Skip to main content

คู่มือระดับประเทศ 77 จังหวัด

ค่าแรงขั้นต่ำรายจังหวัด: ค่าล่วงเวลา ประกันสังคม และกำหนดยื่นที่เหมือนกันทั้งประเทศ

ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และเงินสมทบประกันสังคมใช้อัตราและกำหนดเวลาเดียวกันทั้ง 77 จังหวัด ตัวเลขตามกฎหมายที่เปลี่ยนไปตามจังหวัดจริง ๆ สำหรับนายจ้างคือค่าจ้างขั้นต่ำรายวัน ซึ่งเป็นฐานของค่าล่วงเวลา เงินสมทบ และภาพรวมภาษีหัก ณ ที่จ่ายของลูกจ้างระดับเริ่มต้น หน้านี้แยกสองเรื่องออกจากกัน: ตารางกำหนดยื่นระดับประเทศหนึ่งชุด และตารางค่าจ้างขั้นต่ำ 77 จังหวัดที่คำนวณค่าล่วงเวลาและเงินสมทบให้แต่ละแถว

ตัวเลขสำคัญ

ประกาศที่ใช้
ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง ฉบับที่ 14 ใช้บังคับ 1 กรกฎาคม 2568 ยังเป็นฉบับล่าสุดที่กระทรวงแรงงานแสดงเมื่อตรวจ 8 พฤศจิกายน 2569
ช่วงอัตรา
337–400 บาทต่อวัน 17 อัตรา
อัตราระดับอำเภอ
อำเภอเมืองเชียงใหม่ 380 บาท · อำเภอหาดใหญ่ 380 บาท · อำเภอเกาะสมุย 400 บาท
ฐานเงินสมทบ 2569–2571
1,650–17,500 บาทต่อเดือน ฝ่ายละร้อยละ 5 สูงสุด 875 บาท
ค่าล่วงเวลา
วันทำงานไม่น้อยกว่า 1.5 เท่า วันหยุดไม่น้อยกว่า 3 เท่าของอัตราต่อชั่วโมง
ยื่นออนไลน์ +8 วัน
เฉพาะแบบที่กำหนดยื่นตามกฎหมายตกในช่วง 1 กุมภาพันธ์ 2567–31 มกราคม 2570
รายงานค่าใช้จ่ายภาษาอังกฤษวางข้างปากกาบนโต๊ะ ไม่ใช่งบของบริษัทหรือลูกค้า
ภาพประกอบเนื้อหา ไม่ใช่ภาพทีมงานหรือเคสลูกค้าของบริษัทRDNE Stock project · Pexels License

กำหนดยื่นที่ใช้เหมือนกันทุกจังหวัด

คำนวณสำหรับค่าจ้างงวดเดือนพฤศจิกายน 2569 และรอบบัญชีปีปฏิทิน 2569 ยังไม่เลื่อนวันหยุดราชการ

แบบใช้กับกำหนด
ภ.ง.ด.1ภาษีที่หักจากเงินเดือนค่าจ้างเดือนพฤศจิกายน 2569กระดาษ 7 ธันวาคม 2569 · ออนไลน์ 15 ธันวาคม 2569
ภ.ง.ด.3 / ภ.ง.ด.53ภาษีที่หักจากค่าบริการ ค่าเช่า ฯลฯ ที่จ่ายบุคคลและนิติบุคคลวันเดียวกับ ภ.ง.ด.1
ภ.พ.30ภาษีมูลค่าเพิ่มเดือนพฤศจิกายน 2569กระดาษ 15 ธันวาคม 2569 · ออนไลน์ 23 ธันวาคม 2569
สปส.1-10เงินสมทบประกันสังคมจากค่าจ้างเดือนพฤศจิกายน 256915 ธันวาคม 2569 (ไม่มีการขยาย 8 วันตามประกาศกระทรวงการคลัง)
ภ.ง.ด.1 เดือนมกราคม 2570เดือนแรกที่กำหนดยื่นตามกฎหมายเลยช่วงขยาย7 กุมภาพันธ์ 2570 ทั้งสองช่องทาง เว้นแต่มีประกาศขยายใหม่
ภ.ง.ด.1กสรุปเงินได้ที่จ่ายและภาษีที่หักทั้งปี 256928 กุมภาพันธ์ 2570 (กำหนดอยู่นอกช่วงขยาย)
ภ.ง.ด.50ภาษีเงินได้นิติบุคคลรอบบัญชีสิ้นสุด 31 ธันวาคม 256930 พฤษภาคม 2570 (150 วัน กำหนดอยู่นอกช่วงขยาย)

