บริการตามกลุ่มธุรกิจ
ปิดงบผู้รับเหมาก่อสร้างและผู้รับเหมาช่วง
งานก่อสร้างมีเงินเข้าออกไม่ตรงกับรายได้ทางบัญชีเสมอ เพราะสัญญาจ่ายเป็นงวด มีเงินประกันผลงานถูกหักไว้ มีหนังสือค้ำประกันจากธนาคารแทนเงินสด และผู้รับเหมาช่วงหลายรายไม่ออกใบกำกับให้ครบ ทีมงานของเราวางระบบคำนวณรายได้ตามอัตราส่วนงานที่ทำเสร็จ จัดทำทะเบียนเงินประกันผลงานแยกจากลูกหนี้ปกติ และตรวจสอบเอกสารหัก ณ ที่จ่าย 3% ให้ครบทุกสัญญาก่อนยื่นแบบ ผลลัพธ์คืองบการเงินที่สะท้อนความคืบหน้าของโครงการจริงและพร้อมให้ผู้สอบบัญชีตรวจ
โทร 092-0170000 · LINE @THAIL · contact@thailaw-accounting.co.th
ปัญหาที่เจอซ้ำในธุรกิจกลุ่มนี้
รายได้ตามอัตราส่วนงานเสร็จคำนวณผิดงวด
ทีมช่างประเมินความคืบหน้าหน้างานเป็นตัวเลขคร่าวๆ ส่งให้ฝ่ายบัญชีช้ากว่ารอบปิดงบ ทำให้รายได้ที่ควรรับรู้ในเดือนนั้นถูกเลื่อนไปเดือนถัดไปหรือถูกประมาณสูงต่ำผิดพลาด เมื่อเทียบกับต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงแล้วอัตรากำไรขั้นต้นในงบรายเดือนจึงแกว่งขึ้นลงจนผู้บริหารตัดสินใจกระแสเงินสดผิดพลาด และเมื่อผู้สอบบัญชีขอกระดาษทำการเทียบสัญญากับความคืบหน้าจริงมักหาหลักฐานประกอบไม่ครบ
เงินประกันผลงานปนกับลูกหนี้การค้าปกติ
เจ้าของโครงการหักเงินประกันผลงานไว้ร้อยละห้าถึงสิบของแต่ละงวดจนกว่างานจะผ่านการตรวจรับขั้นสุดท้าย แต่หลายบริษัทบันทึกยอดนี้รวมอยู่ในบัญชีลูกหนี้การค้าตามปกติ ทำให้ตัวเลขสภาพคล่องที่แสดงในงบดูดีเกินจริงและธนาคารที่ใช้งบไปพิจารณาวงเงินสินเชื่ออาจตั้งคำถามภายหลัง เมื่อถึงเวลาปิดโครงการจริง เงินก้อนนี้อาจไม่เคยถูกติดตามอย่างเป็นระบบเพราะไม่มีทะเบียนแยกต่างหาก
หัก ณ ที่จ่าย 3% ไม่ครบทุกสัญญาจ้างทำของ
งานจ้างเหมาก่อสร้างเข้าข่ายจ้างทำของที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละสามทุกครั้งที่จ่ายเงินให้ผู้รับเหมาช่วง แต่ในทางปฏิบัติฝ่ายจัดซื้อมักจ่ายเงินสดหน้างานให้ผู้รับเหมารายย่อยโดยไม่ออกหนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่าย เมื่อกรมสรรพากรตรวจสอบย้อนหลังจะพบว่าค่าใช้จ่ายก่อสร้างจำนวนมากไม่มีเอกสารรองรับ กลายเป็นความเสี่ยงถูกประเมินภาษีเพิ่มพร้อมเงินเพิ่มและเบี้ยปรับ
ค่าใช้จ่ายหน้างานไม่มีใบเสร็จที่ใช้หักภาษีได้
ค่าน้ำมัน ค่าแรงรายวัน และวัสดุเบ็ดเตล็ดที่ซื้อจากร้านใกล้ไซต์งานส่วนใหญ่มาพร้อมใบส่งของมือเขียนหรือไม่มีหลักฐานใดเลย เพราะผู้ควบคุมงานมัวเร่งงานให้ทันกำหนดจึงเก็บใบเสร็จไม่ครบ พอถึงเวลาปิดบัญชีสิ้นเดือนจึงพบว่ามีรายจ่ายก้อนใหญ่ที่หาหลักฐานยืนยันไม่ได้ว่าเกี่ยวข้องกับกิจการ ส่งผลให้สรรพากรไม่ยอมรับและต้องบวกกลับเป็นรายจ่ายต้องห้ามเมื่อคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษี
