คู่มือระดับประเทศ 77 จังหวัด
ค่าแรงขั้นต่ำรายจังหวัด: ค่าล่วงเวลา ประกันสังคม และกำหนดยื่นที่เหมือนกันทั้งประเทศ
ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และเงินสมทบประกันสังคมใช้อัตราและกำหนดเวลาเดียวกันทั้ง 77 จังหวัด ตัวเลขตามกฎหมายที่เปลี่ยนไปตามจังหวัดจริง ๆ สำหรับนายจ้างคือค่าจ้างขั้นต่ำรายวัน ซึ่งเป็นฐานของค่าล่วงเวลา เงินสมทบ และภาพรวมภาษีหัก ณ ที่จ่ายของลูกจ้างระดับเริ่มต้น หน้านี้แยกสองเรื่องออกจากกัน: ตารางกำหนดยื่นระดับประเทศหนึ่งชุด และตารางค่าจ้างขั้นต่ำ 77 จังหวัดที่คำนวณค่าล่วงเวลาและเงินสมทบให้แต่ละแถว
ตัวเลขสำคัญ
- ประกาศที่ใช้
- ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง ฉบับที่ 14 ใช้บังคับ 1 กรกฎาคม 2568 ยังเป็นฉบับล่าสุดที่กระทรวงแรงงานแสดงเมื่อตรวจ 8 พฤศจิกายน 2569
- ช่วงอัตรา
- 337–400 บาทต่อวัน 17 อัตรา
- อัตราระดับอำเภอ
- อำเภอเมืองเชียงใหม่ 380 บาท · อำเภอหาดใหญ่ 380 บาท · อำเภอเกาะสมุย 400 บาท
- ฐานเงินสมทบ 2569–2571
- 1,650–17,500 บาทต่อเดือน ฝ่ายละร้อยละ 5 สูงสุด 875 บาท
- ค่าล่วงเวลา
- วันทำงานไม่น้อยกว่า 1.5 เท่า วันหยุดไม่น้อยกว่า 3 เท่าของอัตราต่อชั่วโมง
- ยื่นออนไลน์ +8 วัน
- เฉพาะแบบที่กำหนดยื่นตามกฎหมายตกในช่วง 1 กุมภาพันธ์ 2567–31 มกราคม 2570

กำหนดยื่นที่ใช้เหมือนกันทุกจังหวัด
คำนวณสำหรับค่าจ้างงวดเดือนพฤศจิกายน 2569 และรอบบัญชีปีปฏิทิน 2569 ยังไม่เลื่อนวันหยุดราชการ
| แบบ | ใช้กับ | กำหนด |
|---|---|---|
| ภ.ง.ด.1 | ภาษีที่หักจากเงินเดือนค่าจ้างเดือนพฤศจิกายน 2569 | กระดาษ 7 ธันวาคม 2569 · ออนไลน์ 15 ธันวาคม 2569 |
| ภ.ง.ด.3 / ภ.ง.ด.53 | ภาษีที่หักจากค่าบริการ ค่าเช่า ฯลฯ ที่จ่ายบุคคลและนิติบุคคล | วันเดียวกับ ภ.ง.ด.1 |
| ภ.พ.30 | ภาษีมูลค่าเพิ่มเดือนพฤศจิกายน 2569 | กระดาษ 15 ธันวาคม 2569 · ออนไลน์ 23 ธันวาคม 2569 |
| สปส.1-10 | เงินสมทบประกันสังคมจากค่าจ้างเดือนพฤศจิกายน 2569 | 15 ธันวาคม 2569 (ไม่มีการขยาย 8 วันตามประกาศกระทรวงการคลัง) |
| ภ.ง.ด.1 เดือนมกราคม 2570 | เดือนแรกที่กำหนดยื่นตามกฎหมายเลยช่วงขยาย | 7 กุมภาพันธ์ 2570 ทั้งสองช่องทาง เว้นแต่มีประกาศขยายใหม่ |
| ภ.ง.ด.1ก | สรุปเงินได้ที่จ่ายและภาษีที่หักทั้งปี 2569 | 28 กุมภาพันธ์ 2570 (กำหนดอยู่นอกช่วงขยาย) |
| ภ.ง.ด.50 | ภาษีเงินได้นิติบุคคลรอบบัญชีสิ้นสุด 31 ธันวาคม 2569 | 30 พฤษภาคม 2570 (150 วัน กำหนดอยู่นอกช่วงขยาย) |
อะไรเหมือนกันทุกจังหวัด
