัทหรือยัง
โทร 092-0170000 · LINE @THAIL · contact@thailaw-accounting.co.th
ปัญหาที่เจอซ้ำในธุรกิจกลุ่มนี้
จัดประเภทเงินได้ผิดมาตราตั้งแต่ต้น
งานฟรีแลนซ์บางอย่างเข้าข่าย 40(2) ค่าตอบแทนวิชาชีพอิสระบางอย่างเข้าข่าย 40(6) ส่วนงานรับเหมาหรือขายของออนไลน์อาจเข้าข่าย 40(8) คนที่รับงานหลายแบบมักเลือกมาตราตามความเคยชินโดยไม่ตรวจสัญญาจริง ทำให้อัตราการหักค่าใช้จ่ายที่ควรได้หายไป บางกรณีถึงขั้นต้องยื่นแบบแก้ไขย้อนหลังเมื่อสรรพากรตรวจพบว่าจัดประเภทผิด
เลือกวิธีหักค่าใช้จ่ายผิดทำเสียภาษีเกิน
การหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาสะดวกแต่ไม่ได้ประหยัดที่สุดเสมอไป คนที่มีค่าใช้จ่ายจริงสูง เช่น ค่าอุปกรณ์ ค่าเช่าออฟฟิศ หรือค่าจ้างผู้ช่วย อาจเสียภาษีมากกว่าที่ควรหากเลือกวิธีเหมาโดยไม่เปรียบเทียบก่อน ในทางกลับกันคนที่หักตามจริงแต่เก็บใบเสร็จไม่ครบก็เสี่ยงถูกปฏิเสธรายการเมื่อสรรพากรขอดูหลักฐาน
หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายกระจัดกระจายหาไม่เจอตอนยื่น
ลูกค้าแต่ละรายหักภาษี ณ ที่จ่ายและออกหนังสือรับรองในเวลาต่างกัน บางรายส่งเป็นไฟล์ทางอีเมล บางรายส่งเป็นกระดาษ ฟรีแลนซ์ที่รับงานจากหลายบริษัทตลอดปีมักรวบรวมเอกสารไม่ครบตอนใกล้กำหนดยื่นภาษี ทำให้เครดิตภาษีที่ควรนำมาหักจากภาษีที่ต้องชำระหายไปโดยไม่รู้ตัว และบางครั้งต้องขอเอกสารย้อนหลังซึ่งใช้เวลานานกว่าที่คิด
ไม่รู้ว่าถึงจุดที่ควรจดบริษัทหรือยัง
เมื่อรายได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันไดอาจสูงกว่าอัตราภาษีนิติบุคคลในบางช่วงรายได้ แต่ฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่ไม่เคยคำนวณเปรียบเทียบจริงจัง ทำให้ตัดสินใจจดบริษัทช้าเกินไปหรือเร็วเกินไป การจดบริษัทเร็วเกินจำเป็นทำให้แบกภาระบัญชีและผู้สอบบัญชีโดยไม่จำเป็น ส่วนการจดช้าเกินไปทำให้เสียภาษีมากกว่าที่ควรต่อเนื่องหลายปี
สิ่งที่คุณได้รับ
จัดประเภทเงินได้ตามมาตรา 40 ให้ถูกต้อง
ตรวจสัญญาและใบแจ้งหนี้แต่ละรายการเพื่อจัดกลุ่มเงินได้ให้ตรงประเภท 40(2) 40(6) หรือ 40(8) ตามลักษณะงานจริง ไม่ใช่ตามความเคยชิน ทำให้เลือกวิธีหักค่าใช้จ่ายที่ถูกต้องได้ตั้งแต่ต้นและลดความเสี่ยงถูกปรับปรุงย้อนหลัง
เปรียบเทียบวิธีหักเหมาและหักตามจริง
คำนวณภาระภาษีทั้งสองวิธีจากตัวเลขรายได้และค่าใช้จ่ายจริงของแต่ละคน แล้วเสนอวิธีที่ประหยัดกว่าพร้อมเหตุผลประกอบ หากเลือกหักตามจริงจะช่วยจัดระเบียบใบเสร็จให้ตรงตามที่สรรพากรยอมรับ
รวบรวมหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายให้ครบ
ติดตามหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายจากลูกค้าแต่ละรายตลอดปี จัดเก็บเป็นระบบพร้อมตรวจสอบยอดให้ตรงกับรายได้ที่บันทึกไว้ ก่อนนำมาใช้เป็นเครดิตภาษีตอนยื่นแบบ ลดปัญหาต้องขอเอกสารย้อนหลังกระชั้นชิดวันปิดยื่น
คำนวณเปรียบเทียบภาระภาษีบุคคลกับบริษัท
จำลองภาระภาษีทั้งแบบบุคคลธรรมดาและแบบจดทะเบียนบริษัทจากรายได้จริงของปีที่ผ่านมาและแนวโน้มปีถัดไป เพื่อบอกจุดที่การจดบริษัทเริ่มคุ้มค่ากว่า พร้อมอธิบายภาระเพิ่มเติมด้านบัญชีและการสอบบัญชีที่ตามมา
ยื่นแบบและติดตามผลกับสรรพากร
ยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90 91 หรือ 94 ตามช่วงเวลาที่กำหนด ติดตามผลการยื่นและตอบข้อซักถามจากสรรพากรหากมีการขอเอกสารเพิ่มเติม พร้อมแจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนกำหนดยื่นครึ่งปีและปลายปี
ทำไมเงินได้ฟรีแลนซ์ถึงจัดประเภทยากกว่าที่คิด
กฎหมายภาษีไทยแบ่งเงินได้บุคคลธรรมดาออกเป็นแปดประเภทตามมาตรา 40 เพื่อกำหนดวิธีหักค่าใช้จ่ายที่ต่างกันตามลักษณะของงาน แต่ฟรีแลนซ์จำนวนมากทำงานที่คาบเกี่ยวระหว่างหลายประเภทในเวลาเดียวกัน เช่น รับจ้างเขียนโค้ดให้บริษัทหนึ่งซึ่งอาจเข้าข่ายเงินได้จากการรับจ้างทำงาน ขณะเดียวกันก็ให้คำปรึกษาด้านเทคนิคแยกอีกโครงการซึ่งอาจเข้าข่ายวิชาชีพอิสระ ความแตกต่างของอัตราหักค่าใช้จ่ายระหว่างสองประเภทนี้มีนัยสำคัญ การเลือกมาตราให้ถูกจึงไม่ใช่แค่เรื่องแบบฟอร์มแต่กระทบตัวเลขภาษีที่ต้องจ่ายจริงในทุกปี
มาตรา 40(2) ครอบคลุมค่าตอบแทนจากการรับจ้างทำงานที่ผู้ว่าจ้างกำหนดวิธีการทำงานในระดับหนึ่ง อัตราหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาของประเภทนี้อยู่ในระดับหนึ่งตามที่กฎหมายกำหนด ในขณะที่มาตรา 40(6) ครอบคลุมวิชาชีพอิสระเฉพาะทาง เช่น กฎหมาย การประกอบโรคศิลปะ วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี และประณีตศิลป์ ซึ่งมีอัตราหักค่าใช้จ่ายที่ต่างออกไปและมีเงื่อนไขเฉพาะตัวของแต่ละวิชาชีพ ฟรีแลนซ์สายเทคโนโลยีที่ไม่ได้เข้าเงื่อนไขวิชาชีพเฉพาะทางเหล่านี้มักต้องพิจารณาว่าเข้าข่าย 40(2) หรือ 40(8) แทน ซึ่งอัตราหักค่าใช้จ่ายและเพดานการหักแบบเหมาต่างกันชัดเจน
มาตรา 40(8) เป็นหมวดกว้างที่ครอบคลุมเงินได้จากการรับเหมา การขายสินค้า และกิจกรรมทางธุรกิจอื่นที่ไม่เข้าประเภทใดข้างต้น ฟรีแลนซ์ที่ขายงานออกแบบพร้อมส่งมอบไฟล์งานสำเร็จรูป หรือขายสินค้าที่ผลิตเองผ่านช่องทางออนไลน์ มักเข้าข่ายประเภทนี้แทนที่จะเป็นเงินได้จากการรับจ้างทำงานทั่วไป จุดที่ทำให้สับสนคือลักษณะงานคล้ายกันแต่รูปแบบสัญญาต่างกันอาจทำให้ผลลัพธ์ทางภาษีต่างกัน ผู้ที่ทำงานหลายรูปแบบพร้อมกันจึงต้องแยกเงินได้แต่ละก้อนออกจากกันตั้งแต่ตอนออกใบแจ้งหนี้ ไม่ใช่รอมารวมคำนวณตอนสิ้นปีซึ่งจะแยกยากขึ้นมาก
การหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาให้ความสะดวกเพราะไม่ต้องเก็บหลักฐานค่าใช้จ่ายจริง แต่ตัวเลขที่กฎหมายกำหนดไว้เป็นเพดานคงที่โดยไม่คำนึงว่าแต่ละคนมีต้นทุนจริงเท่าไร คนที่ทำงานคนเดียวโดยไม่มีค่าใช้จ่ายมากมักได้ประโยชน์จากวิธีนี้ ในทางกลับกันคนที่ต้องลงทุนอุปกรณ์แพง เช่า พื้นที่ทำงาน จ้างผู้ช่วยหรือฟรีแลนซ์คนอื่นมาช่วยงาน มักมีค่าใช้จ่ายจริงสูงกว่าเพดานเหมา การหักตามจริงจึงประหยัดกว่าแม้จะต้องเก็บใบเสร็จและหลักฐานให้ครบ การตัดสินใจเลือกวิธีใดวิธีหนึ่งจึงควรมาจากการคำนวณเปรียบเทียบตัวเลขจริงทุกปี ไม่ใช่ใช้วิธีเดิมซ้ำทุกปีโดยไม่ทบทวน
หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าใบ 50 ทวิ เป็นเอกสารสำคัญที่ยืนยันว่าผู้ว่าจ้างได้หักภาษีไว้แล้วส่วนหนึ่งก่อนจ่ายเงินให้ฟรีแลนซ์ ตัวเลขนี้นำมาหักออกจากภาษีที่ต้องชำระจริงตอนยื่นแบบประจำปี หากฟรีแลนซ์รวบรวมเอกสารนี้ไม่ครบจากลูกค้าทุกราย จะเสียสิทธิ์นำเครดิตภาษีมาใช้ทั้งที่ถูกหักเงินไปแล้วจริง ปัญหานี้พบบ่อยกับฟรีแลนซ์ที่รับงานจากบริษัทขนาดเล็กที่ไม่มีระบบออกเอกสารที่เป็นระบบ หรือทำงานผ่านแพลตฟอร์มตัวกลางที่ไม่ได้ออกเอกสารแบบเดียวกับการจ้างงานตรง
เกณฑ์การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่รายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีใช้กับฟรีแลนซ์เช่นเดียวกับธุรกิจทั่วไป ฟรีแลนซ์ที่รายได้เติบโตเร็วอาจข้ามเกณฑ์นี้โดยไม่ทันสังเกตเพราะไม่ได้ติดตามยอดสะสมอย่างใกล้ชิด การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มล่าช้ากว่าที่ควรทำให้ต้องจัดการภาระย้อนหลังซึ่งซับซ้อนกว่าการวางแผนล่วงหน้ามาก ฟรีแลนซ์ที่ให้บริการลูกค้าต่างประเทศควรตรวจสอบด้วยว่าบริการที่ให้เข้าเงื่อนไขได้รับยกเว้นหรือไม่ เพราะกฎเกณฑ์ในส่วนนี้มีรายละเอียดเฉพาะที่ต่างจากการให้บริการลูกค้าในประเทศ
ประกันสังคมมาตรา 39 และมาตรา 40 เป็นทางเลือกที่ฟรีแลนซ์มักมองข้ามเพราะคิดว่าเป็นเรื่องของลูกจ้างเท่านั้น มาตรา 39 เหมาะกับผู้ที่เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 มาก่อนแล้วออกจากงานประจำมาทำฟรีแลนซ์เต็มตัว ส่วนมาตรา 40 เปิดให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระทั่วไปสมัครได้โดยเลือกระดับความคุ้มครองได้เอง การตัดสินใจสมัครหรือไม่ควรพิจารณาควบคู่กับแผนภาษีประจำปี เพราะเงินสมทบส่วนนี้มีผลต่อกระแสเงินสดรายเดือนและบางกรณีนำมาใช้ประกอบการวางแผนลดหย่อนภาษีได้ด้วย