สิ่งที่คุณได้รับ
ตารางคำนวณรายได้ตามอัตราส่วนงานเสร็จ
จัดทำตารางคำนวณรายได้แยกตามสัญญาแต่ละโครงการ อ้างอิงต้นทุนสะสมเทียบต้นทุนประมาณการทั้งหมด พร้อมกระดาษทำการเทียบยอดวางบิลกับรายได้ที่รับรู้ทางบัญชีในแต่ละเดือน เพื่อให้ฝ่ายบริหารเห็นอัตรากำไรที่แท้จริงของแต่ละโครงการและใช้ตัวเลขเดียวกันตอนตอบข้อซักถามของผู้สอบบัญชีปลายปี
บัญชีคุมเงินประกันผลงานและหนังสือค้ำประกันธนาคารที่ยังผูกพันอยู่
แยกบัญชีเงินประกันผลงานออกจากลูกหนี้การค้าปกติ พร้อมวันครบกำหนดคืนของแต่ละสัญญาและมูลค่าหนังสือค้ำประกันธนาคารที่ยังค้างผูกพันอยู่ ทำให้ทราบภาระผูกพันที่แท้จริงกับสถาบันการเงินและวางแผนขอคืนเงินประกันได้ทันเวลาโดยไม่หลงลืมสัญญาเก่าที่ใกล้ครบกำหนด
ตรวจสอบและจัดเก็บหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย
ตรวจทานทุกสัญญาว่าจ่ายเงินให้ผู้รับเหมาช่วงพร้อมหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละสามครบถ้วนหรือไม่ ออกหนังสือรับรองให้ถูกต้องตามแบบ และรวบรวมเป็นชุดยื่นแบบ ภ.ง.ด. 3 หรือ 53 ให้ทันกำหนดทุกเดือน ลดความเสี่ยงถูกประเมินภาษีย้อนหลังจากค่าใช้จ่ายที่ไม่มีเอกสารรองรับ
นโยบายเก็บเอกสารค่าใช้จ่ายหน้างาน
ออกแบบแบบฟอร์มเบิกเงินสดย่อยสำหรับหัวหน้างานพร้อมคู่มือว่าใบเสร็จแบบใดใช้หักรายจ่ายทางภาษีได้ อบรมผู้ควบคุมงานให้ขอใบกำกับภาษีหรือใบรับเงินที่มีชื่อบริษัทถูกต้องทุกครั้ง ลดจำนวนรายจ่ายต้องห้ามที่ต้องบวกกลับตอนคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลปลายปี
ปิดงบพร้อมหมายเหตุประกอบงบสำหรับกิจการก่อสร้าง
จัดทำงบการเงินรายเดือนหรือรายไตรมาสพร้อมหมายเหตุอธิบายวิธีรับรู้รายได้ตามอัตราส่วนงานเสร็จ มูลค่าเงินประกันผลงานคงเหลือ และภาระค้ำประกันจากธนาคาร เพื่อให้ผู้ถือหุ้นและผู้สอบบัญชีเข้าใจฐานะโครงการที่ยังไม่ปิดงานได้ในคราวเดียว
ทำไมงบการเงินผู้รับเหมาก่อสร้างซับซ้อนกว่าธุรกิจซื้อมาขายไป
ธุรกิจซื้อมาขายไปรับรู้รายได้ทันทีที่ส่งมอบสินค้า แต่งานก่อสร้างกินเวลาข้ามปีบัญชีและจ่ายเป็นงวดตามความคืบหน้า มาตรฐานการบัญชีจึงกำหนดให้ใช้วิธีอัตราส่วนงานที่ทำเสร็จในการรับรู้รายได้ระหว่างทาง ไม่ใช่รอให้ส่งมอบโครงการทั้งหมดจึงค่อยลงบัญชี ปัญหาคือการวัดความคืบหน้าต้องอาศัยข้อมูลจากวิศวกรหน้างานซึ่งไม่ใช่นักบัญชี ตัวเลขที่ส่งมาจึงมักเป็นการประเมินสายตามากกว่าการวัดตามต้นทุนจริงที่เกิดขึ้น