ประมวลรัษฎากร พระราชบัญญัติประกันสังคม และพระราชบัญญัติการบัญชีเป็นกฎหมายระดับประเทศ ไม่มีอัตราภาษีเงินได้หรือภาษีมูลค่าเพิ่มรายจังหวัด และกำหนดยื่นแบบไม่ขึ้นกับว่าสำนักงานใหญ่อยู่จังหวัดใด สิ่งที่ที่อยู่กำหนดคือหน่วยงานที่รับเรื่องเมื่อยื่นเอกสารกระดาษหรือถูกเรียกตรวจ ส่วนการยื่นผ่านอินเทอร์เน็ตทำได้จากทุกที่ ดังนั้นปฏิทินภาษีของบริษัทในยะลากับบริษัทในกรุงเทพฯ ที่มีรอบบัญชีเดียวกันจึงตรงกันทุกวัน
ภาษีท้องถิ่นเป็นข้อยกเว้นบางส่วน ภาษีป้ายและภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใช้กฎหมายและเพดานอัตราระดับประเทศ แต่จัดเก็บโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ทรัพย์หรือป้ายตั้งอยู่ รายละเอียดการแจ้งและกำหนดเวลาอยู่ในคู่มือที่ตั้งกิจการระดับตำบล
คู่มือที่ตั้งกิจการระดับตำบลค่าจ้างขั้นต่ำกำหนดเป็นรายวันตามเขตท้องที่
มาตรา 87 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานให้คณะกรรมการค่าจ้างกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเฉพาะกิจการหรือท้องถิ่นใดก็ได้ และมาตรา 90 ห้ามนายจ้างจ่ายต่ำกว่าอัตราที่ประกาศ ประกาศฉบับที่ 14 แบ่งเป็น 17 อัตรา สูงสุด 400 บาทในกรุงเทพมหานคร ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ภูเก็ต ระยอง และอำเภอเกาะสมุย ต่ำสุด 337 บาทในนราธิวาส ปัตตานี และยะลา อัตรา 380 บาทใช้เฉพาะอำเภอเมืองเชียงใหม่และอำเภอหาดใหญ่ ส่วนอำเภออื่นของเชียงใหม่และสงขลาใช้อัตราทั้งจังหวัด
เพราะอัตราผูกกับเขตท้องที่ บริษัทที่จดทะเบียนในกรุงเทพฯ แต่มีลูกจ้างประจำสาขาในน่านต้องดูอัตราของท้องที่ที่ลูกจ้างทำงาน ไม่ใช่ที่อยู่ในหนังสือรับรองเพียงอย่างเดียว ถ้าลูกจ้างหมุนเวียนหลายท้องที่ ให้ตรวจคำชี้แจงของประกาศหรือสอบถามสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดก่อนตั้งอัตรา
ประกาศเดียวกันกำหนด 400 บาทแก่กิจการโรงแรมและสถานบริการตามประเภทที่ระบุทั่วประเทศ ตารางในหน้านี้แสดงเฉพาะอัตราตามพื้นที่ กิจการที่อาจเข้าประเภทดังกล่าวต้องตรวจคำนิยามในคำชี้แจงของประกาศ อัตราขั้นต่ำเป็นเพียงพื้น ไม่ใช่อัตราที่ตลาดแรงงานในจังหวัดจ่ายจริง
ค่าล่วงเวลาคิดจากอัตราต่อชั่วโมงของจังหวัด
มาตรา 61 ให้จ่ายค่าล่วงเวลาในวันทำงานไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง และมาตรา 63 ให้ค่าล่วงเวลาในวันหยุดไม่น้อยกว่า 3 เท่า ลูกจ้างรายวันที่ทำงานปกติ 8 ชั่วโมงมีอัตราต่อชั่วโมงเท่ากับค่าจ้างรายวันหาร 8 ลูกจ้างในกรุงเทพฯ ที่ได้ขั้นต่ำจึงมีค่าล่วงเวลาวันทำงานอย่างน้อย 75 บาทต่อชั่วโมง ขณะที่ยะลาอย่างน้อย 63.19 บาท ถ้าวันทำงานปกติสั้นกว่า 8 ชั่วโมง ตัวหารเปลี่ยนตามชั่วโมงจริงและอัตราต่อชั่วโมงสูงขึ้น
เงินสมทบประกันสังคม: ค่าจ้างขั้นต่ำไม่ชนเพดาน