อะไรเหมือนกันทุกจังหวัด

ประมวลรัษฎากร พระราชบัญญัติประกันสังคม และพระราชบัญญัติการบัญชีเป็นกฎหมายระดับประเทศ ไม่มีอัตราภาษีเงินได้หรือภาษีมูลค่าเพิ่มรายจังหวัด และกำหนดยื่นแบบไม่ขึ้นกับว่าสำนักงานใหญ่อยู่จังหวัดใด สิ่งที่ที่อยู่กำหนดคือหน่วยงานที่รับเรื่องเมื่อยื่นเอกสารกระดาษหรือถูกเรียกตรวจ ส่วนการยื่นผ่านอินเทอร์เน็ตทำได้จากทุกที่ ดังนั้นปฏิทินภาษีของบริษัทในยะลากับบริษัทในกรุงเทพฯ ที่มีรอบบัญชีเดียวกันจึงตรงกันทุกวัน

ภาษีท้องถิ่นเป็นข้อยกเว้นบางส่วน ภาษีป้ายและภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใช้กฎหมายและเพดานอัตราระดับประเทศ แต่จัดเก็บโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ทรัพย์หรือป้ายตั้งอยู่ รายละเอียดการแจ้งและกำหนดเวลาอยู่ในคู่มือที่ตั้งกิจการระดับตำบล

คู่มือที่ตั้งกิจการระดับตำบล

ค่าจ้างขั้นต่ำกำหนดเป็นรายวันตามเขตท้องที่

มาตรา 87 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานให้คณะกรรมการค่าจ้างกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเฉพาะกิจการหรือท้องถิ่นใดก็ได้ และมาตรา 90 ห้ามนายจ้างจ่ายต่ำกว่าอัตราที่ประกาศ ประกาศฉบับที่ 14 แบ่งเป็น 17 อัตรา สูงสุด 400 บาทในกรุงเทพมหานคร ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ภูเก็ต ระยอง และอำเภอเกาะสมุย ต่ำสุด 337 บาทในนราธิวาส ปัตตานี และยะลา อัตรา 380 บาทใช้เฉพาะอำเภอเมืองเชียงใหม่และอำเภอหาดใหญ่ ส่วนอำเภออื่นของเชียงใหม่และสงขลาใช้อัตราทั้งจังหวัด

เพราะอัตราผูกกับเขตท้องที่ บริษัทที่จดทะเบียนในกรุงเทพฯ แต่มีลูกจ้างประจำสาขาในน่านต้องดูอัตราของท้องที่ที่ลูกจ้างทำงาน ไม่ใช่ที่อยู่ในหนังสือรับรองเพียงอย่างเดียว ถ้าลูกจ้างหมุนเวียนหลายท้องที่ ให้ตรวจคำชี้แจงของประกาศหรือสอบถามสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดก่อนตั้งอัตรา

ประกาศเดียวกันกำหนด 400 บาทแก่กิจการโรงแรมและสถานบริการตามประเภทที่ระบุทั่วประเทศ ตารางในหน้านี้แสดงเฉพาะอัตราตามพื้นที่ กิจการที่อาจเข้าประเภทดังกล่าวต้องตรวจคำนิยามในคำชี้แจงของประกาศ อัตราขั้นต่ำเป็นเพียงพื้น ไม่ใช่อัตราที่ตลาดแรงงานในจังหวัดจ่ายจริง