ฝ่ายบัญชีต้องตั้งระบบให้ฝ่ายก่อสร้างรายงานต้นทุนสะสมเทียบกับประมาณการทั้งโครงการทุกสิ้นเดือนเป็นอย่างน้อย เพื่อให้คำนวณสัดส่วนงานเสร็จได้อย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่ประเมินจากความรู้สึกของหัวหน้างานแต่ละคนที่มาตรฐานต่างกัน หากปล่อยให้แต่ละโครงการใช้วิธีประเมินของตัวเอง งบรวมของบริษัทจะขาดความสม่ำเสมอและผู้สอบบัญชีจะตั้งข้อสังเกตในรายงานทุกปี
เงินประกันผลงานเป็นอีกจุดที่ทำให้งบก่อสร้างต่างจากธุรกิจทั่วไป เจ้าของโครงการมักหักไว้ร้อยละห้าถึงสิบของทุกงวดเงินและจะคืนให้ก็ต่อเมื่อพ้นระยะรับประกันความชำรุดบกพร่องซึ่งอาจยาวนานหนึ่งถึงสองปีหลังส่งมอบงาน เงินก้อนนี้จึงไม่ใช่สภาพคล่องที่ใช้ได้ทันทีแม้จะนับเป็นสินทรัพย์ของกิจการ หากบัญชีไม่แยกยอดนี้ออกจากลูกหนี้การค้าปกติ ตัวเลขระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ยที่ธนาคารใช้พิจารณาสินเชื่อจะบิดเบือนไป เพราะเงินประกันไม่มีกำหนดเรียกเก็บแบบเดียวกับลูกหนี้ทั่วไป นอกจากนี้เจ้าของโครงการหลายรายยังยอมรับหนังสือค้ำประกันจากธนาคารแทนการหักเงินสดไว้ ซึ่งกิจการต้องเสียค่าธรรมเนียมออกหนังสือค้ำประกันและวางหลักทรัพย์หรือเงินฝากค้ำกับธนาคารผู้ออก ภาระผูกพันนี้ต้องเปิดเผยไว้ในหมายเหตุประกอบงบเช่นกัน มิฉะนั้นผู้อ่านงบจะไม่เห็นวงเงินที่ถูกผูกไว้กับธนาคารทั้งหมด
การหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละสามสำหรับงานจ้างทำของเป็นข้อบังคับที่ผู้รับเหมาหลักมักละเลยเมื่อจ่ายเงินให้ผู้รับเหมาช่วงรายเล็ก โดยเฉพาะกลุ่มที่รับงานเป็นทีมช่างไม่จดทะเบียนนิติบุคคล การจ่ายเงินสดหน้างานโดยไม่ออกหนังสือรับรองการหักภาษีทำให้ทั้งสองฝ่ายเสี่ยง ฝ่ายผู้ว่าจ้างเสี่ยงถูกประเมินภาษีเพิ่มเพราะไม่ได้นำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามกำหนด ส่วนผู้รับเหมาช่วงเองก็ไม่มีหลักฐานยืนยันรายได้ที่ได้รับเมื่อต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี ทางแก้ที่ยั่งยืนคือกำหนดเป็นเงื่อนไขในสัญญาว่าทุกงวดเงินต้องผ่านระบบหักภาษีและออกหนังสือรับรองก่อนโอนเงิน ไม่ว่าจะจ่ายด้วยเงินสดหรือโอนผ่านธนาคาร เมื่อทำเป็นระบบตั้งแต่ต้นโครงการ ฝ่ายบัญชีจะรวบรวมยอดยื่นแบบภ.ง.ด. 3 หรือ 53 ได้ตรงเวลาทุกเดือนโดยไม่ต้องไล่ตามหาเอกสารย้อนหลังตอนปิดปี