กฎกระทรวงที่ใช้บังคับ 1 มกราคม 2569 กำหนดฐานคำนวณ 1,650–17,500 บาทต่อเดือนถึงสิ้นปี 2571 แล้วเพิ่มเป็น 20,000 บาทในปี 2572–2574 และ 23,000 บาทตั้งแต่ปี 2575 ลูกจ้างที่ได้ค่าจ้างขั้นต่ำทุกจังหวัดมีค่าจ้างต่อเดือนต่ำกว่าเพดาน เงินสมทบจึงเป็นร้อยละ 5 ของค่าจ้างที่จ่ายจริงต่อฝ่าย ปัดเศษตามมาตรา 46 ที่ 50 สตางค์ขึ้นไปเป็นหนึ่งบาท นายจ้างขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วัน และนำส่งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป นายจ้างที่ไม่ได้หักส่วนของลูกจ้างยังต้องรับผิดเต็มจำนวน
ทำไมลูกจ้างค่าแรงขั้นต่ำส่วนใหญ่ไม่มีภาษีหัก ณ ที่จ่าย
เงินเดือนค่าจ้างหักค่าใช้จ่ายได้ร้อยละ 50 ไม่เกิน 100,000 บาท ลดหย่อนผู้มีเงินได้ 60,000 บาท และหักเงินสมทบประกันสังคมที่จ่ายจริง เงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกได้รับยกเว้น ลูกจ้างที่ได้ 400 บาทต่อวัน 26 วันทุกเดือนมีค่าจ้างทั้งปี 124,800 บาท หลังหักแล้วเหลือเงินได้สุทธิ 0 บาท จึงไม่มีภาษีต้องหัก
ผลนี้ใช้เฉพาะลูกจ้างที่มีเงินเดือนเป็นเงินได้เดียวและใช้แค่ค่าลดหย่อนพื้นฐาน ลูกจ้างที่ได้ค่าล่วงเวลามาก โบนัส หรือมีเงินได้อื่นอาจมีภาษี ยอดภาษีหักเป็นศูนย์ไม่ได้ลบหน้าที่ทำทะเบียนค่าจ้าง เก็บเอกสาร และยื่นรายงานประจำปีตามกำหนดในตารางด้านบน
เปิดสาขาต่างจังหวัด: งานที่ต้องทำเพิ่ม
การเพิ่มสาขาต้องแจ้งสำนักงานประกันสังคมด้วยแบบ สปส.6-15 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปตามมาตรา 44 และกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของสาขาตามท้องที่ใหม่ ถ้าจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องแจ้งเพิ่มสถานประกอบการต่อกรมสรรพากรด้วย ส่วนเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนเป็นของนายจ้างฝ่ายเดียว ชำระรายปีภายใน 31 มกราคม ตามอัตราประเภทกิจการที่สำนักงานแจ้ง ไม่ได้แปรตามจังหวัด
ตัวอย่าง: ทีม 5 คนเดียวกันในสามท้องที่
ลูกจ้างรายวัน 5 คน ได้ค่าจ้างขั้นต่ำ ทำงานและได้รับค่าจ้าง 26 วันในเดือนพฤศจิกายน 2569 ไม่มีค่าล่วงเวลา จำนวนวันเป็นสมมติฐานของตัวอย่าง ไม่ใช่สูตรตามกฎหมาย
- 1.กรุงเทพมหานคร: 400 บาท × 26 วัน = 10,400 บาทต่อคน รวม 52,000 บาท เงินสมทบนายจ้าง 520 บาทต่อคน รวม 2,600 บาท ต้นทุนเดือนนี้ 54,600 บาท
- 2.อำเภอหาดใหญ่ สงขลา: 380 บาท × 26 วัน = 9,880 บาทต่อคน รวม 49,400 บาท เงินสมทบนายจ้าง 494 บาทต่อคน รวม 2,470 บาท ต้นทุนเดือนนี้ 51,870 บาท
- 3.น่าน: 345 บาท × 26 วัน = 8,970 บาทต่อคน รวม 44,850 บาท เงินสมทบนายจ้าง 449 บาทต่อคน รวม 2,245 บาท ต้นทุนเดือนนี้ 47,095 บาท
