บัญชี / กลุ่มบริษัท
คุมบัญชีกลุ่มบริษัทให้เนียน: รายการระหว่างกัน งบรวม และภาษีที่มักพลาด

เขียนโดย
หัวหน้าฝ่ายบัญชี (CPA)
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ขึ้นทะเบียนสภาวิชาชีพบัญชี
ปิดงบและเซ็นรับรองงบการเงินให้ธุรกิจ SME และบริษัทต่างชาติมากว่า 10 ปี ดูแลมาตรฐาน TFRS for NPAEs และการวางผังบัญชีตั้งแต่วันแรกของกิจการ
ตรวจทานโดย
หัวหน้าฝ่ายภาษี
ที่ปรึกษาภาษีอากรและผู้ตรวจสอบภาษี (TA)
ตรวจความถูกต้องของข้อกฎหมายและตัวเลขก่อนเผยแพร่ · เผยแพร่ 2026-08-13 · แก้ไขล่าสุด 2026-08-13
ดูประวัติทีมงานเจ้าของธุรกิจมักตั้งบริษัทเพิ่มเพื่อแยกความเสี่ยง แยกสายผลิตภัณฑ์ หรือรองรับผู้ร่วมทุนรายใหม่ แต่พอมีหลายนิติบุคคล เงินเริ่มไหลข้ามกันโดยไม่มีสัญญา ค่าใช้จ่ายถูกจ่ายแทนกัน และสิ้นปีก็กระทบยอดไม่ลง สิ่งที่ต้องวางคือกติกาไม่ใช่โปรแกรมบัญชีใหม่
1) ตั้งกติกาการเดินเงินระหว่างบริษัทก่อน
กำหนดให้ทุกการเคลื่อนไหวระหว่างบริษัทต้องมีเอกสารต้นเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นสัญญาบริการ สัญญายืมเงิน หรือใบแจ้งหนี้ค่าใช้จ่ายที่จ่ายแทน การโอนเงินโดยระบุเพียงว่าโอนภายในกลุ่มคือจุดเริ่มต้นของปัญหาทั้งหมด
แยกบัญชีลูกหนี้และเจ้าหนี้ระหว่างกันออกจากลูกหนี้การค้าปกติ และกำหนดผู้รับผิดชอบกระทบยอดคู่ขาทุกสิ้นเดือน ไม่ใช่รอสิ้นปี
2) รายการที่ต้องตัดออกเมื่อทำงบรวม
ยอดขายและซื้อระหว่างบริษัทในกลุ่มต้องตัดออก เพราะกลุ่มยังไม่ได้ขายให้บุคคลภายนอก เช่นเดียวกับกำไรที่ยังค้างอยู่ในสินค้าคงเหลือของบริษัทผู้ซื้อ
ลูกหนี้และเจ้าหนี้ระหว่างกัน รวมถึงดอกเบี้ยจากเงินให้กู้ยืมภายในกลุ่ม ต้องตัดออกให้ครบทั้งสองด้าน หากตัดข้างเดียวงบรวมจะไม่ดุลและต้องไล่หาย้อนหลังนาน
เงินปันผลที่บริษัทแม่รับจากบริษัทลูกก็ต้องตัดออกจากงบรวม แม้ในงบเฉพาะกิจการจะบันทึกเป็นรายได้ตามปกติ
3) ประเด็นภาษีที่มักถูกมองข้าม
การให้บริษัทในเครือยืมเงินโดยไม่คิดดอกเบี้ย อาจถูกประเมินรายได้ดอกเบี้ยตามอัตราตลาด จึงควรทำสัญญาและคิดดอกเบี้ยในอัตราที่อธิบายได้
ค่าใช้จ่ายที่บริษัทหนึ่งจ่ายแทนอีกบริษัทโดยไม่เรียกเก็บคืน มักถูกมองว่าไม่เกี่ยวกับกิจการและถูกบวกกลับตอนคำนวณภาษี
การให้บริการระหว่างกันในกลุ่มอาจอยู่ในข่ายภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีหัก ณ ที่จ่าย จึงต้องออกเอกสารให้ครบ ไม่ใช่บันทึกเป็นรายการปรับปรุงภายใน