รายจ่ายค่าวัสดุและค่าแรงหน้างานเป็นจุดอ่อนที่พบบ่อยที่สุดในการปิดงบก่อสร้าง เพราะการซื้อของบางรายการเกิดขึ้นกะทันหันเพื่อให้งานเดินต่อได้ทันเวลา ร้านค้าท้องถิ่นใกล้ไซต์งานหลายแห่งไม่ใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและออกได้เพียงใบส่งของธรรมดา เมื่อรวมยอดค่าใช้จ่ายทั้งโครงการ อาจพบว่าสัดส่วนรายจ่ายที่ไม่มีใบกำกับภาษีสูงเกินกว่าที่กรมสรรพากรจะยอมรับได้โดยไม่มีคำอธิบาย ทางออกที่ใช้ได้จริงคือกำหนดวงเงินซื้อของหน้างานที่ต้องผ่านใบสั่งซื้อล่วงหน้า พร้อมรายชื่อร้านค้าประจำที่ออกใบกำกับภาษีได้ ส่วนรายจ่ายเล็กน้อยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ให้ใช้ใบรับรองแทนใบเสร็จตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนดสำหรับกรณีไม่มีผู้ขายที่ออกใบกำกับได้ วิธีนี้ช่วยลดรายจ่ายต้องห้ามและทำให้ต้นทุนต่อโครงการสะท้อนความเป็นจริงมากขึ้น
ค่าเสื่อมราคาเครื่องจักรและอุปกรณ์ก่อสร้างเป็นอีกประเด็นที่ผู้รับเหมามักคำนวณผิดพลาด เพราะเครื่องจักรหนักอย่างรถแบคโฮหรือเครื่องผสมปูนมักถูกใช้งานข้ามหลายโครงการพร้อมกัน การปันส่วนต้นทุนค่าเสื่อมราคาเข้าแต่ละโครงการจึงต้องมีเกณฑ์ชัดเจน เช่น จำนวนชั่วโมงใช้งานจริงหรือระยะเวลาที่เครื่องจักรอยู่ที่ไซต์งานนั้น หากไม่มีเกณฑ์และปันส่วนตามความรู้สึก ต้นทุนต่อโครงการจะไม่สะท้อนความเป็นจริงและกระทบการคำนวณอัตราส่วนงานเสร็จโดยตรงเพราะต้นทุนสะสมผิดเพี้ยน นอกจากนี้เครื่องจักรที่เช่ามาใช้ชั่วคราวต้องแยกบันทึกเป็นค่าเช่าไม่ใช่สินทรัพย์ถาวร มิฉะนั้นจะกระทบทั้งงบดุลและการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลในส่วนของค่าเสื่อมราคาที่หักไม่ได้ตามกฎหมาย
จังหวะการนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับงานก่อสร้างผูกกับวันที่วางบิลหรือวันที่รับเงินแล้วแต่กรณีใดถึงก่อน ไม่ใช่วันที่งานเสร็จจริงตามความคืบหน้าที่ฝ่ายบัญชีรับรู้รายได้ทางบัญชี ความต่างของสองจังหวะนี้ทำให้ผู้ทำบัญชีที่ไม่คุ้นเคยกับธุรกิจก่อสร้างสับสนบ่อยครั้ง เพราะรายได้ทางบัญชีกับรายได้ที่ต้องนำมาคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มอาจเกิดขึ้นคนละเดือน วิธีจัดการที่ปลอดภัยคือทำตารางกระทบยอดสองคอลัมน์แยกกันทุกเดือน คอลัมน์แรกคือรายได้ตามอัตราส่วนงานเสร็จเพื่อปิดงบการเงิน คอลัมน์ที่สองคือมูลค่าที่ต้องออกใบกำกับภาษีตามงวดวางบิลจริงเพื่อยื่นแบบ ภ.พ. 30 เมื่อแยกสองระบบนี้ออกจากกันอย่างชัดเจน ฝ่ายบัญชีจะไม่พลาดกำหนดยื่นแบบและไม่นำยอดผิดคอลัมน์มาปนกันจนต้องแก้แบบย้อนหลัง