ค่าล่วงเวลาคิดจากอัตราต่อชั่วโมงของจังหวัด

มาตรา 61 ให้จ่ายค่าล่วงเวลาในวันทำงานไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง และมาตรา 63 ให้ค่าล่วงเวลาในวันหยุดไม่น้อยกว่า 3 เท่า ลูกจ้างรายวันที่ทำงานปกติ 8 ชั่วโมงมีอัตราต่อชั่วโมงเท่ากับค่าจ้างรายวันหาร 8 ลูกจ้างในกรุงเทพฯ ที่ได้ขั้นต่ำจึงมีค่าล่วงเวลาวันทำงานอย่างน้อย 75 บาทต่อชั่วโมง ขณะที่ยะลาอย่างน้อย 63.19 บาท ถ้าวันทำงานปกติสั้นกว่า 8 ชั่วโมง ตัวหารเปลี่ยนตามชั่วโมงจริงและอัตราต่อชั่วโมงสูงขึ้น

เงินสมทบประกันสังคม: ค่าจ้างขั้นต่ำไม่ชนเพดาน

กฎกระทรวงที่ใช้บังคับ 1 มกราคม 2569 กำหนดฐานคำนวณ 1,650–17,500 บาทต่อเดือนถึงสิ้นปี 2571 แล้วเพิ่มเป็น 20,000 บาทในปี 2572–2574 และ 23,000 บาทตั้งแต่ปี 2575 ลูกจ้างที่ได้ค่าจ้างขั้นต่ำทุกจังหวัดมีค่าจ้างต่อเดือนต่ำกว่าเพดาน เงินสมทบจึงเป็นร้อยละ 5 ของค่าจ้างที่จ่ายจริงต่อฝ่าย ปัดเศษตามมาตรา 46 ที่ 50 สตางค์ขึ้นไปเป็นหนึ่งบาท นายจ้างขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วัน และนำส่งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป นายจ้างที่ไม่ได้หักส่วนของลูกจ้างยังต้องรับผิดเต็มจำนวน

ทำไมลูกจ้างค่าแรงขั้นต่ำส่วนใหญ่ไม่มีภาษีหัก ณ ที่จ่าย

เงินเดือนค่าจ้างหักค่าใช้จ่ายได้ร้อยละ 50 ไม่เกิน 100,000 บาท ลดหย่อนผู้มีเงินได้ 60,000 บาท และหักเงินสมทบประกันสังคมที่จ่ายจริง เงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกได้รับยกเว้น ลูกจ้างที่ได้ 400 บาทต่อวัน 26 วันทุกเดือนมีค่าจ้างทั้งปี 124,800 บาท หลังหักแล้วเหลือเงินได้สุทธิ 0 บาท จึงไม่มีภาษีต้องหัก

ผลนี้ใช้เฉพาะลูกจ้างที่มีเงินเดือนเป็นเงินได้เดียวและใช้แค่ค่าลดหย่อนพื้นฐาน ลูกจ้างที่ได้ค่าล่วงเวลามาก โบนัส หรือมีเงินได้อื่นอาจมีภาษี ยอดภาษีหักเป็นศูนย์ไม่ได้ลบหน้าที่ทำทะเบียนค่าจ้าง เก็บเอกสาร และยื่นรายงานประจำปีตามกำหนดในตารางด้านบน

เปิดสาขาต่างจังหวัด: งานที่ต้องทำเพิ่ม

การเพิ่มสาขาต้องแจ้งสำนักงานประกันสังคมด้วยแบบ สปส.6-15 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปตามมาตรา 44 และกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของสาขาตามท้องที่ใหม่ ถ้าจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องแจ้งเพิ่มสถานประกอบการต่อกรมสรรพากรด้วย ส่วนเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนเป็นของนายจ้างฝ่ายเดียว ชำระรายปีภายใน 31 มกราคม ตามอัตราประเภทกิจการที่สำนักงานแจ้ง ไม่ได้แปรตามจังหวัด

ตัวอย่าง: ทีม 5 คนเดียวกันในสามท้องที่

ลูกจ้างรายวัน 5 คน ได้ค่าจ้างขั้นต่ำ ทำงานและได้รับค่าจ้าง 26 วันในเดือนพฤศจิกายน 2569 ไม่มีค่าล่วงเวลา จำนวนวันเป็นสมมติฐานของตัวอย่าง ไม่ใช่สูตรตามกฎหมาย

