บัญชี / ร้านอาหารและคาเฟ่
ทำบัญชีร้านอาหารและคาเฟ่ให้กำไรจริง: ต้นทุนวัตถุดิบ ยอดผ่านแอป และภาษีที่มักตกหล่น

เขียนโดย
หัวหน้าฝ่ายบัญชี (CPA)
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ขึ้นทะเบียนสภาวิชาชีพบัญชี
ปิดงบและเซ็นรับรองงบการเงินให้ธุรกิจ SME และบริษัทต่างชาติมากว่า 10 ปี ดูแลมาตรฐาน TFRS for NPAEs และการวางผังบัญชีตั้งแต่วันแรกของกิจการ
ตรวจทานโดย
หัวหน้าฝ่ายภาษี
ที่ปรึกษาภาษีอากรและผู้ตรวจสอบภาษี (TA)
ตรวจความถูกต้องของข้อกฎหมายและตัวเลขก่อนเผยแพร่ · เผยแพร่ 2026-08-13 · แก้ไขล่าสุด 2026-08-13
ดูประวัติทีมงานธุรกิจร้านอาหารเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ยอดขายกับกำไรห่างกันมากที่สุด เพราะเงินไหลเข้าออกหลายช่องทางทั้งเงินสด บัตร พร้อมเพย์ และแอปเดลิเวอรีที่หักค่าคอมมิชชันก่อนโอน หากบัญชีไม่ได้ออกแบบมารองรับ เจ้าของร้านจะมองไม่เห็นว่ากำไรหายไปตรงไหน
1) แยกโครงสร้างต้นทุนให้ชัดเป็นสามชั้น
ชั้นแรกคือต้นทุนวัตถุดิบที่ผูกกับเมนูโดยตรง ชั้นที่สองคือต้นทุนแรงงานครัวและหน้าร้าน ชั้นที่สามคือค่าใช้จ่ายคงที่อย่างค่าเช่า ค่าน้ำไฟ และค่าการตลาด การแยกสามชั้นนี้ทำให้เห็นว่าปัญหาอยู่ที่สูตรอาหาร การจัดกะ หรือทำเลที่แพงเกินไป
ควรกำหนดรหัสสินค้าให้วัตถุดิบหลักและนับสต๊อกอย่างน้อยเดือนละครั้ง เพราะการประมาณต้นทุนจากใบเสร็จซื้อโดยไม่นับของคงเหลือ จะทำให้ต้นทุนต่อจานผิดจากความจริงมาก
2) ยอดขายผ่านแอปเดลิเวอรีต้องบันทึกเป็นรายได้เต็มจำนวน
ยอดที่โอนเข้าบัญชีคือยอดสุทธิหลังหักค่าคอมมิชชันแล้ว แต่ทางบัญชีต้องบันทึกรายได้เต็มจำนวนตามยอดที่ลูกค้าจ่าย และบันทึกค่าคอมมิชชันเป็นค่าใช้จ่ายแยกต่างหาก
การบันทึกเฉพาะยอดสุทธิทำให้รายได้ต่ำกว่าความจริง ซึ่งเป็นประเด็นที่สรรพากรตรวจพบได้ง่ายเมื่อเทียบกับรายงานจากแพลตฟอร์ม และยังทำให้ร้านประเมินจุดคุ้มทุนผิด
3) เงินสด ทิป และเงินมัดจำงานจัดเลี้ยง
เงินสดหน้าร้านควรนำฝากธนาคารทุกวันทำการและออกใบสรุปยอดขายประจำวันจากระบบ POS เพื่อให้ยอดฝากตรงกับยอดขาย ลดความเสี่ยงเรื่องรายได้ที่พิสูจน์ไม่ได้
ทิปที่เก็บแทนพนักงานไม่ใช่รายได้ของร้าน ควรบันทึกเป็นหนี้สินระหว่างรอจ่ายคืน ส่วนเงินมัดจำงานจัดเลี้ยงให้บันทึกเป็นรายได้รับล่วงหน้าจนกว่าจะให้บริการเสร็จ
4) จุดตัดสินใจเรื่อง VAT และการขยายสาขา