จุดที่ควรพิจารณาจดทะเบียนบริษัทแทนการทำงานในนามบุคคลธรรมดาไม่ได้มีตัวเลขตายตัวที่ใช้ได้กับทุกคน แต่ขึ้นอยู่กับโครงสร้างรายได้ ค่าใช้จ่ายจริง และแผนขยายงานของแต่ละคน ฟรีแลนซ์ที่มีรายได้สูงต่อเนื่องหลายปีและมีค่าใช้จ่ายทางธุรกิจจริงจำนวนมากมักถึงจุดที่อัตราภาษีนิติบุคคลให้ผลลัพธ์ดีกว่าอัตราภาษีบุคคลธรรมดาแบบขั้นบันได แต่การจดบริษัทก็มาพร้อมภาระบัญชีรายเดือน การปิดงบประจำปี และการสอบบัญชีภาคบังคับซึ่งไม่มีในการทำงานแบบบุคคลธรรมดา การตัดสินใจจึงควรมาจากตัวเลขจำลองเปรียบเทียบทั้งสองแบบมากกว่าความรู้สึกว่าถึงเวลาแล้ว
ฟรีแลนซ์ที่ทำงานสัญญาต่อเนื่องระยะยาวกับลูกค้ารายเดียว เช่น รับงานดูแลระบบให้บริษัทหนึ่งเป็นรายเดือนต่อเนื่องหลายปี มักบันทึกรายได้ตามวันที่เงินเข้าบัญชีแทนที่จะตามรอบงานที่ตกลงกันในสัญญา ทำให้บางเดือนดูเหมือนไม่มีรายได้ทั้งที่งานเดินอยู่ตลอด และบางเดือนดูเหมือนรายได้พุ่งสูงเพราะลูกค้าจ่ายรวมหลายเดือนทีเดียว การบันทึกตามรอบงานที่ระบุในสัญญาแทนวันที่เงินเข้าจริงทำให้เห็นรายได้ต่อเดือนที่สะท้อนภาระงานจริง และช่วยประมาณการภาษีครึ่งปีได้แม่นยำกว่าการดูยอดเงินในบัญชีธนาคารเพียงอย่างเดียว
งานรับจ้างต่างประเทศที่คิดค่าจ้างเป็นดอลลาร์หรือยูโรสร้างปัญหาให้ฟรีแลนซ์ไทยหลายคนโดยไม่รู้ตัว เพราะยอดที่แสดงในสมุดบัญชีมักถูกกรอกจากตัวเลขในสัญญาจ้างงานทันทีโดยไม่รอดูว่าธนาคารโอนเข้ามาเท่าไรจริง ทำให้ยอดขายที่บันทึกไว้กับยอดเงินฝากที่ปรากฏในรายการเดินบัญชีไม่ตรงกัน เมื่อรวมงานจากหลายแพลตฟอร์มที่หักค่าธรรมเนียมและแปลงสกุลเงินคนละช่วงเวลากันตลอดปี ความคลาดเคลื่อนสะสมนี้กลายเป็นจุดที่ต้องอธิบายทุกครั้งที่มีการตรวจสอบบัญชีรับจ่าย ทางแก้ที่ยั่งยืนที่สุดคือสร้างตารางกระทบยอดแยกต่างหากที่บันทึกทั้งยอดตามสัญญา ยอดที่แพลตฟอร์มหักไว้ และยอดสุดท้ายที่เข้าบัญชีจริงเป็นรายเดือน แล้วปรับปรุงบัญชีรายได้ให้อิงยอดสุดท้ายเสมอ ไม่ใช่ยอดตั้งต้น วิธีนี้ทำให้ตัวเลขที่ยื่นแบบภาษีสอดคล้องกับหลักฐานธนาคารโดยไม่ต้องมานั่งไล่หาสาเหตุความต่างย้อนหลังตอนใกล้ปิดปี
การแยกบัญชีธนาคารสำหรับงานฟรีแลนซ์ออกจากบัญชีส่วนตัวที่ใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเป็นนิสัยเล็กๆ ที่ช่วยประหยัดเวลาช่วงยื่นภาษีได้มาก เพราะทุกรายการที่เข้าออกในบัญชีนั้นล้วนเกี่ยวข้องกับงาน ไม่ต้องมานั่งไล่แยกว่ารายการไหนเป็นรายได้งาน รายการไหนเป็นเงินโอนจากครอบครัวหรือค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ปนกันอยู่ ฟรีแลนซ์ที่เพิ่งเริ่มทำงานควรเปิดบัญชีแยกตั้งแต่รับงานแรก แม้จำนวนเงินยังไม่มากก็ตาม เพราะการย้อนกลับไปแยกรายการเก่าหลังผ่านไปเป็นปีทำได้ยากกว่าที่คิดมาก
