ศูนย์บริการภาษาไทย
วางแผนภาษีและให้คำปรึกษาด้านภาษีสำหรับธุรกิจในไทย
การวางแผนภาษีที่ถูกต้องคือเรื่องของจังหวะเวลาและโครงสร้าง ไม่ใช่การหลีกเลี่ยงภาษี เช่น เลือกช่วงเวลารับรู้รายได้ กำหนดเอกสารรองรับค่าใช้จ่าย และเลือกอัตราหัก ณ ที่จ่ายที่ถูกต้องสำหรับแต่ละประเภทรายการ เราให้คำแนะนำเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง เพื่อให้เหตุผลทางกฎหมายยังอยู่ครบแม้พนักงานเปลี่ยน และสามารถใช้ชี้แจงกับผู้สอบบัญชีหรือเจ้าหน้าที่สรรพากรได้ในอนาคต
โทร +66-92-017-0000 · LINE @THAIL · อ่านฉบับภาษาอังกฤษได้ที่หน้า English hub ด้านล่าง
ขอบเขตงานที่คุณจะได้รับ
ทบทวนสถานะภาษีประจำปีก่อนปิดงวด
ก่อนสิ้นปีบัญชี เราประมาณการภาษีเงินได้นิติบุคคลที่จะเกิดขึ้น ระบุรายการที่มีความเสี่ยงถูกตัดเป็นค่าใช้จ่ายต้องห้าม และแจ้งรายการที่ต้องดำเนินการก่อนวันที่ 31 ธันวาคมจึงจะนับผลได้
จัดทำตารางอัตราหัก ณ ที่จ่ายของธุรกรรมประจำ
รายการจ่ายเงินที่เกิดขึ้นเป็นประจำในกิจการถูกจับคู่กับอัตราหักภาษีที่ถูกต้องและหน้าที่ออกหนังสือรับรอง เพื่อให้คำถามเรื่องอัตรา 1, 2, 3 หรือ 5 เปอร์เซ็นต์ไม่ต้องถกเถียงกันทุกเดือน
ทบทวนโครงสร้างภาษีมูลค่าเพิ่ม
สำหรับกิจการที่มีทั้งรายการที่ต้องเสียภาษี ได้รับยกเว้น และอัตราศูนย์ปะปนกัน เราทบทวนโครงสร้างการออกใบกำกับภาษีเพื่อให้การขอคืนภาษีซื้อทำได้เต็มสิทธิภายใต้กฎหมาย
จัดทำความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรสำหรับธุรกรรมเฉพาะ
เมื่อมีแผนขายทรัพย์สิน จ่ายเงินปันผล ให้กู้ยืม หรือปรับโครงสร้างกิจการ เราจัดทำบันทึกภาษีที่คณะกรรมการบริษัทสามารถอ้างอิงและเก็บไว้เป็นหลักฐานของบริษัทได้
ขั้นตอนการทำงานร่วมกัน
1. รวบรวมข้อเท็จจริง
เราทบทวนงบทดลอง แบบภาษีที่ยื่นย้อนหลังสองปี และสัญญาที่อยู่เบื้องหลังธุรกรรมสำคัญ เพราะการวางแผนจากข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนมักให้คำแนะนำที่พังเมื่อถูกตรวจสอบ
2. จัดทำคำแนะนำเป็นลายลักษณ์อักษร
คำแนะนำแต่ละข้อระบุฐานทางกฎหมาย จำนวนเงินที่ประหยัดหรือมีความเสี่ยงเป็นบาท กำหนดเวลาที่ต้องดำเนินการ และเอกสารที่ต้องมีเพื่อสนับสนุนแนวทางนั้น
3. นำไปปฏิบัติในระบบบัญชี
มาตรการที่ตกลงกันจะถูกใส่เข้าไปในผังบัญชีและกระบวนการปิดบัญชีรายเดือน เพื่อให้แผนที่วางไว้ใช้ได้จริงเมื่อลงมือทำบัญชีจริง ไม่ใช่แค่ทฤษฎีบนกระดาษ
4. ทบทวนอีกครั้งเมื่อสิ้นปี
สถานะภาษีจะถูกตรวจสอบซ้ำกับตัวเลขจริงก่อนยื่นแบบประจำปี และนำผลไปวางแผนต่อยอดในปฏิทินภาษีของปีถัดไป
กำหนดเวลายื่นแบบ อัตรา และรูปแบบเอกสารมีการแก้ไขได้ตลอด โปรดยืนยันเงื่อนไขล่าสุดกับกรมสรรพากร สำนักงานประกันสังคม หรือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือให้ทีมงานตรวจสอบให้ตามข้อเท็จจริงของกิจการก่อนนำไปใช้