  1. 1.กรุงเทพมหานคร: 400 บาท × 26 วัน = 10,400 บาทต่อคน รวม 52,000 บาท เงินสมทบนายจ้าง 520 บาทต่อคน รวม 2,600 บาท ต้นทุนเดือนนี้ 54,600 บาท
  2. 2.อำเภอหาดใหญ่ สงขลา: 380 บาท × 26 วัน = 9,880 บาทต่อคน รวม 49,400 บาท เงินสมทบนายจ้าง 494 บาทต่อคน รวม 2,470 บาท ต้นทุนเดือนนี้ 51,870 บาท
  3. 3.น่าน: 345 บาท × 26 วัน = 8,970 บาทต่อคน รวม 44,850 บาท เงินสมทบนายจ้าง 449 บาทต่อคน รวม 2,245 บาท ต้นทุนเดือนนี้ 47,095 บาท

ส่วนต่างระหว่างกรุงเทพฯ กับน่านคือ 7,505 บาทต่อเดือนสำหรับทีมนี้ ทั้งสามแห่งยื่น สปส.1-10 ภายใน 15 ธันวาคม 2569 และ ภ.ง.ด.1 ตามตารางเดียวกัน ตัวเลขไม่รวมเงินกองทุนเงินทดแทน วันหยุดที่ต้องจ่ายค่าจ้าง และสวัสดิการอื่น

ค่าจ้างขั้นต่ำ 77 จังหวัด

อัตราตามพื้นที่ เรียงจากสูงไปต่ำ ค่าจ้าง 26 วันและเงินสมทบเป็นตัวอย่างคำนวณสำหรับงวดเดือนพฤศจิกายน 2569 ค่าล่วงเวลาคือขั้นต่ำต่อชั่วโมงในวันทำงานเมื่อวันทำงานปกติ 8 ชั่วโมง ไม่รวมอัตรา 400 บาทของกิจการโรงแรมและสถานบริการที่ประกาศระบุ