ส่วนต่างระหว่างกรุงเทพฯ กับน่านคือ 7,505 บาทต่อเดือนสำหรับทีมนี้ ทั้งสามแห่งยื่น สปส.1-10 ภายใน 15 ธันวาคม 2569 และ ภ.ง.ด.1 ตามตารางเดียวกัน ตัวเลขไม่รวมเงินกองทุนเงินทดแทน วันหยุดที่ต้องจ่ายค่าจ้าง และสวัสดิการอื่น
ค่าจ้างขั้นต่ำ 77 จังหวัด
อัตราตามพื้นที่ เรียงจากสูงไปต่ำ ค่าจ้าง 26 วันและเงินสมทบเป็นตัวอย่างคำนวณสำหรับงวดเดือนพฤศจิกายน 2569 ค่าล่วงเวลาคือขั้นต่ำต่อชั่วโมงในวันทำงานเมื่อวันทำงานปกติ 8 ชั่วโมง ไม่รวมอัตรา 400 บาทของกิจการโรงแรมและสถานบริการที่ประกาศระบุ
| จังหวัด | ภาค | บาท/วัน | ข้อยกเว้นระดับอำเภอ | ค่าจ้าง 26 วัน | สมทบ/ฝ่าย | OT/ชม. |
|---|---|---|---|---|---|---|
| กรุงเทพมหานคร | ภาคกลาง | 400 | — | 10,400 | 520 | 75 |
| ฉะเชิงเทรา | ภาคตะวันออก | 400 | — | 10,400 | 520 | 75 |
| ชลบุรี | ภาคตะวันออก | 400 | — | 10,400 | 520 | 75 |
| ภูเก็ต | ภาคใต้ | 400 | — | 10,400 | 520 | 75 |
| ระยอง | ภาคตะวันออก | 400 | — | 10,400 | 520 | 75 |
| นครปฐม | ภาคกลาง | 372 | — | 9,672 | 484 | 69.75 |
| นนทบุรี | ภาคกลาง | 372 | — | 9,672 | 484 | 69.75 |
| ปทุมธานี | ภาคกลาง | 372 | — | 9,672 | 484 | 69.75 |
| สมุทรปราการ | ภาคกลาง | 372 | — | 9,672 | 484 | 69.75 |
| สมุทรสาคร | ภาคกลาง | 372 | — | 9,672 | 484 | 69.75 |
| นครราชสีมา | ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) | 359 | — | 9,334 | 467 | 67.31 |
| สมุทรสงคราม | ภาคกลาง | 358 | — | 9,308 | 465 | 67.13 |
| ขอนแก่น | ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) | 357 | — | 9,282 | 464 | 66.94 |
| เชียงใหม่ | ภาคเหนือ | 357 | อำเภอเมืองเชียงใหม่ 380 | 9,282 | 464 | 66.94 |
| ปราจีนบุรี | ภาคตะวันออก | 357 | — | 9,282 | 464 | 66.94 |
| พระนครศรีอยุธยา | ภาคกลาง | 357 | — | 9,282 | 464 | 66.94 |
| สระบุรี | ภาคกลาง | 357 | — | 9,282 | 464 | 66.94 |
| ลพบุรี | ภาคกลาง | 356 | — | 9,256 | 463 | 66.75 |
| นครนายก | ภาคกลาง | 355 | — | 9,230 | 462 | 66.56 |
| สุพรรณบุรี | ภาคกลาง | 355 | — | 9,230 | 462 | 66.56 |
| หนองคาย | ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) | 355 | — | 9,230 | 462 | 66.56 |
| กระบี่ | ภาคใต้ | 354 | — | 9,204 | 460 | 66.38 |
| ตราด | ภาคตะวันออก | 354 | — | 9,204 | 460 | 66.38 |
| กาญจนบุรี | ภาคตะวันตก | 352 | — | 9,152 | 458 | 66 |
| จันทบุรี | ภาคตะวันออก | 352 | — | 9,152 | 458 | 66 |
| เชียงราย | ภาคเหนือ | 352 | — | 9,152 | 458 | 66 |
| ตาก | ภาคตะวันตก | 352 | — | 9,152 | 458 | 66 |