รายได้จากต่างประเทศ
ฟรีแลนซ์ที่รับงานจากลูกค้าต่างประเทศและนำเงินเข้าประเทศไทยต้องพิจารณาทั้งภาระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและประเด็นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับบริการที่ให้กับผู้รับบริการนอกประเทศ ซึ่งมีเงื่อนไขเฉพาะที่ต้องตรวจสอบเป็นรายกรณี
ค่าใช้จ่ายร่วมกับงานประจำ
ผู้ที่ทำฟรีแลนซ์ควบคู่กับงานประจำต้องแยกรายได้และค่าใช้จ่ายของสองส่วนออกจากกันชัดเจน อุปกรณ์หรือพื้นที่ทำงานที่ใช้ร่วมกันทั้งสองงานควรมีหลักเกณฑ์แบ่งสัดส่วนที่สมเหตุสมผลก่อนนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายฟรีแลนซ์
การยื่นภาษีครึ่งปี
เงินได้บางประเภทตามมาตรา 40 ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด. 94 สำหรับครึ่งปีแรกนอกเหนือจากการยื่นประจำปี ฟรีแลนซ์ที่ลืมยื่นรอบครึ่งปีมักถูกเรียกเก็บเงินเพิ่มภายหลังโดยไม่จำเป็น หากติดตามรายได้สะสมทุกเดือนจะประเมินได้ล่วงหน้า
การเก็บสัญญาและใบแจ้งหนี้
การจัดประเภทเงินได้และการหักค่าใช้จ่ายตามจริงล้วนต้องอ้างอิงสัญญาและใบแจ้งหนี้เป็นหลักฐาน ฟรีแลนซ์ที่เก็บเอกสารกระจัดกระจายในแชทหรืออีเมลควรรวบรวมเข้าระบบเดียวตั้งแต่ต้นปีเพื่อไม่ต้องไล่หาย้อนหลังตอนใกล้ปิดยื่น
ขั้นตอนการทำงาน
1. รวบรวมสัญญาและรายได้ทั้งปี
ส่งสัญญา ใบแจ้งหนี้ และหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายที่มีอยู่ทั้งหมดมาให้เราตรวจสอบ เราจะจัดกลุ่มตามลูกค้าและตามลักษณะงานเพื่อเตรียมจัดประเภทเงินได้ในขั้นถัดไป
2. จัดประเภทเงินได้และเลือกวิธีหัก
เราจัดกลุ่มเงินได้แต่ละก้อนตามมาตรา 40 ที่เกี่ยวข้อง คำนวณเปรียบเทียบภาระภาษีระหว่างหักเหมากับหักตามจริง แล้วเสนอวิธีที่ประหยัดกว่าพร้อมคำอธิบายที่เข้าใจง่าย
3. ตรวจสอบเครดิตภาษีและยื่นแบบ
ตรวจให้แน่ใจว่ามีหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายครบทุกรายที่หักภาษีไว้ นำมาคำนวณเครดิตให้ถูกต้อง แล้วยื่นแบบ ภ.ง.ด. ตามกำหนดพร้อมติดตามผลการยื่นจนเสร็จสิ้น
4. ทบทวนแผนบุคคลกับบริษัทประจำปี
หลังยื่นภาษีเสร็จแต่ละปี เราทบทวนตัวเลขรายได้และค่าใช้จ่ายจริงเพื่อดูว่าถึงจุดที่จดทะเบียนบริษัทจะให้ผลลัพธ์ทางภาษีที่ดีกว่าหรือยัง พร้อมอธิบายภาระที่จะตามมาให้ตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลครบ
อัตราภาษี กำหนดเวลา และรูปแบบแบบยื่นมีการเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบกับกรมสรรพากร สำนักงานประกันสังคม และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือให้เรายืนยันให้ตามกรณีของคุณก่อนนำไปใช้