เมื่อรายได้ใกล้เกณฑ์จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ควรวางแผนล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งไตรมาส เพราะต้องปรับราคาขาย ระบบ POS และเอกสารใบกำกับภาษีพร้อมกัน ไม่ใช่ค่อยแก้ตอนถูกทวง
ก่อนเปิดสาขาที่สอง ควรมีงบกำไรขาดทุนแยกรายสาขาอย่างน้อยหกเดือน เพื่อพิสูจน์ว่าโมเดลกำไรจริงไม่ได้มาจากการที่เจ้าของลงแรงเองโดยไม่คิดค่าแรง
5) ชุดตัวเลขที่เจ้าของร้านควรดูทุกสัปดาห์
อัตราต้นทุนวัตถุดิบต่อยอดขาย อัตราต้นทุนแรงงานต่อยอดขาย ยอดขายเฉลี่ยต่อบิล และสัดส่วนยอดขายแต่ละช่องทาง สี่ตัวนี้บอกสุขภาพร้านได้เร็วกว่างบการเงินรายปี
ถ้าอัตราต้นทุนวัตถุดิบขยับขึ้นสองสัปดาห์ติดกันโดยยอดขายเท่าเดิม มักเป็นสัญญาณของของเสีย การตวงไม่ได้มาตรฐาน หรือราคาซัพพลายเออร์ที่ขึ้นโดยไม่ได้แจ้ง
สรุป
บัญชีร้านอาหารที่ดีไม่ใช่แค่ยื่นภาษีทัน แต่ต้องบอกได้ว่ากำไรหายไปที่เมนูไหนและช่องทางใด เราวางระบบต้นทุนต่อจาน กระทบยอดแอปเดลิเวอรี ปิดงบรายเดือน และนั่งอ่านตัวเลขกับเจ้าของร้านทุกเดือนในฐานะที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่ผู้รับจ้างบันทึกบัญชี
ปรึกษาทีมเราฟรีคำถามที่พบบ่อย
ยอดขายผ่านแอปควรบันทึกยอดสุทธิหรือยอดเต็ม+
บันทึกรายได้เต็มจำนวนตามที่ลูกค้าจ่าย และบันทึกค่าคอมมิชชันของแพลตฟอร์มเป็นค่าใช้จ่ายแยกรายการ
ต้องนับสต๊อกวัตถุดิบบ่อยแค่ไหน+
อย่างน้อยเดือนละครั้งสำหรับวัตถุดิบหลัก และสัปดาห์ละครั้งสำหรับของสดที่มูลค่าสูงหรือเสียง่าย
ทิปพนักงานถือเป็นรายได้ของร้านไหม+
ไม่ใช่ ถ้าร้านเก็บแทนพนักงานเพื่อจ่ายคืน ให้บันทึกเป็นหนี้สินระหว่างรอจ่าย
ควรจด VAT ตอนไหน+
ควรเริ่มวางแผนเมื่อรายได้เข้าใกล้เกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เพื่อปรับราคาและระบบเอกสารให้พร้อมก่อนถึงเวลาจริง
บทความที่เกี่ยวข้อง
ดูทั้งหมด →ปิดงบการเงินให้ทันเดดไลน์: Checklist สำหรับ SME
รายการเอกสารและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ก่อนปิดงบทุกปี พร้อมเทคนิคลดต้นทุน CPA
คุมต้นทุนอาหาร (Food Cost) ให้ต่ำกว่า 32%: คู่มือบัญชีร้านอาหารฉบับปฏิบัติ
ระบบบัญชีร้านอาหารที่ใช้ได้จริง ตั้งแต่แยก service charge 10% ออกจากฐาน VAT บันทึก waste รายวัน จนถึงการปิดยอด POS ให้ตรงเงินสด
Reconcile Shopee/Lazada/TikTok Shop กับสรรพากร: คู่มือบัญชี E-commerce ปี 2026
แพลตฟอร์มต้องส่งข้อมูลยอดขายให้สรรพากรตั้งแต่ 400 ธุรกรรม/ปี หรือ 2 ล้านบาท — วิธี reconcile รายงาน settlement + platform fee + COD ให้เกลี้ยง