| นครพนม | ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) | 352 | — | 9,152 | 458 | 66 |
| บุรีรัมย์ | ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) | 352 | — | 9,152 | 458 | 66 |
| ประจวบคีรีขันธ์ | ภาคตะวันตก | 352 | — | 9,152 | 458 | 66 |
| พังงา | ภาคใต้ | 352 | — | 9,152 | 458 | 66 |
| พิษณุโลก | ภาคเหนือ | 352 | — | 9,152 | 458 | 66 |
| มุกดาหาร | ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) | 352 | — | 9,152 | 458 | 66 |
| สกลนคร | ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) | 352 | — | 9,152 | 458 | 66 |
| สงขลา | ภาคใต้ | 352 | อำเภอหาดใหญ่ 380 | 9,152 | 458 | 66 |
| สระแก้ว | ภาคตะวันออก | 352 | — | 9,152 | 458 | 66 |
| สุราษฎร์ธานี | ภาคใต้ | 352 | อำเภอเกาะสมุย 400 | 9,152 | 458 | 66 |
| อุบลราชธานี | ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) | 352 | — | 9,152 | 458 | 66 |
| ชุมพร | ภาคใต้ | 351 | — | 9,126 | 456 | 65.81 |
| เพชรบุรี | ภาคตะวันตก | 351 | — | 9,126 | 456 | 65.81 |
| สุรินทร์ | ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) | 351 | — | 9,126 | 456 | 65.81 |
| นครสวรรค์ | ภาคกลาง | 350 | — | 9,100 | 455 | 65.63 |
| ยโสธร | ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) | 350 | — | 9,100 | 455 | 65.63 |
| ลำพูน | ภาคเหนือ | 350 | — | 9,100 | 455 | 65.63 |
| กาฬสินธุ์ | ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) | 349 | — | 9,074 | 454 | 65.44 |
| นครศรีธรรมราช | ภาคใต้ | 349 | — | 9,074 | 454 | 65.44 |
| บึงกาฬ | ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) | 349 | — | 9,074 | 454 | 65.44 |
| เพชรบูรณ์ | ภาคเหนือ | 349 | — | 9,074 | 454 | 65.44 |
| ร้อยเอ็ด | ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) | 349 | — | 9,074 | 454 | 65.44 |
| ชัยนาท | ภาคกลาง | 348 | — | 9,048 | 452 | 65.25 |
| ชัยภูมิ | ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) | 348 | — | 9,048 | 452 | 65.25 |
| พัทลุง | ภาคใต้ | 348 | — | 9,048 | 452 | 65.25 |
| สิงห์บุรี | ภาคกลาง | 348 | — | 9,048 | 452 | 65.25 |
| อ่างทอง | ภาคกลาง | 348 | — | 9,048 | 452 | 65.25 |
| กำแพงเพชร | ภาคเหนือ | 347 | — | 9,022 | 451 | 65.06 |
| พิจิตร | ภาคเหนือ | 347 | — | 9,022 | 451 | 65.06 |
| มหาสารคาม | ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) | 347 | — | 9,022 | 451 | 65.06 |