4) ระบบและปฏิทินที่ทำให้คุมได้จริง
ใช้ผังบัญชีชุดเดียวกันทุกบริษัทและกำหนดรหัสคู่ค้าภายในกลุ่มให้ตรงกัน เพียงเท่านี้การกระทบยอดจะเร็วขึ้นหลายเท่า
ตั้งปฏิทินปิดบัญชีร่วมกัน โดยล็อกวันที่ยืนยันยอดระหว่างกันก่อนวันปิดจริงอย่างน้อยห้าวันทำการ เพื่อให้มีเวลาปรับผลต่าง
รายงานที่เจ้าของควรได้ทุกเดือนคือกำไรแยกรายบริษัท ยอดคงค้างระหว่างกัน และกระแสเงินสดรวมของกลุ่ม เพื่อเห็นภาพก่อนตัดสินใจลงทุนเพิ่ม
สรุป
กลุ่มบริษัทที่บัญชีนิ่งไม่ได้เกิดจากโปรแกรมที่แพงกว่า แต่เกิดจากกติกาที่ชัดและปฏิทินที่ทุกคนเดินตาม เราวางผังบัญชีร่วม จัดระบบเอกสารระหว่างกัน ปิดงบทุกบริษัท และให้คำแนะนำเรื่องโครงสร้างภาษีของกลุ่มตลอดทั้งปี
ปรึกษาทีมเราฟรีคำถามที่พบบ่อย
บริษัทในกลุ่มต้องทำงบรวมทุกกรณีไหม+
ขึ้นกับความสัมพันธ์การควบคุมและมาตรฐานการรายงานที่ใช้ หากมีอำนาจควบคุมบริษัทอื่น โดยหลักต้องจัดทำงบการเงินรวม
โอนเงินระหว่างบริษัทต้องมีสัญญาเสมอไหม+
ควรมีเสมอ เพราะเป็นหลักฐานตั้งต้นทั้งทางบัญชีและภาษี และช่วยกำหนดเงื่อนไขการชำระคืนให้ชัด
คิดดอกเบี้ยระหว่างกันในอัตราเท่าไรจึงเหมาะสม+
ควรอ้างอิงอัตราที่สถาบันการเงินคิดในเงื่อนไขใกล้เคียงกัน และบันทึกเหตุผลไว้ประกอบ
ใช้พนักงานร่วมกันหลายบริษัททำอย่างไร+
ควรทำสัญญาปันส่วนค่าจ้างตามสัดส่วนเวลาที่ใช้จริง และเรียกเก็บระหว่างกันพร้อมเอกสารประกอบ
กระทบยอดระหว่างกันไม่ตรงควรเริ่มจากตรงไหน+
เริ่มจากรายการที่มูลค่าสูงสุดและรายการที่เกิดใกล้วันสิ้นงวด เพราะผลต่างส่วนใหญ่มาจากช่วงเวลาการบันทึกที่ต่างกัน
บทความที่เกี่ยวข้อง
ดูทั้งหมด →ปิดงบการเงินให้ทันเดดไลน์: Checklist สำหรับ SME
รายการเอกสารและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ก่อนปิดงบทุกปี พร้อมเทคนิคลดต้นทุน CPA
คุมต้นทุนอาหาร (Food Cost) ให้ต่ำกว่า 32%: คู่มือบัญชีร้านอาหารฉบับปฏิบัติ
ระบบบัญชีร้านอาหารที่ใช้ได้จริง ตั้งแต่แยก service charge 10% ออกจากฐาน VAT บันทึก waste รายวัน จนถึงการปิดยอด POS ให้ตรงเงินสด
Reconcile Shopee/Lazada/TikTok Shop กับสรรพากร: คู่มือบัญชี E-commerce ปี 2026
แพลตฟอร์มต้องส่งข้อมูลยอดขายให้สรรพากรตั้งแต่ 400 ธุรกรรม/ปี หรือ 2 ล้านบาท — วิธี reconcile รายงาน settlement + platform fee + COD ให้เกลี้ยง