จังหวัดภาคบาท/วันข้อยกเว้นระดับอำเภอค่าจ้าง 26 วันสมทบ/ฝ่ายOT/ชม.
กรุงเทพมหานครภาคกลาง400—10,40052075
ฉะเชิงเทราภาคตะวันออก400—10,40052075
ชลบุรีภาคตะวันออก400—10,40052075
ภูเก็ตภาคใต้400—10,40052075
ระยองภาคตะวันออก400—10,40052075
นครปฐมภาคกลาง372—9,67248469.75
นนทบุรีภาคกลาง372—9,67248469.75
ปทุมธานีภาคกลาง372—9,67248469.75
สมุทรปราการภาคกลาง372—9,67248469.75
สมุทรสาครภาคกลาง372—9,67248469.75
นครราชสีมาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน)359—9,33446767.31
สมุทรสงครามภาคกลาง358—9,30846567.13
ขอนแก่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน)357—9,28246466.94
เชียงใหม่ภาคเหนือ357อำเภอเมืองเชียงใหม่ 3809,28246466.94
ปราจีนบุรีภาคตะวันออก357—9,28246466.94
พระนครศรีอยุธยาภาคกลาง357—9,28246466.94
สระบุรีภาคกลาง357—9,28246466.94
ลพบุรีภาคกลาง356—9,25646366.75
นครนายกภาคกลาง355—9,23046266.56
สุพรรณบุรีภาคกลาง355—9,23046266.56
หนองคายภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน)355—9,23046266.56
กระบี่ภาคใต้354—9,20446066.38
ตราดภาคตะวันออก354—9,20446066.38
กาญจนบุรีภาคตะวันตก352—9,15245866
จันทบุรีภาคตะวันออก352—9,15245866
เชียงรายภาคเหนือ352—9,15245866
ตากภาคตะวันตก352—9,15245866
นครพนมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน)352—9,15245866
บุรีรัมย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน)352—9,15245866
ประจวบคีรีขันธ์ภาคตะวันตก352—9,15245866
พังงาภาคใต้352—9,15245866
พิษณุโลกภาคเหนือ352—9,15245866
มุกดาหารภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน)352—9,15245866
สกลนครภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน)352—9,15245866
สงขลาภาคใต้352อำเภอหาดใหญ่ 3809,15245866
สระแก้วภาคตะวันออก352—9,15245866
สุราษฎร์ธานีภาคใต้352อำเภอเกาะสมุย 4009,15245866
อุบลราชธานีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน)352—9,15245866
ชุมพรภาคใต้351—9,12645665.81
เพชรบุรีภาคตะวันตก351—9,12645665.81
สุรินทร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน)351—9,12645665.81
นครสวรรค์ภาคกลาง350—9,10045565.63
ยโสธรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน)350—9,10045565.63
ลำพูนภาคเหนือ350—9,10045565.63
กาฬสินธุ์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน)349—9,07445465.44
นครศรีธรรมราชภาคใต้349—9,07445465.44
บึงกาฬภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน)349—9,07445465.44
เพชรบูรณ์ภาคเหนือ349—9,07445465.44
ร้อยเอ็ดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน)349—9,07445465.44
ชัยนาทภาคกลาง348—9,04845265.25
ชัยภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน)348—9,04845265.25
พัทลุงภาคใต้348—9,04845265.25
สิงห์บุรีภาคกลาง348—9,04845265.25
อ่างทองภาคกลาง348—9,04845265.25
กำแพงเพชรภาคเหนือ347—9,02245165.06
พิจิตรภาคเหนือ347—9,02245165.06
มหาสารคามภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน)347—9,02245165.06
แม่ฮ่องสอนภาคเหนือ347—9,02245165.06
ระนองภาคใต้347—9,02245165.06
ราชบุรีภาคตะวันตก347—9,02245165.06
ลำปางภาคเหนือ347—9,02245165.06
เลยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน)347—9,02245165.06
ศรีสะเกษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน)347—9,02245165.06
สตูลภาคใต้347—9,02245165.06
สุโขทัยภาคเหนือ347—9,02245165.06
หนองบัวลำภูภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน)347—9,02245165.06
อำนาจเจริญภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน)347—9,02245165.06
อุดรธานีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน)347—9,02245165.06
อุตรดิตถ์ภาคเหนือ347—9,02245165.06
อุทัยธานีภาคกลาง347—9,02245165.06
ตรังภาคใต้345—8,97044964.69
น่านภาคเหนือ345—8,97044964.69
พะเยาภาคเหนือ345—8,97044964.69
แพร่ภาคเหนือ345—8,97044964.69
นราธิวาสภาคใต้337—8,76243863.19
ปัตตานีภาคใต้337—8,76243863.19
ยะลาภาคใต้337—8,76243863.19

คำถามที่พบบ่อย

ค่าแรงขั้นต่ำปี 2569 เปลี่ยนจากปีก่อนไหม

เมื่อตรวจ 8 พฤศจิกายน 2569 ฉบับล่าสุดที่กระทรวงแรงงานแสดงยังเป็นฉบับที่ 14 ซึ่งใช้บังคับตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2568 ก่อนปิดเงินเดือนแต่ละเดือนควรตรวจหน้าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของกระทรวงอีกครั้ง เพราะประกาศใหม่มีผลตามวันที่ระบุในประกาศ

บริษัทอยู่กรุงเทพฯ แต่ลูกจ้างทำงานที่สาขาต่างจังหวัด ใช้อัตราไหน

อัตราผูกกับเขตท้องที่ในประกาศ จึงดูท้องที่ที่ลูกจ้างทำงาน กรณีหมุนเวียนหลายท้องที่ให้ตรวจคำชี้แจงของประกาศหรือสอบถามสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด การจ่ายสูงกว่าอัตราของท้องที่ทำได้เสมอ

ลูกจ้างรายเดือนต้องได้อย่างน้อยเท่าไร

ประกาศกำหนดอัตราเป็นรายวัน หน้านี้ไม่แปลงเป็นอัตรารายเดือนเพราะผลขึ้นกับวันทำงาน วันหยุด และวันลาที่ต้องจ่ายค่าจ้างตามสัญญาและกฎหมาย ให้ตรวจวิธีเทียบในคำชี้แจงของประกาศก่อนตั้งเงินเดือนขั้นต่ำ