| แม่ฮ่องสอน | ภาคเหนือ | 347 | — | 9,022 | 451 | 65.06 |
| ระนอง | ภาคใต้ | 347 | — | 9,022 | 451 | 65.06 |
| ราชบุรี | ภาคตะวันตก | 347 | — | 9,022 | 451 | 65.06 |
| ลำปาง | ภาคเหนือ | 347 | — | 9,022 | 451 | 65.06 |
| เลย | ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) | 347 | — | 9,022 | 451 | 65.06 |
| ศรีสะเกษ | ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) | 347 | — | 9,022 | 451 | 65.06 |
| สตูล | ภาคใต้ | 347 | — | 9,022 | 451 | 65.06 |
| สุโขทัย | ภาคเหนือ | 347 | — | 9,022 | 451 | 65.06 |
| หนองบัวลำภู | ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) | 347 | — | 9,022 | 451 | 65.06 |
| อำนาจเจริญ | ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) | 347 | — | 9,022 | 451 | 65.06 |
| อุดรธานี | ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) | 347 | — | 9,022 | 451 | 65.06 |
| อุตรดิตถ์ | ภาคเหนือ | 347 | — | 9,022 | 451 | 65.06 |
| อุทัยธานี | ภาคกลาง | 347 | — | 9,022 | 451 | 65.06 |
| ตรัง | ภาคใต้ | 345 | — | 8,970 | 449 | 64.69 |
| น่าน | ภาคเหนือ | 345 | — | 8,970 | 449 | 64.69 |
| พะเยา | ภาคเหนือ | 345 | — | 8,970 | 449 | 64.69 |
| แพร่ | ภาคเหนือ | 345 | — | 8,970 | 449 | 64.69 |
| นราธิวาส | ภาคใต้ | 337 | — | 8,762 | 438 | 63.19 |
| ปัตตานี | ภาคใต้ | 337 | — | 8,762 | 438 | 63.19 |
| ยะลา | ภาคใต้ | 337 | — | 8,762 | 438 | 63.19 |
คำถามที่พบบ่อย
ค่าแรงขั้นต่ำปี 2569 เปลี่ยนจากปีก่อนไหม
เมื่อตรวจ 8 พฤศจิกายน 2569 ฉบับล่าสุดที่กระทรวงแรงงานแสดงยังเป็นฉบับที่ 14 ซึ่งใช้บังคับตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2568 ก่อนปิดเงินเดือนแต่ละเดือนควรตรวจหน้าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของกระทรวงอีกครั้ง เพราะประกาศใหม่มีผลตามวันที่ระบุในประกาศ
บริษัทอยู่กรุงเทพฯ แต่ลูกจ้างทำงานที่สาขาต่างจังหวัด ใช้อัตราไหน
อัตราผูกกับเขตท้องที่ในประกาศ จึงดูท้องที่ที่ลูกจ้างทำงาน กรณีหมุนเวียนหลายท้องที่ให้ตรวจคำชี้แจงของประกาศหรือสอบถามสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด การจ่ายสูงกว่าอัตราของท้องที่ทำได้เสมอ
ลูกจ้างรายเดือนต้องได้อย่างน้อยเท่าไร
ประกาศกำหนดอัตราเป็นรายวัน หน้านี้ไม่แปลงเป็นอัตรารายเดือนเพราะผลขึ้นกับวันทำงาน วันหยุด และวันลาที่ต้องจ่ายค่าจ้างตามสัญญาและกฎหมาย ให้ตรวจวิธีเทียบในคำชี้แจงของประกาศก่อนตั้งเงินเดือนขั้นต่ำ
โรงแรมในจังหวัดที่อัตรา 347 บาทต้องจ่ายเท่าไร