ความแตกต่างระหว่างวางแผนภาษีกับการหลีกเลี่ยงภาษี
หลายคนสับสนระหว่างการวางแผนภาษีที่ถูกกฎหมายกับการหลีกเลี่ยงภาษีที่ผิดกฎหมาย เส้นแบ่งที่ชัดเจนอยู่ที่ว่าธุรกรรมนั้นเกิดขึ้นจริงหรือไม่ และเอกสารสนับสนุนสะท้อนความเป็นจริงทางเศรษฐกิจหรือไม่ การเลือกจังหวะเวลาซื้อสินทรัพย์เพื่อใช้สิทธิหักค่าเสื่อมในปีที่มีกำไรสูงเป็นตัวอย่างของการวางแผนที่ถูกต้อง เพราะการซื้อเกิดขึ้นจริงและมีความจำเป็นทางธุรกิจรองรับ
ในทางกลับกัน การสร้างใบกำกับภาษีปลอมหรือบันทึกค่าใช้จ่ายที่ไม่เกิดขึ้นจริงเพื่อลดกำไรถือเป็นความผิดที่มีทั้งโทษปรับและโทษทางอาญาตามประมวลรัษฎากร กรมสรรพากรมีระบบเปรียบเทียบข้อมูลใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ที่ทำให้ตรวจพบความผิดปกติได้ง่ายกว่าในอดีตมาก
แนวทางที่ปลอดภัยที่สุดคือทุกคำแนะนำด้านภาษีต้องมีเหตุผลทางธุรกิจรองรับ ไม่ใช่มีเป้าหมายเพียงเพื่อลดภาษีอย่างเดียว และต้องเก็บเอกสารสนับสนุนไว้ให้พร้อมตั้งแต่วันที่ทำธุรกรรม ไม่ใช่ไปจัดทำย้อนหลังเมื่อถูกเรียกตรวจ
การบริหารหัก ณ ที่จ่ายให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นทาง
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นเรื่องที่ธุรกิจ SME ผิดพลาดบ่อยที่สุด เพราะอัตราแตกต่างกันไปตามประเภทของเงินได้ เช่น ค่าจ้างทำของหักร้อยละ 3 ค่าเช่าหักร้อยละ 5 หรือค่าโฆษณาหักร้อยละ 2 และบางประเภทมีเงื่อนไขพิเศษที่ต้องพิจารณาสถานะของผู้รับเงินประกอบด้วย เช่น เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทยหรือไม่
ความผิดพลาดที่พบบ่อยคือการหักในอัตราที่ผิดแล้วไปแก้ไขภายหลัง ซึ่งต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายฉบับใหม่และอาจต้องยื่นแบบเพิ่มเติม กระบวนการนี้ใช้เวลาและสร้างความสับสนให้ทั้งสองฝ่าย การจัดทำตารางอ้างอิงอัตราหักภาษีของทุกประเภทรายจ่ายที่กิจการมีอยู่เป็นประจำ จึงช่วยลดความผิดพลาดตั้งแต่ต้นทางได้มาก
นอกจากนี้ ธุรกิจที่ทำธุรกรรมกับผู้รับเงินในต่างประเทศต้องพิจารณาอนุสัญญาภาษีซ้อนระหว่างไทยกับประเทศนั้น ๆ เพราะบางกรณีอาจใช้สิทธิลดอัตราหักภาษีได้ แต่ต้องมีหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ทางภาษีจากประเทศต้นทางมาแสดงต่อกรมสรรพากรก่อนจึงจะใช้สิทธิได้จริง
การวางแผนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับธุรกิจที่มีรายการผสม