โรงแรมในจังหวัดที่อัตรา 347 บาทต้องจ่ายเท่าไร

ประกาศฉบับที่ 14 กำหนด 400 บาทแก่กิจการโรงแรมและสถานบริการตามประเภทที่ระบุทั่วประเทศ กิจการที่เข้าประเภทจึงใช้ 400 บาทแม้อัตราพื้นที่ต่ำกว่า ส่วนจะเข้าประเภทหรือไม่ต้องดูคำนิยามในคำชี้แจงของประกาศ

เงินสมทบสูงสุดต่อเดือนปี 2569 เท่าไร

ฝ่ายละ 875 บาท จากเพดานฐาน 17,500 บาท ใช้กับค่าจ้างงวดเดือนมกราคม 2569 ถึงธันวาคม 2571 ลูกจ้างค่าแรงขั้นต่ำทุกจังหวัดอยู่ต่ำกว่าเพดานนี้

หน้าคู่มือรายจังหวัดเดิมหายไปไหน

หน้าเดิม 77 หน้ามีเนื้อหาชุดเดียวกันโดยเปลี่ยนเฉพาะชื่อจังหวัด จึงรวมไว้ที่หน้านี้ ลิงก์เดิมพาไปยังแถวของจังหวัดในตารางโดยตรง และหน้าสำนักงานบัญชีของแต่ละจังหวัดยังอยู่ที่เดิม

แหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบได้

แหล่งอ้างอิงทางการที่ใช้ในหน้านี้ ตรวจล่าสุด 8 พฤศจิกายน 2569 ตัวเลขเป็นอัตราขั้นต่ำและตัวอย่างคำนวณ ไม่ใช่การยืนยันว่านายจ้างรายใดจ่ายถูกต้องหรือจำนวนภาษีที่ต้องชำระ

  1. 1. ประกาศ

    กระทรวงแรงงาน: ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ 14) พร้อมคำชี้แจงและตาราง

    กระทรวงแรงงาน

    ใช้บังคับ 1 กรกฎาคม 2568 และเป็นฉบับล่าสุดที่กระทรวงแสดงเมื่อตรวจ 8 พฤศจิกายน 2569: 17 อัตรา 337–400 บาทต่อวัน รายจังหวัด ยกเว้นอำเภอเมืองเชียงใหม่และอำเภอหาดใหญ่ 380 บาท อำเภอเกาะสมุย 400 บาท และกำหนด 400 บาทแก่กิจการโรงแรมและสถานบริการตามที่ประกาศระบุทั่วประเทศ

  2. 2. พระราชบัญญัติ

    พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

    กระทรวงแรงงาน

    ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา วันหยุด ค่าชดเชยเลิกจ้าง และหน้าที่นายจ้างที่กระทบการคำนวณเงินเดือน

  3. 3. พระราชบัญญัติ

    พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 9, 17, 61–63, 68, 70, 112–115: เงินที่ต้องจ่าย กำหนดเวลา และทะเบียน

    กระทรวงแรงงาน

    ล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 1.5 เท่า ล่วงเวลาในวันหยุดไม่น้อยกว่า 3 เท่า จ่ายเดือนละไม่น้อยกว่าหนึ่งครั้ง เลิกจ้างแล้วจ่ายภายในสามวัน ผิดนัดดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี บอกกล่าวไม่จำต้องเกินสามเดือน ทะเบียนลูกจ้าง (10 คนขึ้นไป) ภายใน 15 วัน เก็บเอกสารไม่น้อยกว่าสองปี

  4. 4. พระราชบัญญัติ

    กฎกระทรวงกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำและขั้นสูงที่ใช้เป็นฐานคำนวณเงินสมทบมาตรา 33 พ.ศ. 2568

    สำนักงานประกันสังคม

    ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 142 ตอนที่ 81 ก 12 ธันวาคม 2568 ใช้บังคับ 1 มกราคม 2569 ยกเลิกกฎกระทรวงฉบับที่ 7; ฐานต่ำสุด 1,650 บาท สูงสุด 17,500 (2569–2571) 20,000 (2572–2574) และ 23,000 บาทตั้งแต่ 2575; อัตราเงินสมทบกำหนดแยกต่างหาก

  5. 5. พระราชบัญญัติ

    พ.ร.บ.ประกันสังคม มาตรา 44, 46 และ 49: แจ้งเปลี่ยนแปลง การปัดเศษเงินสมทบ และเงินเพิ่ม