ประกาศฉบับที่ 14 กำหนด 400 บาทแก่กิจการโรงแรมและสถานบริการตามประเภทที่ระบุทั่วประเทศ กิจการที่เข้าประเภทจึงใช้ 400 บาทแม้อัตราพื้นที่ต่ำกว่า ส่วนจะเข้าประเภทหรือไม่ต้องดูคำนิยามในคำชี้แจงของประกาศ
เงินสมทบสูงสุดต่อเดือนปี 2569 เท่าไร
ฝ่ายละ 875 บาท จากเพดานฐาน 17,500 บาท ใช้กับค่าจ้างงวดเดือนมกราคม 2569 ถึงธันวาคม 2571 ลูกจ้างค่าแรงขั้นต่ำทุกจังหวัดอยู่ต่ำกว่าเพดานนี้
หน้าคู่มือรายจังหวัดเดิมหายไปไหน
หน้าเดิม 77 หน้ามีเนื้อหาชุดเดียวกันโดยเปลี่ยนเฉพาะชื่อจังหวัด จึงรวมไว้ที่หน้านี้ ลิงก์เดิมพาไปยังแถวของจังหวัดในตารางโดยตรง และหน้าสำนักงานบัญชีของแต่ละจังหวัดยังอยู่ที่เดิม
แหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบได้
แหล่งอ้างอิงทางการที่ใช้ในหน้านี้ ตรวจล่าสุด 8 พฤศจิกายน 2569 ตัวเลขเป็นอัตราขั้นต่ำและตัวอย่างคำนวณ ไม่ใช่การยืนยันว่านายจ้างรายใดจ่ายถูกต้องหรือจำนวนภาษีที่ต้องชำระ
1. ประกาศ
กระทรวงแรงงาน: ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ 14) พร้อมคำชี้แจงและตารางกระทรวงแรงงาน
ใช้บังคับ 1 กรกฎาคม 2568 และเป็นฉบับล่าสุดที่กระทรวงแสดงเมื่อตรวจ 8 พฤศจิกายน 2569: 17 อัตรา 337–400 บาทต่อวัน รายจังหวัด ยกเว้นอำเภอเมืองเชียงใหม่และอำเภอหาดใหญ่ 380 บาท อำเภอเกาะสมุย 400 บาท และกำหนด 400 บาทแก่กิจการโรงแรมและสถานบริการตามที่ประกาศระบุทั่วประเทศ
2. พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541กระทรวงแรงงาน
ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา วันหยุด ค่าชดเชยเลิกจ้าง และหน้าที่นายจ้างที่กระทบการคำนวณเงินเดือน
3. พระราชบัญญัติ
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 9, 17, 61–63, 68, 70, 112–115: เงินที่ต้องจ่าย กำหนดเวลา และทะเบียนกระทรวงแรงงาน
ล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 1.5 เท่า ล่วงเวลาในวันหยุดไม่น้อยกว่า 3 เท่า จ่ายเดือนละไม่น้อยกว่าหนึ่งครั้ง เลิกจ้างแล้วจ่ายภายในสามวัน ผิดนัดดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี บอกกล่าวไม่จำต้องเกินสามเดือน ทะเบียนลูกจ้าง (10 คนขึ้นไป) ภายใน 15 วัน เก็บเอกสารไม่น้อยกว่าสองปี
4. พระราชบัญญัติ
กฎกระทรวงกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำและขั้นสูงที่ใช้เป็นฐานคำนวณเงินสมทบมาตรา 33 พ.ศ. 2568สำนักงานประกันสังคม
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 142 ตอนที่ 81 ก 12 ธันวาคม 2568 ใช้บังคับ 1 มกราคม 2569 ยกเลิกกฎกระทรวงฉบับที่ 7; ฐานต่ำสุด 1,650 บาท สูงสุด 17,500 (2569–2571) 20,000 (2572–2574) และ 23,000 บาทตั้งแต่ 2575; อัตราเงินสมทบกำหนดแยกต่างหาก