การส่งมอบงานเป็นงวดยังสร้างปัญหาเรื่องส่วนต่างระหว่างมูลค่างานที่วางบิลกับมูลค่างานที่รับรู้รายได้จริง เรียกกันในวงการว่างานเกินหรืองานขาดเมื่อเทียบกับสัญญา หากวางบิลไปมากกว่ารายได้ที่รับรู้ทางบัญชี ส่วนต่างต้องบันทึกเป็นหนี้สินรับล่วงหน้า ไม่ใช่รายได้ทันที เพราะยังไม่ได้ส่งมอบงานตามสัดส่วนนั้นจริง ในทางกลับกันหากทำงานเสร็จมากกว่าที่วางบิลไปแล้ว ส่วนต่างต้องบันทึกเป็นสินทรัพย์รอเรียกเก็บ ทั้งสองรายการนี้มักถูกมองข้ามในงบของผู้รับเหมาขนาดกลางที่ยังไม่มีระบบบัญชีต้นทุนโครงการแยกเฉพาะ ทำให้งบดุลแสดงตัวเลขลูกหนี้และหนี้สินไม่ตรงกับความเป็นจริงของแต่ละโครงการ และเมื่อผู้สอบบัญชีเข้ามาตรวจมักต้องปรับปรุงรายการย้อนหลังหลายรายการ
เมื่อรวมทุกประเด็นเข้าด้วยกัน จะเห็นว่าการปิดงบผู้รับเหมาก่อสร้างต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างฝ่ายก่อสร้างหน้างานกับฝ่ายบัญชีมากกว่าธุรกิจทั่วไป เพราะตัวเลขสำคัญเกือบทุกตัวเริ่มต้นจากข้อมูลภาคสนามที่ไม่ใช่เอกสารทางบัญชีโดยตรง ตั้งแต่ความคืบหน้าของงาน มูลค่าประกันผลงาน หนังสือค้ำประกันธนาคาร ไปจนถึงชั่วโมงการใช้เครื่องจักร บริษัทที่วางระบบรายงานรายเดือนจากไซต์งานมาสู่ฝ่ายบัญชีอย่างสม่ำเสมอจะปิดงบได้ตรงเวลาและมีข้อมูลพร้อมตอบผู้สอบบัญชีทันที ในทางกลับกันบริษัทที่ปล่อยให้ต่างฝ่ายต่างทำงานแยกกันมักต้องเสียเวลาช่วงปิดปีไล่ตามเอกสารและอาจต้องยื่นแบบภาษีเพิ่มเติมภายหลังจากพบข้อผิดพลาด การลงทุนวางระบบตั้งแต่ต้นโครงการจึงคุ้มค่ากว่าการแก้ไขปัญหาเมื่อสายเกินไป
โครงการขาดทุนที่ยังไม่ปิดงาน
หากประมาณการต้นทุนทั้งโครงการสูงกว่ามูลค่าสัญญาทั้งหมด มาตรฐานบัญชีกำหนดให้รับรู้ผลขาดทุนทั้งจำนวนทันทีที่ทราบ ไม่ต้องรอให้โครงการปิดงานจริง ฝ่ายบัญชีต้องทบทวนประมาณการต้นทุนทุกไตรมาสเพื่อจับสัญญาณนี้ได้ทันเวลาก่อนงบประจำปีจะสะท้อนตัวเลขผิดพลาด
สัญญาที่มีข้อพิพาทเรื่องมูลค่างานเพิ่ม
งานเพิ่มหรืองานแก้ไขนอกสัญญาเดิมที่เจ้าของโครงการยังไม่อนุมัติมูลค่าอย่างเป็นทางการควรบันทึกอย่างระมัดระวัง รับรู้เป็นรายได้ต่อเมื่อมีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ว่าจะได้รับชำระ มิฉะนั้นให้เปิดเผยเป็นภาระผูกพันที่อาจเกิดขึ้นในหมายเหตุประกอบงบแทนการรับรู้รายได้ล่วงหน้า
ผู้รับเหมาช่วงที่ไม่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
ผู้รับเหมาช่วงรายย่อยจำนวนมากมีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหนึ่งล้านแปดแสนบาทต่อปี จึงออกได้เพียงใบเสร็จรับเงินไม่ใช่ใบกำกับภาษี ผู้ว่าจ้างยังคงต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละสามตามปกติแม้ผู้รับเหมาช่วงจะไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่มเรียกเก็บก็ตาม
การรับเงินล่วงหน้าก่อนเริ่มงาน