    สำนักงานประกันสังคม

    มาตรา 44 แจ้งเปลี่ยนแปลงรายการภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป; มาตรา 46 เศษตั้งแต่ 50 สตางค์ปัดเป็นหนึ่งบาท และคำนวณแยกต่อนายจ้างแต่ละราย; มาตรา 49 เงินเพิ่มร้อยละ 2 ต่อเดือนไม่เกินเงินสมทบที่ต้องจ่าย และนายจ้างที่ไม่หักส่วนลูกจ้างยังรับผิดเต็มจำนวน

  6. 6. พระราชบัญญัติ

    สำนักงานประกันสังคม: บทแก้ไขมาตรา 34 และ 47

    สำนักงานประกันสังคม

    ขึ้นทะเบียนภายใน 30 วันเมื่อลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน และนำส่งเงินสมทบภายในวันที่ 15 เดือนถัดไป; ตรวจฐาน อัตราและประกาศเฉพาะงวดแยก

  7. 7. ระบบ/แบบฟอร์มราชการ

    สำนักงานประกันสังคม: แบบ สปส.6-15 แจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงนายจ้าง

    สำนักงานประกันสังคม

    รายการในแบบ: ย้ายสถานประกอบการ หยุดหรือเลิกกิจการ เปลี่ยนชื่อ ผู้มีอำนาจลงนามหรือผู้รับมอบอำนาจ เพิ่มหรือยกเลิกสาขา และเปลี่ยนสำนักงานประกันสังคมที่นำส่งเงินสมทบ; กำหนดเวลายื่นมาจากมาตรา 44

  8. 8. แนวปฏิบัติ

    กองทุนเงินทดแทน: กำหนดชำระเงินสมทบ รายงานค่าจ้าง และชำระส่วนเพิ่มประจำปี

    สำนักงานประกันสังคม

    ประกาศของสำนักงานสำหรับปี 2569: ชำระเงินสมทบภายใน 31 มกราคม รายงานค่าจ้างปีก่อนภายใน 28 กุมภาพันธ์ และชำระส่วนเพิ่มจากรายงานภายใน 31 มีนาคม; ปีอื่นตรวจประกาศประจำปี

  9. 9. ประกาศ

    กระทรวงการคลัง: ขยายกำหนดยื่นออนไลน์ถึง 31 มกราคม 2570

    กรมสรรพากร

    เพิ่มแปดวันแก่แบบและการชำระออนไลน์ที่เข้าเงื่อนไขช่วง 1 กุมภาพันธ์ 2567–31 มกราคม 2570 ไม่ใช่กำหนดใหม่ถาวรทุกช่องทาง

  10. 10. แนวปฏิบัติ

    กรมสรรพากร: การปรับปรุงโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2560)

    กรมสรรพากร

    เงินได้ 40(1)(2) หักค่าใช้จ่ายร้อยละ 50 รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท (มาตรา 42 ทวิ) ลดหย่อนผู้มีเงินได้ 60,000 บาท (มาตรา 47(1)(ก)) และเงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกได้รับยกเว้นตามบัญชีอัตรา

  11. 11. แนวปฏิบัติ

    กรมสรรพากร — หักค่าใช้จ่ายเงินได้ประเภท 1 และ 2

    กรมสรรพากร

    ใช้เฉพาะแถวเงินได้ประเภท 1 และ 2: รวมสองประเภท หัก 50% ไม่เกิน 100,000 บาท ไม่ใช่เพดานต่อประเภท; ไม่ใช้สรุปอัตราเหมาทุกธุรกิจจากตารางย่อ

ตั้งเงินเดือนสาขาใหม่หรือจ้างลูกจ้างรายวัน

ส่งท้องที่ที่ลูกจ้างทำงาน จำนวนคน รูปแบบการจ่าย และประเภทกิจการมาให้เรา เราตอบเป็นลายลักษณ์อักษรว่าใช้อัตราใด ต้องแจ้งประกันสังคมอย่างไร และยื่นแบบใดภายในวันไหน ขอใบเสนอราคาจากเจ้าหน้าที่