5. พระราชบัญญัติ
พ.ร.บ.ประกันสังคม มาตรา 44, 46 และ 49: แจ้งเปลี่ยนแปลง การปัดเศษเงินสมทบ และเงินเพิ่มสำนักงานประกันสังคม
มาตรา 44 แจ้งเปลี่ยนแปลงรายการภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป; มาตรา 46 เศษตั้งแต่ 50 สตางค์ปัดเป็นหนึ่งบาท และคำนวณแยกต่อนายจ้างแต่ละราย; มาตรา 49 เงินเพิ่มร้อยละ 2 ต่อเดือนไม่เกินเงินสมทบที่ต้องจ่าย และนายจ้างที่ไม่หักส่วนลูกจ้างยังรับผิดเต็มจำนวน
6. พระราชบัญญัติ
สำนักงานประกันสังคม: บทแก้ไขมาตรา 34 และ 47สำนักงานประกันสังคม
ขึ้นทะเบียนภายใน 30 วันเมื่อลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน และนำส่งเงินสมทบภายในวันที่ 15 เดือนถัดไป; ตรวจฐาน อัตราและประกาศเฉพาะงวดแยก
7. ระบบ/แบบฟอร์มราชการ
สำนักงานประกันสังคม: แบบ สปส.6-15 แจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงนายจ้างสำนักงานประกันสังคม
รายการในแบบ: ย้ายสถานประกอบการ หยุดหรือเลิกกิจการ เปลี่ยนชื่อ ผู้มีอำนาจลงนามหรือผู้รับมอบอำนาจ เพิ่มหรือยกเลิกสาขา และเปลี่ยนสำนักงานประกันสังคมที่นำส่งเงินสมทบ; กำหนดเวลายื่นมาจากมาตรา 44
8. แนวปฏิบัติ
กองทุนเงินทดแทน: กำหนดชำระเงินสมทบ รายงานค่าจ้าง และชำระส่วนเพิ่มประจำปีสำนักงานประกันสังคม
ประกาศของสำนักงานสำหรับปี 2569: ชำระเงินสมทบภายใน 31 มกราคม รายงานค่าจ้างปีก่อนภายใน 28 กุมภาพันธ์ และชำระส่วนเพิ่มจากรายงานภายใน 31 มีนาคม; ปีอื่นตรวจประกาศประจำปี
9. ประกาศ
กระทรวงการคลัง: ขยายกำหนดยื่นออนไลน์ถึง 31 มกราคม 2570กรมสรรพากร
เพิ่มแปดวันแก่แบบและการชำระออนไลน์ที่เข้าเงื่อนไขช่วง 1 กุมภาพันธ์ 2567–31 มกราคม 2570 ไม่ใช่กำหนดใหม่ถาวรทุกช่องทาง
10. แนวปฏิบัติ
กรมสรรพากร: การปรับปรุงโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2560)กรมสรรพากร
เงินได้ 40(1)(2) หักค่าใช้จ่ายร้อยละ 50 รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท (มาตรา 42 ทวิ) ลดหย่อนผู้มีเงินได้ 60,000 บาท (มาตรา 47(1)(ก)) และเงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกได้รับยกเว้นตามบัญชีอัตรา
11. แนวปฏิบัติ
กรมสรรพากร — หักค่าใช้จ่ายเงินได้ประเภท 1 และ 2กรมสรรพากร
ใช้เฉพาะแถวเงินได้ประเภท 1 และ 2: รวมสองประเภท หัก 50% ไม่เกิน 100,000 บาท ไม่ใช่เพดานต่อประเภท; ไม่ใช้สรุปอัตราเหมาทุกธุรกิจจากตารางย่อ
ตั้งเงินเดือนสาขาใหม่หรือจ้างลูกจ้างรายวัน
ส่งท้องที่ที่ลูกจ้างทำงาน จำนวนคน รูปแบบการจ่าย และประเภทกิจการมาให้เรา เราตอบเป็นลายลักษณ์อักษรว่าใช้อัตราใด ต้องแจ้งประกันสังคมอย่างไร และยื่นแบบใดภายในวันไหน ขอใบเสนอราคาจากเจ้าหน้าที่