เงินล่วงหน้าที่เจ้าของโครงการจ่ายก่อนเริ่มงานไม่ใช่รายได้ทันทีที่ได้รับ แต่เป็นหนี้สินรับล่วงหน้าที่ต้องทยอยตัดเข้ารายได้ตามความคืบหน้าของงานจริง หลายบริษัทบันทึกผิดเป็นรายได้ทั้งก้อนตั้งแต่วันรับเงินจนกระทบตัวเลขกำไรของงวดแรกอย่างผิดปกติ
ขั้นตอนการทำงาน
1. รวบรวมสัญญาและตารางงวดงาน
ขอสำเนาสัญญาทุกโครงการ ตารางงวดเงิน อัตราเงินประกันผลงาน และหนังสือค้ำประกันธนาคารที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างฐานข้อมูลตั้งต้นก่อนเริ่มคำนวณรายได้ตามอัตราส่วนงานเสร็จของแต่ละโครงการ
2. เก็บข้อมูลต้นทุนสะสมและความคืบหน้าจากไซต์งาน
ประสานฝ่ายควบคุมงานให้ส่งต้นทุนสะสมและร้อยละความคืบหน้าที่วัดได้จริงทุกสิ้นเดือน ไม่ใช่การประเมินด้วยสายตา เพื่อใช้คำนวณรายได้ที่รับรู้ได้อย่างมีหลักเกณฑ์และตรวจสอบย้อนหลังได้
3. ตรวจสอบเอกสารหักภาษี ณ ที่จ่ายและใบกำกับภาษี
ไล่ตรวจการจ่ายเงินให้ผู้รับเหมาช่วงและผู้ขายวัสดุทุกรายว่ามีเอกสารครบตามกฎหมาย พร้อมทำรายการที่ขาดหายให้ทีมจัดซื้อติดตามเพิ่มก่อนปิดงบประจำเดือน
4. ส่งมอบงบพร้อมหมายเหตุและข้อสังเกตสำหรับผู้สอบบัญชี
จัดทำงบการเงินฉบับสมบูรณ์พร้อมหมายเหตุอธิบายวิธีรับรู้รายได้ เงินประกันผลงาน และภาระผูกพันธนาคาร ส่งให้ฝ่ายบริหารพร้อมสรุปประเด็นที่ผู้สอบบัญชีน่าจะสอบถามล่วงหน้า
อัตราภาษี กำหนดเวลา และรูปแบบแบบยื่นมีการเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบกับกรมสรรพากร สำนักงานประกันสังคม และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือให้เรายืนยันให้ตามกรณีของคุณก่อนนำไปใช้
คำถามที่เจ้าของกิจการถามก่อนเสมอ
- รับรู้รายได้ตอนวางบิลหรือตอนงานเสร็จจริง
- รับรู้รายได้ตามสัดส่วนงานที่ทำเสร็จจริงเทียบกับทั้งโครงการ ไม่ใช่ตามจำนวนเงินที่วางบิล หากวางบิลมากกว่าที่ทำเสร็จส่วนต่างต้องพักไว้เป็นหนี้สินรับล่วงหน้าจนกว่าจะส่งมอบงานตามสัดส่วนนั้นจริง
- เงินประกันผลงานต้องรอครบกี่ปีถึงได้คืน
- ระยะเวลาระบุไว้ในสัญญาแต่ละฉบับ ส่วนใหญ่คือเมื่อพ้นระยะรับประกันความชำรุดบกพร่องซึ่งมักอยู่ระหว่างหนึ่งถึงสองปีหลังส่งมอบงาน ทางบริษัทควรตั้งทะเบียนแยกไว้เพื่อไม่พลาดวันครบกำหนดขอคืน
- ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายผู้รับเหมาช่วงทุกครั้งหรือไม่
- งานจ้างทำของต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละสามทุกครั้งที่จ่ายเงิน ไม่ว่าผู้รับเหมาช่วงจะจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ และไม่ว่าจ่ายด้วยเงินสดหรือโอนผ่านธนาคาร
- ไม่มีใบเสร็จค่าวัสดุหน้างานทำอย่างไร