คำถามที่เจ้าของกิจการถามก่อนเสมอ
- ฟรีแลนซ์ต้องยื่นภาษีตอนไหนบ้าง
- ฟรีแลนซ์ที่มีเงินได้บางประเภทตามมาตรา 40 ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด. 94 สำหรับครึ่งปีแรกภายในกำหนดที่กฎหมายวางไว้ และยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90 หรือ 91 สำหรับรายได้ทั้งปีในช่วงต้นปีถัดไป ผู้ที่มีรายได้จากหลายประเภทควรตรวจสอบว่าตนเข้าเงื่อนไขยื่นครึ่งปีหรือไม่ตั้งแต่เนิ่นๆ
- หักเหมากับหักตามจริงต่างกันอย่างไร
- หักเหมาใช้อัตราคงที่ตามที่กฎหมายกำหนดโดยไม่ต้องมีหลักฐานค่าใช้จ่าย เหมาะกับคนที่ต้นทุนจริงต่ำ ส่วนหักตามจริงต้องมีใบเสร็จและหลักฐานครบถ้วนแต่ให้ประโยชน์มากกว่าเมื่อค่าใช้จ่ายจริงสูงกว่าเพดานเหมา ควรคำนวณเปรียบเทียบทุกปีก่อนตัดสินใจ
- 40(2) กับ 40(8) ต่างกันตรงไหน
- 40(2) ครอบคลุมค่าตอบแทนจากการรับจ้างทำงานที่ผู้ว่าจ้างมีอำนาจกำหนดวิธีทำงานระดับหนึ่ง ส่วน 40(8) เป็นหมวดกว้างครอบคลุมการรับเหมา การขายสินค้า และกิจกรรมทางธุรกิจอื่น ลักษณะสัญญาและความเป็นอิสระในการทำงานเป็นตัวชี้วัดหลักว่าเข้าข่ายมาตราใด
- ลืมขอหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายทำอย่างไร
- ควรติดต่อลูกค้ารายนั้นเพื่อขอออกเอกสารย้อนหลัง ซึ่งส่วนใหญ่ทำได้หากยังอยู่ในปีภาษีเดียวกันหรือก่อนกำหนดยื่นแบบ หากติดต่อไม่ได้จริงๆ อาจต้องใช้หลักฐานการโอนเงินและสัญญาประกอบเพื่ออธิบายกับสรรพากรว่ามีการหักภาษีไว้จริง
- ฟรีแลนซ์ต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อไร
- เมื่อรายได้จากการให้บริการหรือขายสินค้าสะสมเกิน 1.8 ล้านบาทในรอบปีภาษี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในกำหนดที่กฎหมายวางไว้ ฟรีแลนซ์ที่รายได้ใกล้เกณฑ์นี้ควรติดตามยอดสะสมทุกเดือนแทนที่จะรอตรวจตอนสิ้นปี
- สมัครประกันสังคมมาตรา 39 หรือ 40 ดีกว่ากัน
- มาตรา 39 เหมาะกับผู้ที่เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 มาก่อนและออกจากงานประจำมาไม่เกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ส่วนมาตรา 40 เปิดกว้างสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระทั่วไปที่เลือกระดับความคุ้มครองได้เอง การเลือกควรพิจารณาจากประวัติการทำงานและงบประมาณรายเดือนของแต่ละคน
- รายได้จากลูกค้าต่างประเทศต้องยื่นภาษีไทยไหม
- ผู้ที่มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีในประเทศไทยและนำเงินได้จากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยต้องนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ควรตรวจสอบปีที่นำเงินเข้าและช่วงเวลาที่ได้รับเงินเพื่อประเมินภาระภาษีให้ถูกต้อง