ธุรกิจที่มีทั้งรายการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราปกติ รายการที่ได้รับยกเว้น และรายการส่งออกที่ใช้อัตราศูนย์ มักเผชิญปัญหาการเฉลี่ยภาษีซื้อที่ใช้ร่วมกันในทุกกิจกรรม เช่น ค่าเช่าสำนักงานหรือค่าสาธารณูปโภค ซึ่งต้องเฉลี่ยตามสัดส่วนรายได้ของแต่ละประเภทกิจกรรมตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด
การไม่แยกประเภทรายการให้ชัดเจนตั้งแต่การออกใบกำกับภาษีมักทำให้เกิดการขอคืนภาษีซื้อเกินสิทธิโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งเมื่อถูกตรวจพบภายหลังจะต้องคืนเงินพร้อมเงินเพิ่มตามกฎหมาย การวางระบบบัญชีแยกประเภทรายได้และภาษีซื้อตั้งแต่ต้นจึงเป็นการป้องกันปัญหาที่คุ้มค่ากว่าการแก้ไขย้อนหลังมาก
สำหรับธุรกิจส่งออกที่ใช้สิทธิภาษีมูลค่าเพิ่มอัตราศูนย์ เอกสารใบขนสินค้าขาออกและหลักฐานการรับชำระเงินจากต่างประเทศต้องสอดคล้องกันและเก็บไว้ให้ครบตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เพราะเป็นเอกสารหลักที่กรมสรรพากรใช้ตรวจสอบเมื่อมีการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวนมาก
การวางแผนธุรกรรมกับบุคคลที่เกี่ยวข้องและราคาโอน
ธุรกิจที่มีบริษัทในเครือหรือผู้ถือหุ้นร่วมกันต้องให้ความสำคัญกับหลักการกำหนดราคาโอนตามหลักราคาตลาด (Arm's Length Principle) ซึ่งกฎหมายไทยกำหนดให้นิติบุคคลที่มีรายได้เกินเกณฑ์ที่กำหนดต้องจัดทำรายงานข้อมูลธุรกรรมระหว่างกันและยื่นพร้อมแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี
หากราคาที่ใช้ในธุรกรรมระหว่างกันสูงหรือต่ำกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุผลรองรับ กรมสรรพากรมีอำนาจปรับปรุงกำไรทางภาษีของทั้งสองฝ่ายให้เป็นไปตามราคาตลาด ซึ่งอาจนำไปสู่ภาระภาษีเพิ่มเติมพร้อมเงินเพิ่มและเบี้ยปรับ การจัดทำเอกสารสนับสนุนราคาโอนไว้ล่วงหน้าจึงช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้อย่างมาก
การวางแผนที่ดีควรเริ่มจากการทบทวนสัญญาระหว่างบริษัทในเครือทั้งหมด กำหนดวิธีคิดราคาที่มีเหตุผลรองรับ และปรับปรุงสัญญาที่ล้าสมัยให้สอดคล้องกับสภาพธุรกิจปัจจุบัน ก่อนที่จะถูกกรมสรรพากรตั้งคำถามในการตรวจสอบภาษีตามปกติ
เหตุใดควรมีที่ปรึกษาภาษีมืออาชีพประจำกิจการ
กฎหมายภาษีของไทยเปลี่ยนแปลงบ่อย ทั้งจากประกาศกรมสรรพากร คำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากร และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ออกมาเป็นระยะ เจ้าของกิจการที่ต้องดูแลการผลิตหรือการขายไปพร้อมกันมักไม่มีเวลาติดตามการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อย่างละเอียด และอาจพลาดสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่มีอยู่จริง