- หากผู้ขายไม่สามารถออกใบกำกับภาษีได้จริง ให้ใช้แบบฟอร์มใบรับรองแทนใบเสร็จตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรพร้อมลงชื่อผู้ซื้อผู้ขายและเหตุผลที่ไม่มีใบกำกับ เพื่อลดความเสี่ยงถูกตัดเป็นรายจ่ายต้องห้าม
- เครื่องจักรที่เช่ามาใช้ในโครงการบันทึกอย่างไร
- เครื่องจักรที่เช่าใช้ชั่วคราวบันทึกเป็นค่าเช่าตามงวดสัญญา ไม่ใช่สินทรัพย์ถาวรของกิจการ ส่วนเครื่องจักรที่ซื้อเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทจึงจะคิดค่าเสื่อมราคาและปันส่วนต้นทุนตามชั่วโมงใช้งานในแต่ละโครงการ
- งวดวางบิลกับงวดยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มต้องตรงกันหรือไม่
- ภาษีมูลค่าเพิ่มต้องนำส่งตามวันที่วางบิลหรือวันที่รับเงินแล้วแต่กรณีใดถึงก่อน ซึ่งอาจไม่ตรงกับเดือนที่บัญชีรับรู้รายได้ตามความคืบหน้า จึงต้องกระทบยอดสองระบบแยกกันทุกเดือน
- โครงการที่คาดว่าจะขาดทุนต้องรับรู้ผลขาดทุนเมื่อใด
- ทันทีที่ประมาณการต้นทุนทั้งโครงการเกินมูลค่าสัญญา ต้องรับรู้ผลขาดทุนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นทั้งจำนวนในงวดนั้น ไม่รอให้โครงการเสร็จสิ้นหรือปิดงานจริงก่อน
- บริษัทเราขนาดเล็กมีเพียงสองสามโครงการต่อปีจำเป็นต้องทำระบบนี้หรือไม่
- จำนวนโครงการน้อยไม่ได้ลดความจำเป็นของระบบ เพราะแม้มีโครงการเดียว หากมูลค่าสัญญาสูงและระยะเวลายาวข้ามปีบัญชี การคำนวณรายได้ผิดพลาดเพียงจุดเดียวก็กระทบงบทั้งปีอย่างมีนัยสำคัญ
ทำเองได้ไหม
ทีมบัญชีในบริษัทที่คุ้นเคยกับธุรกิจซื้อมาขายไปมักไม่ได้ฝึกฝนเรื่องอัตราส่วนงานเสร็จ เงินประกันผลงาน หรือการปันส่วนค่าเสื่อมราคาเครื่องจักรข้ามโครงการมาก่อน การเรียนรู้ระหว่างทางอาจทำให้งบผิดพลาดสะสมหลายเดือนกว่าจะรู้ตัว และแก้ไขย้อนหลังยุ่งยากกว่าตั้งระบบให้ถูกตั้งแต่ต้น ทีมงานของเราเคยวางระบบให้ผู้รับเหมาหลายขนาดจึงรู้ว่าจุดไหนมักพลาดและเอกสารชุดใดที่ผู้สอบบัญชีจะขอดูก่อนเสมอ ส่งเอกสารสัญญาและตารางงวดงานมาให้เราประเมิน แล้วจะได้ข้อเสนอเป็นลายลักษณ์อักษรว่าโครงการของท่านต้องปรับระบบตรงจุดใดก่อนปิดงบรอบถัดไป
อ่านต่อรายจังหวัด
รับปิดงบการเงิน · งบเปล่า · ด่วน · ย้อนหลัง — เลือกจังหวัดของคุณ
แต่ละจังหวัดมีสำนักงานพื้นที่ที่ต้องติดต่อ รอบส่งเอกสาร และลักษณะธุรกิจต่างกัน หน้าด้านล่างเขียนแยกตามพื้นที่จริงและเสนอราคาเป็นรายกรณี
ภาคกลาง
ภาคตะวันออก
ภาคตะวันตก
ภาคเหนือ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน)
ภาคใต้
ส่งเอกสารให้เราดู แล้วรับใบเสนอราคา
ประเมินจากเอกสารจริงของกิจการคุณ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการประเมิน และเราตอบกลับเป็นข้อเสนอที่ระบุขอบเขตงานชัดเจน