- ควรจดบริษัทตอนไหนถ้ารายได้เริ่มสูงขึ้น
- ไม่มีเกณฑ์ตัวเลขที่แน่นอน แต่ควรเริ่มพิจารณาแปรสภาพเมื่อรายได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายเข้าสู่ช่วงที่อัตราภาษีบุคคลธรรมดาแบบขั้นบันไดสูงกว่าอัตราภาษีนิติบุคคลอย่างเห็นได้ชัด ประกอบกับมีค่าใช้จ่ายทางธุรกิจที่เกิดขึ้นจริงมากพอจะได้ประโยชน์จากรูปแบบบริษัท จึงควรทำการคำนวณเปรียบเทียบตัวเลขจริงทุกครั้งก่อนตัดสินใจ
- ได้รับเงินสกุลต่างประเทศต้องใช้อัตราแลกเปลี่ยนวันไหน
- ใช้อัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงในวันที่ได้รับเงินจริงเข้าบัญชี ไม่ใช่วันที่ออกใบแจ้งหนี้หรือวันที่ตกลงงานกับลูกค้า ควรเก็บหลักฐานอัตราแลกเปลี่ยนที่ธนาคารใช้ในวันนั้นแนบไว้กับใบแจ้งหนี้ทุกใบเพื่อใช้อ้างอิงตอนยื่นแบบและตอบข้อซักถามหากมี
- งานรับเหมาต่อเนื่องหลายปีบันทึกรายได้ตอนไหน
- บันทึกตามรอบงานหรือรอบเรียกเก็บเงินที่ระบุไว้ในสัญญา แทนที่จะยึดวันที่ยอดโอนปรากฏในสมุดบัญชีธนาคารจริง เพราะลูกค้าบางรายอาจจ่ายล่าช้าหรือจ่ายรวมหลายรอบทีเดียว การยึดรอบงานตามสัญญาทำให้รายได้แต่ละเดือนสะท้อนภาระงานจริงและใช้ประมาณการภาษีล่วงหน้าได้แม่นยำกว่า
ทำเองได้ไหม
ฟรีแลนซ์ที่พยายามจัดประเภทเงินได้เอง เปรียบเทียบวิธีหักค่าใช้จ่ายเอง และไล่ตามหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายจากลูกค้าสิบกว่ารายด้วยตัวเอง มักเสียเวลาที่ควรใช้หางานใหม่ไปกับตารางคำนวณที่ต้องแก้ไปแก้มาก่อนถึงวันยื่น บางคนเลือกวิธีเหมาเพราะไม่มีเวลาเปรียบเทียบทั้งที่หักตามจริงจะประหยัดกว่ามาก ทีมงานที่ดูแลภาษีฟรีแลนซ์โดยเฉพาะจะจัดประเภทเงินได้ให้ถูกต้อง คำนวณเปรียบเทียบวิธีหักให้ครบ และติดตามเอกสารจากลูกค้าแทน พร้อมบอกชัดเจนว่าถึงจุดที่ควรจดบริษัทหรือยังควรอยู่แบบเดิมต่อไป ส่งสัญญาและใบแจ้งหนี้มาให้ตรวจก่อน แล้วจะได้ใบเสนอราคาตามจำนวนลูกค้าและความซับซ้อนของเงินได้จริง
อ่านต่อรายจังหวัด
รับยื่นภาษีทุกประเภท — ภ.ง.ด.50/51/90/91 · VAT · WHT — เลือกจังหวัดของคุณ
แต่ละจังหวัดมีสำนักงานพื้นที่ที่ต้องติดต่อ รอบส่งเอกสาร และลักษณะธุรกิจต่างกัน หน้าด้านล่างเขียนแยกตามพื้นที่จริงและเสนอราคาเป็นรายกรณี
ภาคกลาง
ภาคตะวันออก
ภาคตะวันตก
ภาคเหนือ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน)
ภาคใต้
ส่งเอกสารให้เราดู แล้วรับใบเสนอราคา
ประเมินจากเอกสารจริงของกิจการคุณ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการประเมิน และเราตอบกลับเป็นข้อเสนอที่ระบุขอบเขตงานชัดเจน