ที่ปรึกษาภาษีที่ติดตามกิจการอย่างต่อเนื่องจะรู้จักธุรกิจของท่านลึกพอที่จะเห็นโอกาสวางแผนก่อนที่ธุรกรรมจะเกิดขึ้น ไม่ใช่มาให้คำแนะนำหลังจากที่ทำไปแล้วซึ่งมักแก้ไขอะไรไม่ได้มากนัก การมีที่ปรึกษาประจำจึงต่างจากการปรึกษาเป็นครั้งคราวเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น หากกิจการถูกกรมสรรพากรออกหมายเรียกตรวจสอบในอนาคต การมีเอกสารและบันทึกความเห็นทางภาษีที่จัดทำไว้เป็นระบบล่วงหน้าจะช่วยให้การชี้แจงทำได้รวดเร็วและมีน้ำหนักมากกว่าการพยายามอธิบายด้วยความจำหรือประกอบเหตุผลย้อนหลัง
หากอยากทราบว่าธุรกิจของท่านมีช่องทางใดบ้างที่ควรวางแผนด้านภาษีเพิ่มเติมก่อนสิ้นปี เพียงส่งงบทดลองฉบับปัจจุบันมาให้ทีมงานเราช่วยทบทวนโดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด สามารถติดต่อผ่าน Call Center 092-0170000 แอดไลน์ @THAIL หรืออีเมล contact@thailaw-accounting.co.th เพื่อขอคำแนะนำเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมใบเสนอราคาก่อนเริ่มดำเนินงานทุกครั้งไป
สถานการณ์ที่ลูกค้ามักเรียกใช้เรา
ปีที่มีกำไรมากและประมาณการ ภ.ง.ด.50 สูง
จังหวะเวลาของค่าใช้จ่ายที่หักได้ วิธีคิดค่าเสื่อมราคา และประมาณการหนี้สินสามารถเลื่อนภาระภาษีได้ตามกฎหมาย แต่ต้องมีเอกสารรองรับพร้อมก่อนวันสิ้นปีเท่านั้น
การจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น
อัตราหัก ณ ที่จ่ายของเงินปันผล จังหวะเวลาจ่าย และผลกระทบต่อสถานะภาษีของผู้ถือหุ้นเองต้องวางแผนไปด้วยกัน ไม่ใช่ปล่อยให้เจอปัญหาตอนวันจ่ายจริง
ค่าบริการระหว่างบริษัทกับบริษัทแม่ต่างประเทศ
ค่าบริหารจัดการและค่าบริการที่จ่ายให้บุคคลที่เกี่ยวข้องในต่างประเทศมีภาระหัก ณ ที่จ่ายและเอกสารสนับสนุนเฉพาะ เราวางโครงสร้างไว้ก่อนออกใบแรก ไม่ใช่หลังถูกประเมินแล้ว
ผลขาดทุนสะสมที่ยกไปปีถัดไป
ผลขาดทุนทางภาษีของไทยยกไปได้ห้าปี เราตรวจสอบว่าตัวเลขขาดทุนในปีที่เกิดขึ้นคำนวณถูกต้องก่อนนำมาใช้ประกอบการวางแผนในปีปัจจุบัน
คำถามที่เจ้าของกิจการถามบ่อย
- การวางแผนภาษีในประเทศไทยถือว่าถูกกฎหมายหรือไม่
- ถูกกฎหมาย เมื่อหมายถึงการจัดโครงสร้างธุรกรรมที่เกิดขึ้นจริงภายในกรอบของประมวลรัษฎากร ทั้งการเลือกจังหวะเวลา โครงสร้าง และเอกสารประกอบที่ถูกต้อง ซึ่งแตกต่างจากการปกปิดรายได้หรือสร้างค่าใช้จ่ายเทียมซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมาย คำแนะนำทุกข้อที่เราให้จะระบุมาตราที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน
- อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลในไทยเท่าไร
- อัตรามาตรฐานอยู่ที่ร้อยละ 20 ของกำไรสุทธิ โดยมีอัตราแบบขั้นบันไดที่ลดลงสำหรับ SME ที่มีทุนจดทะเบียนและรายได้ไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด เงื่อนไขและเกณฑ์เหล่านี้อาจเปลี่ยนแปลงเป็นระยะ จึงควรตรวจสอบอัตราปัจจุบันกับกรมสรรพากรก่อนใช้อ้างอิง
- ภาษีที่ชำระเกินในอดีตขอคืนได้หรือไม่
- ขอคืนได้ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยทั่วไปคือสามปีนับจากวันครบกำหนดยื่นแบบ แต่การยื่นขอคืนมักนำไปสู่การตรวจสอบแบบที่ยื่นไปแล้ว เราจะประเมินจำนวนเงินที่ขอคืนได้ รวบรวมหลักฐาน และให้คำแนะนำว่าคุ้มค่ากับการถูกตรวจสอบที่มักตามมาหรือไม่
- ค่าบริการที่ปรึกษาภาษีคิดอย่างไร
- การทบทวนสถานะภาษีเบื้องต้นไม่มีค่าใช้จ่าย ส่วนคำแนะนำเฉพาะเรื่องจะเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษรตามขอบเขตงานที่ตกลงกันเป็นรายคำถามหรือรายโครงการ ท่านจะเห็นค่าบริการก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
- บริษัทต่างชาติที่ถือหุ้นในไทยมีภาระภาษีต่างจากบริษัทไทยหรือไม่
- โครงสร้างภาษีนิติบุคคลใช้หลักเกณฑ์เดียวกันไม่ว่าผู้ถือหุ้นจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติ แต่ธุรกรรมกับผู้ถือหุ้นหรือบริษัทในเครือต่างประเทศ เช่น เงินปันผลส่งกลับหรือค่าบริการระหว่างกัน มีภาระหัก ณ ที่จ่ายและอนุสัญญาภาษีซ้อนที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมเป็นกรณีไป
- การวางแผนภาษีต้องทำใหม่ทุกปีหรือไม่
- ควรทบทวนทุกปี เพราะกฎหมายภาษี อัตราค่าลดหย่อน และมาตรการส่งเสริมต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงได้ทุกปีงบประมาณ แผนที่ใช้ได้ผลดีปีก่อนอาจไม่เหมาะกับปีปัจจุบันหากธุรกิจเติบโตหรือโครงสร้างเปลี่ยนไป
- ถ้าธุรกิจมีทั้งรายได้ในและต่างประเทศต้องวางแผนอย่างไร
- ต้องพิจารณาทั้งภาระภาษีในไทยและหลักการหักภาษีซ้อนตามอนุสัญญาที่ไทยทำไว้กับประเทศคู่ค้า รวมถึงเอกสารรับรองถิ่นที่อยู่ทางภาษีที่ต้องขอจากกรมสรรพากรเพื่อใช้สิทธิลดอัตราหัก ณ ที่จ่ายในต่างประเทศ
- ควรเริ่มวางแผนภาษีตั้งแต่เมื่อไร
- ควรเริ่มตั้งแต่ต้นปีบัญชีหรืออย่างช้าที่สุดคือไตรมาสสาม เพราะมาตรการหลายอย่างต้องดำเนินการหรือมีเอกสารรองรับก่อนวันสิ้นปี การรอจนใกล้ปิดงบมักทำให้ทางเลือกที่ทำได้เหลือน้อยลงมาก
ดูภาพรวม บริการบัญชีและภาษีทั้งหมด หรืออ่านฉบับภาษาอังกฤษได้จากลิงก์ด้านล่าง
อ่านต่อรายจังหวัด
วางแผนภาษี & ที่ปรึกษาภาษีอากร — เลือกจังหวัดของคุณ
แต่ละจังหวัดมีสำนักงานพื้นที่ที่ต้องติดต่อ รอบส่งเอกสาร และลักษณะธุรกิจต่างกัน หน้าด้านล่างเขียนแยกตามพื้นที่จริงและเสนอราคาเป็นรายกรณี
ภาคกลาง
ภาคตะวันออก
ภาคตะวันตก
ภาคเหนือ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน)
ภาคใต้
ต้องการเวอร์ชันภาษาอังกฤษสำหรับผู้ถือหุ้นหรือผู้บริหารต่างชาติ? เปิดหน้า English hub ของบริการเดียวกันได้ทันที
Read in English